สายน้ำคือชีวิต กินข้าวป่า หาปลากินโฮมญาติ

 

 

ไปเอาเยาะกินข้าวป่าปลาเผาลำน้ำยัง 

         

      หลังจากผิดหวังกับการไปเที่ยวทะเล เพราะเหตุการณ์สอบสมรรถนะครู เมือกลับมาถึงบ้านตอนนี้อีสานแล้งจัดมาก อากาศร้อนแผดเผาต้นไม้ใบหญ้าแห้งตาย เพราะขาดน้ำหล่อเลี้ยง คนต้องหันไปพึ่งลำน้ำดับร้อน ท้องที่ตำบลเดิด  อำเภอเมือง จังหวัดยโสธร จะมีลำน้ำยัง ซึ่งแม่น้ำสาขาของแม่น้ำชี ที่เป็นเสมือนสายเลือดที่เป็นดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ แต่เดิมลำน้ำยังช่วงฤดูร้อน(แล้ง)น้ำจะแห้งขอดเกือบเดินข้ามได้ โดยเฉพาะวังพังเพนั้นจะมีหาดทรายให้เด็กได้เล่นน้ำ แต่ปัจจุบันมีฝายกั้นน้ำชีที่บริเวณบ้านหนองหอย จึงทำให้ปริมาณน้ำในลำน้ำยังสูงกว่าทุกปี คนอีสานนิยมไปกินข้าวป่า เป็นการไปหาอาหารป่า เช่นไข่มดแดง หอยโข่ง หาปลาจากแม่น้ำลำคลอง วิธีการหาปลาที่ชาวบ้านใช้ภูมิปัญญาคือการเอาเยาะ เป็นการตัดต้นไม้สดลงไปกองไว้ในแม่น้ำเพื่อให้ปลาเข้าไปหลบซ่อนหนีการทอดแห ต้นไม้เมื่อเน่าจะเป็นอาหารของปลา การลงเยาะจะต้องนำต้นไม้ลงแช่ในแม่น้ำก่อนประมาณ 2 สัปดาห์ วันนี้ผู้เขียนพร้อมครอบครัวได้มีโอกาสไปกินข้าวป่ากับญาติพี่น้อง

 

       เมื่อเดินทางไปถึงก็ล้อมอวนรอบเยาะแล้วนำไม้ภายในเยาะออกจนหมด จึงใช้วิธีการทอดแหในบริเวณนั้นซึ่งปลาถูกกักบริเวณจึงได้ปลาจำนวนมาก เมื่อทอดแหสักสองสามครั้งก็ลากอวนเก็บเอาปลาที่เหลือ ไปทำอาหารกินมีต้มปลา เผาปลาและที่เป็นอาหารพิเศษของคนกินข้าวปลา คือการก้อยปลา คนเป็นหมอเขาไม่แนะนำให้รับประทานเพราะอาจจะเป็นโรคพยาธิใบไม้ในตับซึ่งเขารณรงค์อีสานไม่กินปลาดิบ การกินข้าวป่าเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งก็คือการกินเมี่ยงที่ใช้ผักที่เกิดตามธรรมชาติ เช่น ผักกะโดน(ผักจิก) ใบมะดันใช้แทนมะขาม มะนาว ใบเบนน้ำ ผักแว่น บางที่ก็ใช้มดแดงใส่ต้มปลา อาหารจึงมีความอร่อยเพราะกว่าจะได้กินต้องหาก่อน เหนื่อยในการหาอาหารทั้งยังได้กินช้ากว่าเวลาปกติ ข้างเที่ยงจะได้กินประมาณบ่ายสองโมง ความหิวมีอะไรกินก็อร่อยทั้งนั้น

       เมื่ออยู่ใกล้แหล่งน้ำทำให้รู้สึกเย็นสบาย แม้จะไม่ได้ยินเสียงคลื่นซัดสาดเหมือนน้ำทะเล แต่สิ่งหนึ่งที่เข้ามาทดแทนก็คือการได้พายเรือเล่นน้ำชุ่มฉ่ำใจ น้ำใสเย็น มีหาดทรายแม้จะไม่ได้จับปูแต่ก็ได้ปั้นดินทรายเป็นเจดีย์กองทรายได้อย่างสนุกสาน กว่าจะเปิดเทอมคงได้ไปกินข้าวป่าหลายครั้ง นี่ก็เป็นความสุขอีกแบบหนึ่งของคนอีสานที่ใช้ภูมิปัญญาอยู่กับธรรมชาติแวดล้อมได้อย่างลงตัว เมื่อถึงตอนนี้อยากให้คนอีสานเห็นคุณค่าของป่าบุ่ง ป่าทาม ที่เป็นแหล่งอาหารเลี้ยงปากท้องให้อยู่คู่อีสานสืบไป เพราะแนวโน้มป่าดังกล่าวกำลังถูกบุกรุกสร้างที่พักและทำธุรกิจเพื่อการบันเทิง