เช้าวันนี้ (21 มิ.ย. 49 ) ผมต้องออกเดินทางตั้งแต่เช้าเพื่อเข้าร่วมประชุมทางไกล เกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนเกษตรกร ที่สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 1 จังหวัดชัยนาท ที่จริงแล้วจังหวัดกำแพงเพชรต้องไปประชุมที่เขต 6 จังหวัดเชียงใหม่ แต่ที่ชัยนาทใกล้กว่าจึงเลือกที่จะไปที่ชัยนาท
เดินทางไปถึงประมาณ 09.00 น. (กำหนดประชุม 09.30 น.) คิดว่าพอมีเวลาประมาณ 30 นาที เลยแวะไปเยี่ยมเยียนและพูดคุยกับคุณยอดธงชัย รอดแก้ว ซึ่งเคยพบกันที่เวทีสรุปKMครึ่งปีของกรมส่งเสริมการเกษตร ซึ่งจัดที่กำแพงเพชรเมื่อเดือนที่ผ่านมา นอกจากคุณยอดธงชัยแล้ว ยังมีผู้ร่วมสนทนาเพิ่มขึ้นอีกท่านหนึ่งคือคุณจิรศักดิ์ สายวาริน ซึ่งเคยเจอกันในงานวิจัยPARอาหารปลอดภัยที่กรมส่งเสริมการเกษตรเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ต้นปีนี้
เนื้อหาที่เราทั้งสามคนได้สนทนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเป็นเรื่องของการนำการจัดการความรู้มาสอดแทรกในกระบวนการทำงานปกติของกรมส่งเสริมการเกษตร มีสิ่งหนึ่งที่ผมแปลกใจมากก็คือ ทั้งๆ ที่ผมก็เพิ่งเคยเจอกับทั้งสองท่านเพียง 1-2 ครั้ง แต่ว่าการสนทนาในช่วงระยะเวลาเพียงสั้นๆ นั้น กลับเข้มข้นไปด้วยเนื้อหาการเล่าประสบการณ์ที่ต่างคนต่างได้ลงมือทำ ตามบทบาทและขอบเขตของตนเอง และการสนทนาครั้งนี้เป็นไปอย่างกับว่าเราเคยทำงานร่วมกันมานับ 10 ปี ทำใมถึงเป็นเช่นนั้น ผมลองเรียบเรียงดูว่าเพราะเหตุใด....? น่าจะเป็นเพราะการทำKMส่งผลให้...
- พวกเราต่างก็ได้ลงมือปฏิบัติในการนำKMมาเป็นเครื่องมือในการทำงานได้ระยะเวลาหนึ่ง อยากที่จะเล่าและฟังการทำงานของกันและกัน
- การทำKMสอนให้พวกเราผู้ปฏิบัติรู้จักการยอมรับในความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ของแต่ละคน ยินดีที่จะแลกเปลี่ยนและเรียนรู้
- การทำKM ฝึกให้เราฟังเป็น และคิดแต่สิ่งสร้างสรรค์
- การได้พบปะพูดคุยย่อมช่วยสร้างกำลังใจให้ก่อเกิดเป็นพลังที่เสริมหนุนการทำงานที่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ
- ทำให้เราเกิดความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นอย่างดียิ่ง (แม้เวทีคุณอำนวย และงานครบรอบวันเกิด Gotoknow ที่ผ่านมาก็มีความรู้สึกนี้เช่นเดียวกัน)
- เกิดมิตรภาพและความเข้าใจของคนทำงาน ในลักษณะที่พร้อมจะเป็นทีมงานเดียวกันอย่างไม่น่าเชื่อ จากหลากหลายจึงก่อกำเนิดเป็นทีม (เพราะทำKMคนเดียวไม่สำเร็จ)
- พร้อมที่จะเป็นทีมงานหรือเครือข่าย เพราะเห็นทางเขต 1 นำบทความของกำแพงเพชรไปขยายผลในคู่มือการจัดกระบวนการให้กับเพื่อนักส่งเสริมฯในการดำเนินการทำKMอาหารปลอดภัยเมื่อไม่นานมานี้ (ทำให้รู้สึกเหมือนคุ้นเคยกันมาก่อนเป็นอย่างดี)
ยังมีอีกหลายประเด็นครับ แต่ไม่สามารถสรุปออกมาเป็นตัวอักษรได้ นี่กระมังครับที่เขาเรียกกันว่า "พูดภาษาเดียวกัน"
บันทึกมาเพื่อการ ลปรร.ครับ
วีรยุทธ สมป่าสัก
ขอบพระคุณอาจารย์ขจิตมากนะครับที่เข้ามาทักทายในช่วงดึกๆ ในชุมชนชาวบล็อกนี้ทุกคนล้วน “คนคอเดียวกัน” นะครับ
เรียน พี่โอ๋-อโณ
ดีใจคะที่เจอเพื่อนรู้ใจ รู้สึกดีตามไปด้วย
เห็นด้วยกับคุณสิงห์ป่าสักทุกข้อเลย เพิ่มให้อีกข้อหนึ่งครับ KM
เห็นด้วยกับคุณสิงห์ป่าสักทุกข้อเลย เพิ่มให้อีกข้อหนึ่งครับ KM ทำให้กระชับมิตรกันในหมู่คนทำ KM ได้ดีครับ อย่างวันนี้ สำนักงานเกษตรจังหวัดนครศรีธรรมราช ขอแรงทีม KM กศน.อำเภอเมืองนครศรีฯ ไปออกนิทรรศการเกษตรอินทรีย์และอาหารปลอดภัย จัดที่หน้าศาลากลางจังหวัด ตั้งแต่ 22 -27 มิ.ย.49 ทีมเราขนไปร่วมเต็มที่เลยครับ ทั้งบอร์ดนิทรรศการ ฉายวีซีดี สาธิตการทำ นำผลิตภัณฑ์ไปแสดง ฯลฯ มันเป็นไปโดยอัตโนมัติ บอกไม่ถูกนะครับ ผลจากการไปร่วมเป็นอย่างไร จะเล่าให้ทราบนะครับ อิทธิพลของ KM มันเยอะจริงๆ
เรียน พี่หม่า
น่าจะมีอีกมากนะครับ "เพื่อนที่รู้ใจ" แต่ยังไม่มีโอกาสได้ ลป.กัน
เรียน ครูนงเมืองคอน
คงเพราะเป็นคนคอเดียวกันนั่นเองนะครับ ดีใจกับพี่น้องชาวเมืองคอนที่มีผู้ว่าฯที่เข้าใจในการนำKMมาเป็นเครื่องมือมาพัฒนาการทำงาน เพื่อขับเคลื่อนงานทั้งจังหวัด
จริงด้วยคะ เวลาพูดคุยกับเพื่อนรู้ใจกัน รู้สึกผูกพันและมีความสุขจริง ๆ วันนี้ทีมกรมฯไปดูงานที่บริษัทปูนซิเมนต์ไทยที่สระบุรี คุณจี้คงบันทึกให้เราอ่านอีกตามเคย(บันทึกเก่งมาก) พี่เสียดายไม่ได้ไป เพราะติดประชุมการให้นโยบายท่านอธิบดีคนใหม่
เขียนได้น่าชม
อิอิ..