เราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองอย่างย่อยยับ


                                 

 

                                     เพลง อยุธยาเมืองเก่า


 อยุธยา เมืองเก่าของเราแต่ก่อน
จิตใจอาวรณ์ มาเล่า สู่กันฟัง
อยุธยา แต่ก่อน นี้ยัง
เป็นดังเมืองทอง ของพี่น้อง เผ่าพงศ์ไทย

เดี๋ยวนี้ ซิเป็นเมืองเก่า
ชาวไทยแสนเศร้า ถูกข้าศึกรุกราน
ชาวไทย ทุกคนหัวใจร้าวราน
ข้าศึกเผาผลาญ แหลกลาญ วอดวาย

เราชน ชั้นหลังฟังแล้วเศร้าใจ
อนุสรณ์ เตือนให้ ชาวไทยคงมั่น
สมัครสมาน ร่วมใจกันสามัคคี
คงจะไม่มี ใครกล้า ราวีชาติไทย

http://www.sonthayaonline.com/forums/thread-2208-1-1.html

.........................

   เพลงอยุธยาเมืองเก่า ตอนเป็นเด็กๆร้องได้อย่างขึ้นใจ แต่สมัยนี้

ไม่ค่อยได้ยินสักเท่าไร เด็กบางคนอาจไม่เคยได้ยินและร้องไม่เป็น

  การเรียนประวัติศาสตร์ระดับประถมศึกษากลายเป็นเรื่องที่นักเรียน

ไม่ค่อยได้สนใจเท่าที่ควร  กษัตริย์มีมากมายหลายพระองค์  ชื่อแต่

ละพระองค์ก็ยาวและจำยาก  หลักสูตรในช่วงหลังๆ ไม่ได้แยกเป็น

วิชาเหมือนหลักสูตร 2503   จำได้ว่าสมัยนั้นเรียนวิชาประวัติศาสตร์

อย่างตั้งอกตั้งใจ คุณครูที่สอนประวัติศาสตร์อายุค่อนข้างมากแล้ว

ท่านเล่าพร้อมกับสอดแทรกเรื่องราวดีๆของคนไทยสมัยก่อน 

เรียกว่านั่งฟังแบบไม่ลุกหนีเลย  หนังสือที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์

ตัวใหญ่  สีสันสวยงามน่าอ่าน โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับพระ

นเรศวรมหาราชและกรุงศรีอยุธยา มีเพลงยุทธหัตถีที่ง่ายแก่การจำ

บันทึกเหตุการณ์ และพ.ศ.ต่างๆไว้ในเนื้อเพลง  ร้องสร้อยว่า 

เอ้ยโอ้...ละหน่าย ...โอละหน่าย...หน่อย..เอย เอ้อ เอ่อ เออ..เอ้ย .....

จำเนื้อไม่ได้ค่ะ ใครจำได้ช่วยต่อด้วยค่ะ

      เราจึงพานักเรียนมาทัศนศึกษาที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

เพื่อจะได้เข้าใจประวัติศาสตร์สมัยกรุงศรีอยุธยามากยิ่งขึ้น และเห็น

สถานที่จริงๆ  หลังจากที่อ่านแต่หนังสือ ฟังอธิบาย และทำรายงาน

จากการค้นคว้า  จุดแรกที่มาถึง คืออุทยานประวัติศาสตร์ นั่งรถชม

พร้อมทั้งได้รับฟังคำบรรยายไปด้วย  นักเรียนได้รู้เพิ่มอีกหลายเรื่อง

เช่น       คำขวัญจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

  ราชธานีเก่า อู่ข้าวอู่น้ำ เลิศล้ำกานท์กวี  คนดีศรีอยุธยา

ทำให้รู้ว่าอดีตที่ผ่านมากรุงศรีอยุธยามีความเจริญรุ่งเรือง

ทั้งโบราณสถาน โบราณวัตถุ การค้าขายกับต่างประเทศ ที่ยังเหลือ

ร่องรอยให้เห็นเป็นประจักษ์พยาน  อยุธยามีวัดมากมาย ที่มีพระ

ปรางค์เป็นวัดที่พระมหากษัตริย์ทรงสร้างขึ้นและ วัดเดียวที่ไม่ถูก

พม่าเผาทำลาย คือวัดหน้าพระเมรุ    

     แล้ววนมาจนมาถึงศาลหลักเมืองซึ่งเชื่อกันว่า มีการฝังศพ คนที่มี

ชื่อ อิน จัน มั่น คง  อยู่ ดี ไว้ในหลุม เพื่อให้คุ้มครองบ้านเมืองถ้าผิด

พลาดไปก็ขออภัยด้วยค่ะ   เราอยู่ที่อุทยานประวัติศาสตร์ประมาณ

1 ช.ม. เด็กๆได้ซึมซับเรื่องราว รากเหง้าของคนไทยชัดเจนยิ่งขึ้น

 

                                        

  

 

              จดบันทึกความรู้จากอุทยานประวัติศาสตร์และเมืองมรดกโลก

 

 ก่อนกลับได้รับข้อคิดที่เตือนสติ และทำให้เด็กๆรุ่นหลังต้องมีจิต

สำนึกที่ดี และเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม มากกว่าประโยชน์ส่วนตัว  

                  เราเสียกรุงศรีอยุธยาครั้งที่สองอย่างย่อยยับ

              ศัตรูเผาบ้านเผาเมือง กวาดต้อนคนไทยไปเป็นทาส 

เพราะคนไทยแตกความสามัคคี และมีไส้ศึก เห็นแก่สินจ้างรางวัล

                      สุดท้ายไม่เหลือแม้แต่แผ่นดินที่จะยืน

" จำไว้นะครับ  หนูๆทั้งหลาย เรามีเลือดสามสี แดง  ขาว  น้ำเงิน "

                      "เราต้องรักแผ่นดินไทยของเราเท่าชีวิต"

                                          " รู้รักสามัคคี "

                        ไกด์ของเรากล่าวทิ้งท้ายไว้ด้วยความห่วงใย

 

จากนั้นมาชมพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเจ้าสามพระยา มรดกโลก

ซึ่งเป็นที่เก็บโบราณวัตถุสำคัญๆจากกรุวัดราชบูรณะ ซึ่งขุดเมื่อ

ประมาณ 50กว่าปีมาแล้ว และเก็บสิ่งของสำคัญๆไว้ประมาณ 20 %

นอกนั้นโดนขโมยไปหมด ที่นี้เราได้เห็นของสวยงามล้ำค่า

ของประดับต่างๆมากมาย พระพุทธรูปปางต่างๆเป็น เงิน ทอง นาค

ตลอดจนของใช้ของพระมหากษัตริย์ และที่สำคัญ คือ

พระบรมสารีริกธาตุขนาด 1/3 ของเมล็ดข้าวสาร บรรจุอยู่ในผอบ

ทองคำ และครอบด้วยผอบหินอีกชั้นหนึ่ง ฝังลึกใต้ฐานพระปรางค์

ลงไปในดิน 17 เมตร    โอ้โห ! เด็กๆทำเสียงแบบตื่นเต้น 

   

                 

 

 

      หลังจากนั้นพาเด็กๆไปไหว้พระที่วิหารมงคลบพิตร   

 

               พระราชานุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช

อ่านเพิ่มเติมได้ที่ http://www.ayutthaya.go.th/travel.htm

        

  

                   

                                     ภาพเก็บตกเมื่อสี่สาว 195 ปี

                              ไปชมตลาดร้อยปี  ที่สามชุกสุพรรณบุรีค่ะ