นวตกรรมจากผลงานวิจัย เรื่อง   “ ผลของการฝึกโยคะต่อความสุขและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า “

โดย น.ส.อัมพร   กุลเวชกิจ,นางถาวร ภาวงศ์, น.ส.พิชญาภัค  เสียงตรง,นางแสงจันทร์  ภูหลงเพียและนางเมรีย์  ราชสีห์

หอผู้ป่วยจิตเวช  โรงพยาบาลศรีนครินทร์  คณะแพทยศาสตร์  มหาวิทยาลัยขอนแก่น 

บทคัดย่อ :ผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า   มีผลกระทบต่อผู้ป่วยหลายๆด้าน การทำกลุ่มโยคะเป็นการเสริมสร้างความภูมิใจในตนเองให้กับผู้ป่วย  เพื่อเป็นการศึกษาผลของการฝึกโยคะต่อความสุขและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า คณะผู้วิจัยได้จัดกลุ่มโยคะให้กับผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้าขึ้น โดยทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ทำคนละอย่างน้อย 4 ครั้ง ผลการวิจัยพบว่าผู้ป่วยมีความสุขเพิ่มขึ้นและมีภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ทระดับ 0.05

ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา :

     การเจ็บป่วยทางจิตเวชเป็นการเจ็บป่วยที่รุนแรงและเรื้อรัง  โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีภาวะซึมเศร้า   ซึ่งเป็นปัญหาทางด้านสาธารณสุขที่สำคัญระดับโลก เพราะจากรายงานขององค์การอนามัยโลกพบผู้ป่วยโรคซึมเศร้าเป็นอันดับ 2 รองจากโรคหัวใจ 1 อาการสำคัญีคือ  มีอารมณ์เศร้า  เบื่อหน่าย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ สมาธิไม่ดี  อ่อนเพลีย  รู้สึกไม่มีค่า บางรายมีความคิดฆ่าตัวตาย   ส่งผลต่อการมีชีวิตอยู่อย่างไม่มีความสุข  นอกจากผลกระทบต่อตัวเองแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อครอบครัวและสังคมอีกด้วย  การรักษาโรคซึมเศร้าประกอบด้วย  การรักษาด้วยยาต้านเศร้า  การทำจิตบำบัด   การทำกลุ่มบำบัดต่างๆ หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มฝึกโยคะ  ซึ่ง            การฝึกโยคะในปัจจุบันเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นการออกกำลังกายชนิดแอโรบิค ที่ทำให้ร่างกายทุกส่วนได้ออกกำลัง  เป็นการบริหารกายจิตใจไปพร้อมๆกัน  เป็นการสร้างความสมดุลระหว่างกายและจิตใจ  ทำให้มีสมาธิมากขึ้น    เป็นการผ่อนคลายความตึงเครียดของร่างกายและจิตใจ  นำมาซึ่งความสงบสุข    ดังนั้นคณะผู้วิจัยจึงสนใจจะศึกษาวิจัยครั้งนี้

วัตถุประสงค์ในการทำวิจัย : เพื่อศึกษา ผลของการฝึกโยคะต่อความสุขและภาวะซึมเศร้าในผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้า  ซึ่งกรอบแนวคิดการวิจัยใช้แนวคิดทฤษฎีปัญญานิยมของเบ็ค (Beck,1979)2 

วิธีดำเนินการวิจัย :เป็นการวิจัยกึ่งทดลองชนิด One Group  Pretest-Posttest  Design(อรุณ2547)3

กลุ่มตัวอย่างคือผู้ป่วยจิตเวชที่เป็นโรคซึมเศร้าและโรคอื่นๆที่มีภาวะซึมเศร้าร่วมด้วย ที่เข้ารับการรักษาที่หอผู้ป่วยจิตเวช โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  จำนวน  50 คน  ในช่วงเดือน สิงหาคม –ธันวาคม 2551

เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยแบบวัดความสุข(กรมสุขภาพจิต)4,แบบประเมินอาการซึมเศร้า ใช้แบบวัด Hamilton Rating Scale for Depression-Thai(อัจฉราพร)5    คู่มือการฝึกโยคะและVCD การฝึกโยคะที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น สำกรับท่าต่างๆของโยคะ คณะผู้วิจัยเลือกใช้โยคะอาสน6

การเก็บรวบรวมข้อมูล :  จัดอบรมให้ความรู้เรื่องการฝึกโยคะแก่คณะผู้วิจัยและบุคลากรในหอผู้ป่วยจิตเวช จัดทำคู่มือและวิดีทัศน์ เรื่องการฝึกโยคะสำหรับผู้ป่วยจิตเวช  ประเมินความสุขและภาวะซึมเศร้าก่อนและหลังฝึกโยคะการ ฝึกโยคะใช้ท่าทั้งหมด  20  ท่า  โดยทำสัปดาห์ละ  2  ครั้งๆละ  1  ชั่วโมง  รวมทำทั้งหมด  4  ครั้งต่อคน พร้อมทั้งติดตามความต่อเนื่องในการทำโยคะของกลุ่มตัวอย่างหลังจากกลับบ้าน 2 สัปดาห์   

การวิเคราะห์ข้อมูล : โดยใช้การแจกแจงความถี่      ค่าร้อยละ     t-test   และ Stuart-Maxwell

ผลการวิจัย

1)               เปรียบเทียบระดับความสุขของผู้ป่วยก่อนและหลังหลังเข้าฝึกโยคะ  พบว่า หลังเข้าโปรแกรมฝึกโยคะ  กลุ่มตัวอย่างมีความสุขระดับความpoor  และความสุขระดับ fair ลดลง ส่วนความสุข ระดับGood เพิ่มขึ้น อย่างมีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05  (ดังตารางที่ 1)

 

 

2)              เปรียบเทียบภาวะซึมเศร้าของผู้ป่วยพบว่า    หลังฝึกโยคะผู้ป่วยมีภาวะซึมเศร้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ  0.05 โดยมีค่าความเชื่อมั่นอยู่ระหว่าง 6.24 ถึง 12.

3)               ผลกการติดตามความต่อเนื่องในการฝึกโยคะต่อที่บ้านพบว่า มีการทำโยคะต่อเนื่อง 20 ราย คิดเป็น 40 %

บทสรุปที่ได้รับจากงานวิจัยครั้งนี้        :ได้จัดกลุ่มโยคะเข้าในตารางกิจกรรมกลุ่มของหอผู้ป่วยจิตเวช โดยทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง และจากการมีกลุ่มโยคะช่วยให้เกิดการสร้างสัมพันธภาพที่ดีต่อกันทั้งผู้ป่วยกับผู้ป่วยและผุ้ป่วยกับพยาบาล          

ข้อเสนอแนะในการนำผลวิจัยไปใช้     

                                (1)  ควรนำการฝึกโยคะไปใช้กับผู้ป่วยทางจิตเวชและโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น โรคจิตเภท  โรคเบาหวาน ฯลฯ รวมทั้งควรนำไปใช้กับบุคลากรทางด้านสาธารณสุขด้วยเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพกายและจิต

(2)   ควรมีแนวทางในการกระตุ้นติดตามการฝึกโยคะต่อที่บ้านในเชิงรุกให้มากขึ้น เช่น การเยี่ยมบ้าน

เอกสารอ้างอิง 

  1. คม ชัด,ลึก. คนไทยน่าเป็นห่วง เป็นโรคซึมเศร้าปีละหมื่นคน . 2550.  [cited 2009 August21]  from :       URL:http://new.hunsa.com/detail.php?id=873.
  2. Beck, A. T., Rush, A. J, Shaw, B. F, Emery, G. Cognitive therapy of depression. 1979 .New York: Guilford.
  3. อรุณ  จิรวัฒน์กุล.. ชีวสถิติสำหรับงานวิจัยทางสุขภาพ. 2547. ขอนแก่น: คลังนานาวิทยา.
  4. กรมสุขภาพจิต. ความสุขคนไทย เวอร์ชั่นใหม่. 2007 April28 .  [cited 2008 May 1]  from :URL

        :    http://www.dmh.go.th/news/view.asp?id=1026

  1. อัจฉราพร สี่หิรัญวงศ์ และรณชัย คงสกนธ์. แบบวัดHamilton Rating Scale for Depression : การวิเคราะห์การรวมกลุ่ม. วารสารสมาคมจิตแพทย์แห่งประเทศไทย. 2001. 46( 4 ) : 25-34.
  2. สุภาพร   พงศ์พฤกษ์..โยคะอาสนะเพื่อชีวิต. 2544.กรุงเทพมหานคร: บริษัทอมรินทร์.

 

 

 

หมายเหตุ

งานวิจัยนี้ได้รับทันสนับสนุนจากคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น  ผ่านการรับรองจากคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในมนุษย์มหาวิทยาลัยขอนแก่น และได้รับรางวัลชนะเลิศอันดับ 1 จากการเข้าประกวดการนำเสนอผลงานวิจัยประเภทบุคคลทั่วไป(อาจารย์ ข้าราชการ)ในงานประชุมวิชาการประจำปี 2552คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น