เธอมีรูปงามเป็นทรัพย์ มีงานบ้านเป็นอาภรณ์ มีเสน่ห์ ปลายจวักเป็นสิ่งดึงดูดใจ

    เพื่อนผู้หญิงรุ่นน้องในที่ทำงานจบป.สี่ ไม่มีอะไรที่พิเศษๆสำหรับเอื้อในการทำงาน    เธอ ทำงานเป็นผู้ช่วยห้องทันต์ แต่เธอมีความพิเศษเฉพาะตัว คือมีรูปงามเป็นทรัพย์  มีงานบ้านเป็นอาภาณ์ มีเสน่ห์ ปลายจวักเป็นสิ่งดึงดูดใจ  เป็นที่หลงไหลของพ่อบ้าน(หัวหน้างานบริหารของโรงพยาบาล เขาเรียกกันว่าพ่อบ้าน)เป็นแบบอย่างที่คนโบราณบอกว่า"เสน่ห์ปลายจวักผัวรักจนตาย" (แต่คุณผู้หญิงในปัจจุบันบอกว่า เสน่ปลายจวักไม่ต้องตัก ไม่ต้องปรุง ซื้อแกงถุงมาให้กินก็จะตายไปเอง)

      พ่อบ้านคนนี้เป็นคนเก่ง IT นำระบบแลนมาติดตั้งเป็นครั้งแรกในโรงพยาล   เป็นคนที่ความจำสั้น แต่หลักการยาว  และเมื่อกามเทพแผลงศรให้สาวคนงาน กับหนุ่มบริหารศรศิลป์ไปโดนใจ ทำให้รักสมหวัง  เป็นที่กังขาข้องใจของคนในโรงพยาบาล ที่ยกเอาความเหมาะสมมาวิพากษ์ ว่ามันไม่เหมาะกัน ไม่สมกัน  โดยการเอาความคิดของคนที่วิพากษ์เป็นฐานคิด จึงออกบอกมาว่าไม่เหมาะสม  ทั้งที่คู่กรณีย์สองคนเขาเหมาะสมกันแล้ว ตัวชี้วัดว่าความรักของคู่นี้เหมาะสมคือ พยานรัก สามปีสามคน 

     ผู้เขียนได้รับเกียรติจากพ่อบ้านท่านนี้มาปรึกษางานบ่อยมาก บางครั้งมาปรึกษากฎหมาย ทำให้คุ้นชินกันถึงในบ้านในครัว  หลายครั้งที่เห็นลูกทั้งสามคนอยู่ในครัวกับแม่  ก็อดถามไม่ได้ว่าทำใมให้ลูกมาอยู่ในครัว เธอบอกว่าให้ลูกมาอยู่ในครัว ได้ไกล้ชิด ได้รู้ได้เห็น ได้คุ้นชิน กับงานครัวที่แม่ทำแม่ปรุง ดีกว่าให้ไปนั่งหน้าจอทีวี เรื่องนี้ทำให้นักให้คำปรึกษา  หุบปากปรึกษาไม่ได้  ยอมจำนนต่อยุทธศาสตร์ชวนลูกเข้าครัวของเธอ 

     สวนพ่อบ้านสามีนักบริหารของเธอ ที่ความจำสั้นแล้วสายตายังสั้นอีก มีอยู่ครั้งหนึ่งพ่อบ้านท่านไขประตูรถแล้วไม่ถอดกุญแจ เข้าไปนั่งในรถ จะสตาร์ทรถปรากฎหากุญแจไม่เจอ  ขึ้นไปที่ห้องทำงานให้น้องๆในห้องบริหารช่วยหาให้ก็ไม่เจอ   จึงตัดใจโทรหาภรรยาให้เอากุญแจสำรองที่บ้านมาให้  พอภรรยาเอากุญแจมาให้ เดินไปที่รถ ก็เห็นกุญแจเสียบคาประตูรถอยู่ เรื่องนี้ลูกน้องเม้าท์กันได้หลายเดือน

      ภรรยาเห็นท่าไม่ดีจึงชวนสามีไปรดน้ำมนต์ให้ความจำยาว จัดการโทรนัดพ่อหลวงที่วัดบ้านเกิดแจ้งความประสงค์ชวนสามีเข้าวัดไปรดน้ำมนต์   ไปถึงวัด กราบพระขอพรเป็นศิริมงคลแล้วไปที่กุฎพ่อหลวง  บอกความประสงค์ตามที่นัดหมาย  พ่อหลวงเรียกเข้าไปไกล้จะได้รดน้ำมนต์ให้  ว่าแล้วพ่อหลวงก็หันซ้ายหันขวา หันหน้า หันหลัง หาขันน้ำมนต์ พร้อมกับ บ่นว่า"ขันน้ำมนต์กูใครเอาไปไหน กูเอามาแรกเดียว* ลืมไว้ไหนแล้วขี้ลืมจริงหวาง*นี้ พ่อบ้านสะกิดภรรยาบอกว่า หลบดีหวา*ก้าเมร่อร์*พ่อหลวงขี้ลืมหวาผมเล่า

    ในที่สุดพ่อบ้านก็ได้รดน้ำมนต์ สมใจภรรยาเมื่อพ่อหลวงนึกออก หาขันพบ  

   ผู้เขียนชื่นชมคมคิดภรรยาพ่อบ้านในการ ชวนลูกเข้าครัว ชวนผัวเข้าวัด เรื่องนี้พ่อบ้านบอกว่าเล่าให้ที่ปรึกษาฟังเดียว.....

   (คิดและเขียนด้วยความรักความอลัยในการครบรอบจากไปของพ่อบ้านทิ้งลูกสามไว้ให้ภรรยารับภาระต่อ) 

*แรกเดียว   =เมื่อตะกี้

*หวางนี้       =เดี๋ยวนี้

*หลบดีหวา   =กลับดีกว่า

*ก้าเมร่อ       =ในเมื่อ

*ขี้ลืมหวา       =หลงลืมกว่า