บันทึกฉบับก่อนหน้านี้ได้เล่าถึงพฤติกรรมนักเรียนโรงเรียนแห่งหนึ่งพูดจาหยาบคายกับครู  วันนี้ฉันได้ไปฟังพระสวดอภิธรรมที่งานศพอีกครั้งหนึ่ง  พวกเราชาวครูมานั่งรวมกัน  ก่อนพระสวดเราได้คุยแลกเปลี่ยนกัน  ดูเหมือนจะเป็นเรื่องเดิมมากกว่าคือเรื่อง "เด็กด่าครู" นั่นเอง 

           คุณครูกอไก่เล่าว่า  นับตั้งแต่เหตุเกิดในวันศุกร์   เธอได้มาพบกับเด็กกลุ่มนั้นในวันนี้  พบว่า "เด็กกระด้างกระเดื่อง  ไม่ทักทาย เดินสวนแบบไม่มีเยื่อใย  ไม่ทำความเคารพครูเหมือนที่เคยทำ แถมบางคนสะบัดหน้าใส่ครู  และนอกจากนั้นเธอเล่าว่าวันนี้เด็กหญิงกุ๋งกิ๋งได้ใช้วาจาตะคอกไล่ ครูผู้ชายคนหนึ่งด้วยถ้อยคำที่รุนแรงเหมือนไม่ใช่ครูกับนักเรียน"  

         เดิมเด็กกลุ่มนี้มีนิสัยก้าวร้าวเพียงคนเดียวคือเด็กหญิงกุ๋งกิ๋งเท่านั้น ทั้งกิริยาและวาจา  ภายหลังเมื่อขึ้นชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ ทำให้นักเรียนหญิงทุกคน  เปลี่ยนพฤติกรรมเลียนแบบเด็กหญิงกุ๋งกิ๋งไปเต็มรูปแบบ "วันนี้เห็นการพูดโวยวาย เสียงดังของเด็กหญิงกุ๋งกิ๋งแบบไม่เกรงต่อสายตาใคร ๆ ด้วย"

           ทันใดฉันได้เห็นเด็กกลุ่มที่กล่าวถึงมาในงานศพด้วย  เพราะเป็นศพพ่อของครูเธอคนหนึ่งเช่นกัน  เด็กกลุ่มนี้จะนั่งอยู่ตรงทางเข้า   ตอนที่ครูกอไก่เดินเข้ามาในงาน  ฉันสังเกตเห็นเด็กนั่งเฉยไม่เคารพและไม่ทักทายครูกอไก่เลย  และนอกจากนั้นพากันมานั่งอยู่เฉย ๆ และนั่งรับประทานอาหารแบบแขกผู้ใหญ่  แทนที่จะช่วยงาน 

          ฉันเห็นตัวจริงเสียงจริงของเด็กกลุ่มนี้แล้ว  พอสรุปได้ว่า "เด็กกลุ่มนี้จัดอยู่ในประเภทเด็กสอนยาก"  แม้ว่าเด็กคือเด็กก็ตาม  ครูที่ได้สอนเด็กแบบนี้คงมีกรรมไปตาม ๆ กัน  สมกับที่คุณครูกอไก่บอกว่า "ครูแทบระอากันทั้งโรงเรียน ต่างกับเด้กผู้ชายที่ดูเรียบร้อยกว่าเยอะเลย

         เจตนาที่นำมาเล่าในบันทึกนี้  เพื่อต้องการนำมาแลกเปลี่ยน บอกเล่ากันว่าสังคมในปัจจุบันเปลี่ยนไปมาก  จะเนื่องมาจากปัญหาครอบครัว ปัญหาสังคม หรือสภาพแวดล้อมใด ๆ ก็ตาม ซึ่ง"ครูจะมีปัญญาอบรมสั่งสอนเด็กเหล่านี้ด้วยวิธีใดบ้าง"  สำหรับครูกอไก่เจ้าทุกข์  เธอเป็นสุดยอดของครูที่น่าเคารพบูชาอย่างยิ่ง เธอบอกว่าไม่เคยด่าว่าเด็กด้วยถ้อยคำรุนแรงและนาน ๆ ครั้งจึงจะมีการลงโทษกันเพียงเล็กน้อย

http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/701/41701/images/LotusFlowerlot03.jpg