นิสัยขยันนี่น่าจะฝังอยู่ใน DNA

 

                นอกจากคนเวียดนามจะขยันแล้ว ทุกสรรพชีวิตในเวียดนาม ตั้งแต่ หมู หมา กา ไก่ ล้วนขยันหมั่นเพียรอย่างหาที่เปรียบไม่ได้

                ไม่เว้นแม้แต่พระอาทิตย์ ที่เริ่มงานตั้งแต่ตีสี่ครึ่งโดยประมาณ

                ในชนบทเวียดนาม ราว ๆ  ตีสี่ จะได้ยินเสียงนกร้องระเบ็งเซ็งแซ่ ตามมาด้วยเสียงผู้คน และสรรพสัตว์ต่าง ๆ ที่ตื่นตาขึ้นมาประกอบภารกิจของตน  คนตื่นสายอย่างฉันก็ต้องคลานต้วมเตี้ยมออกมานั่งเอ๋อด้วยความเกรงใจเจ้าบ้าน

                ในเมืองใหญ่เวลาเดียวกัน เสียงแตรรถเริ่มทำงาน พร้อมเสียงพูดคุยฟังไม่ได้สรรพ  ที่ว่าฟังไม่ได้สรรพนั้น  เพราะเขาพูดกันเป็นภาษาเวียดนาม ฟังไม่รู้เรื่อง  แม้จะไม่ต้องเกรงใจเจ้าของโรงแรม แต่ก็นอนตื่นสายไม่ได้  เพราะเสียงอึกทึกนี้

 

                ข้อแนะนำสำหรับคนที่จะไปเวียดนาม เวลาเลือกห้องนอนในโรงแรมต่าง ๆ ควรเลือกห้องที่อยู่ด้านหลัง ไม่ติดถนนจะปลอดภัยสำหรับการนอนในตอนใกล้สว่าง  เพราะแม้ภาษาที่เขาคุยกันจะฟังไม่ได้สรรพ  แต่ก็สามารถทำให้เราตื่นมาด้วยความตกใจได้  ทั้งที่เรานอนในห้องแอร์

                ฉันไม่รู้ว่าคนเวียดนามนอนกันคืนละกี่ชั่วโมง  โดยเฉพาะในเมืองใหญ่   กว่าจะเงียบเสียงรถ เสียงคน ก็หลังเที่ยงคืนไปแล้ว  ส่วนในชนบทนั้นก็คล้ายบ้านเรา ประมาณทุ่ม สองทุ่ม ก็นอนกันเงียบเชียบ  สรุปว่าคนชนบทน่าจะมีชั่วโมงการนอนที่ดีกว่าคนเมืองเช่นเดียวกับบ้านเรา

                เช้าวันนี้ ฉันงัวเงีย ตกใจตื่นกับแสงจ้าของพระอาทิตย์ที่ฮอยอัน  เมื่อคืนฉันเผลอหลับไปโดยไม่ได้ปิดผ้าม่าน ขณะนอนมองพระจันทร์ในค่ำคืนที่โดดเดี่ยว   ฉันรู้สึกว่าพระจันทร์ลอยดวงอ้อยอิ่งอยู่บนฟ้ากว้าง   และแสงจันทร์นวลตาพาให้ผลอยหลับไปเพียงครู่  เมื่อหยิบนาฬิกาข้อมือมาดูก็พบว่าเพิ่งตี 5  แต่แสงจัดจ้าของพระอาทิตย์เหมือนกับ 7 โมงเช้า  ขณะที่พระจันทร์ก็ยังลอยดวงซีดเซียวอยู่ตรงขอบฟ้า

                ขนาดพระอาทิตย์ยังติดเชื้อความขยันจากคนเวียดนาม ชักราชรถออกมาทำงานแต่เช้ามืด ...  ฝ่ายพระจันทร์ก็ขยันเหมือนกัน สว่างแล้วก็ยังไม่ยอมกลับบ้าน จะทำ  O.T.   ต่อหรือไง

 

                เวียดนามเป็นประเทศที่อยู่ทางทิศตะวันออกสุดของประเทศไทย  ดังนั้น จึงเห็นพระอาทิตย์ก่อนเรา  แต่กลับใช้มาตราฐานเวลาเดียวกับเรา

                ตี 4  ตี 5  คนไทยยังหลับใหล  ขณะที่คนเวียดนามตื่นขึ้นมาทำงานกันทั้งประเทศ  มิหนำซ้ำ ความขยัน อดทน และความมุ่งมั่นยังมีดีกรีสูงกว่าคนไทยหลายเท่า  เมื่อเลิกงานประจำแล้ว คนเวียดนามต่างหางานพิเศษทำกันต่ออีก  เรื่องง่าย ๆ  แค่นี้จะไม่ทำให้เวียดนามพัฒนาก้าวหน้ากว่าบ้านเราได้อย่างไร

                ฉันตัดใจลุกจากที่นอน  ตั้งใจจะออกไปดูฮอยอันยามเช้า เผื่อจะเห็นวิถีชีวิตผู้คนที่แปลก ๆ  ไปจากปกติ  อีกอย่างจะได้แสดงให้คนเวียดนามเห็นว่าคนไทย ก็ตื่นเช้าเหมือนกัน

 

 

                นิสัยขยันและตื่นเช้านี่ น่าจะฝังอยู่ใน  DNA   แล้วถ่ายทอดกันมาเป็นนิสัยของเผ่าพันธุ์   เพราะเมื่อฉันเดินออกมาจากโรงแรม ลัดเลาะตามถนนมาถึงตลาดกลางเมือง ระหว่างทางคราคร่ำไปด้วยผู้คน บ้างก็หาบข้าวของไปขาย บ้างก็เข็นรถขนของ บ้างก็ไปซื้อของ หอบหิ้วพะรุงพะรัง บ้างก็ออกมานั่งกินน้ำชา พูดคุยกัน ทั้งรถมอเตอร์ไซด์ รถสามล้อ และคนเดินเท้า ขวักไขว่ดูวุ่นวายไปหมด

                นี่แค่ตี 5 กว่า ๆ  เท่านั้น

                ฉันเดินวนเวียนหาของกินอย่างสิ้นหวัง คือไม่รู้จะกินอะไร นั่นข้อแรก  ส่วนข้อสองคือ ยังเช้ามากเกินไปที่จะคิดเรื่องกิน

                เฝอดูจะมีอยู่ทั่วไป ผัก ผลไม้ และเนื้อสัตว์ ทั้งสัตว์เป็น ๆ  และชำแหละแล้ว  ถ้าอยู่เมืองไทยฉันคงซื้อหมูเป็น ๆ  ไปเลี้ยงได้หลายตัว แต่ละตัวดูน่าสงสาร หน้าตาบ้องแบ๊ว บางตัวยังเด็ก ๆ อยู่เลย ไม่รู้ว่ารู้ชะตากรรมตัวเองหรือเปล่า ยังจะเป็ด ไก่ ถูมัดกองรวมกันเป็นพวง ๆ  เห็นแล้วก็ได้แต่ปลง

 

           

 

                สุดท้าย ฉันได้ข้าวโพดปิ้งมา  2  ฝัก แก้วมังกร ฝรั่ง และมะละกอ อย่างละลูก  ดูเป็นอาหารของฤาษียังไงชอบกล  แต่ก็ยังดีกว่าซื้อหมูเป็น ๆ  มาหนึ่งตัว

 

                เกือบ 7 โมงเช้า  ฉันเดินฝ่าเปลวแดดกลับโรงแรมด้วยความทุกข์ หน้าตาบวมแดง แสบร้อน และคันในเวลาเดียวกันจากอาการแพ้แดด  พนักงานโรงแรมทักทาย พร้อมกับมองหน้าฉันอย่างประหลาดใจ

                ฉันแค่พยักหน้ายิ้มทัก แล้วรีบขึ้นบันไดหนีมาด้วยไม่อยากตอบข้อซักถามยืดเยื้อ

                อย่างน้อย ๆ  พวกเขาก็เห็นแล้วล่ะว่า คนไทยน่ะตื่นเช้า !