วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓
ปิดค่ายเบาหวานเรียบร้อย เกือบ ๑๔ น. ดิฉัน หมอฝน กวาง หน่อย และสาว ออกเดินทางจาก มวล. ด้วยรถตู้ ถึงท่าเรือซีทรานเฟอร์รี่ ที่ดอนสัก เมื่อเวลาประมาณ ๑๕ น. กว่าเล็กน้อย เห็นป้ายบอกว่าเรือเที่ยวต่อไปจะออกตอน ๑๖ น. แสดงว่าเรามาช้าไปนิดเดียวเท่านั้น
ดิฉันไปซื้อตั๋วขึ้นเรือราคาคนละ ๑๔๐ บาท หมอฝนอยากดื่มกาแฟ เลยไปนั่งที่ร้านกาแฟแถวนั้น น้องๆ กินไอศกรีมและเอาขนมเค็กเมืองตรังที่ทีม รพ.วังวิเศษเอามาฝากกินไปด้วย คุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้สักพักก็ได้เวลาขึ้นเรือ
เรือเฟอร์รี่ของซีทรานดูดีกว่าที่เคยใช้บริการของอีกบริษัทหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน ส่วนห้องที่นั่งของผู้โดยสารติดแอร์ มีบริการนวดเท้าด้วย เราย้ายไปนั่งที่ดาดฟ้า เพราะอยากชมทิวทัศน์ ที่ดาดฟ้ามีหลังคา ลมแรงมาก แสงแดดไม่แรง วันนี้ท้องฟ้ามีสีฟ้าสดใสพร้อมเมฆขาว น้ำทะเลก็มีสีสวยงามมาก ถ่ายภาพสวยๆ กันจนพอใจแล้วหมอฝนก็จับกลุ่มคุยเรื่องงานกับทีม
ชาวครบุรี ณ ดาดฟ้าเรือเฟอร์รี่
ซ้าย เกาะสมุยที่มองเห็นจากเรือ ขวา ท่าเทียบเรือที่หน้าทอน
เรือเทียบท่าที่หน้าทอนเมื่อเลย ๑๗.๔๕ น. ไปเล็กน้อย ท่าเรือดูทันสมัย มาเที่ยวทริปนี้เราจะพักกันที่แฟร์เฮาส์บีชรีสอร์ท ที่หาดเฉวงน้อย ซึ่งเจ้าของคือคุณวิทยา ทองสุข น้องชายของเพื่อนสนิทของดิฉัน เราคุ้นเคยกันมานานมาก คุณวิทย์ส่งรถของโรงแรมมารับที่ท่าเรือ พนักงานหนุ่มถือป้ายโรงแรมที่ทำด้วยไม้พร้อมมีชื่อแขกด้วย ดีจัง ที่ มวล.น่าจะมีป้ายแบบนี้บ้าง
ระยะทางจากท่าเรือไปถึงโรงแรมไกลพอสมควร ถนนที่เราผ่านมีรถเยอะ เห็นโรงแรมใหญ่ๆ หลายแห่ง ห้างโลตัส บิ๊กซี ก็มีหน้าตาดูดีกว่าที่อื่น โรงพยาบาลเอกชนดูน่าเข้าไป ไม่เหมือนโรงพยาบาลทั่วไป ชาวครบุรีตื่นตาตื่นใจกันใหญ่ ช่วงนี้ใกล้วันวาเลนไทน์ ร้านดอกไม้เตรียมดอกไม้และสินค้าสีแดงๆ ไว้เต็มไปหมด
เราไปถึงโรงแรมเมื่อใกล้ค่ำ ดิฉันไม่ได้มาที่เกาะสมุยเสียนาน พบว่าโรงแรมสร้างอาคารเพิ่มขึ้นอีกหลายหลัง อาคารที่มีล็อบบี้อยู่ใกล้ถนน บ้านที่คุณวิทย์เคยอยู่ก็ปรับให้เป็นที่พักแล้ว ปัจจุบันครอบครัวคุณวิทย์ปลูกบ้านอยู่บนเขาคนละฟากกับโรงแรม
เราพักที่อาคารโรงแรมหลังเก่า เอาข้าวของเก็บแล้วก็พากันไต่เนินเขา (ตามขั้นบันได) ผ่านที่พักที่เป็นบ้านหลังย่อมๆ ลงไปชายหาด ต้นไม้บริเวณทางเดินโตขึ้นมาก ห้องอาหารยังอยู่ที่เดิม แต่ตั้งโต๊ะอาหารไปถึงชายหาดด้วย ได้ยินว่าช่วงนี้มีแขกพักอยู่หลายร้อย ค่ำแล้วและเราไม่มีรถใช้เอง จึงกินอาหารเย็นของโรงแรม ชอบใจเทียนที่จุดไว้ตามโต๊ะ มีแก้วบังลมครอบไว้ ให้บรรยากาศที่โรแมนติกดี
โต๊ะอาหารที่ชายหาด พร้อมแสงเทียน
ได้เวลาพอสมควร เราเดินกลับไปที่พักในทางที่รถกอล์ฟวิ่ง ตอนเดินขึ้นทางชันมาก หมอฝนแนะให้เดินถอยหลังจะได้ไม่ปวดกล้ามเนื้อขา เพราะใช้กล้ามเนื้อคนละมัดกับการเดินหน้า ได้ผลจริงๆ ด้วย
เข้าห้องพัก ยังไม่ทันได้อาบน้ำ หมอฝนโทรศัพท์มาบอกว่าจะไปเที่ยวที่เฉวง ดิฉันจึงไปด้วย ยามของโรงแรมโบกรถสองแถวให้ ค่ารถคนละ ๕๐ บาท ต่อรองได้ ๕ คน ๒๐๐ บาท (เขาบอกว่ากลางวันค่ารถจะแพงกว่านี้) เราเดินชมร้านรวงต่างๆ ที่อยู่ริมถนน บรรยากาศน่าจะคล้ายๆ พัทยา หลายร้านขายของจากภาคเหนือ บางร้านก็เป็นของจากกรุงเทพฯ บางร้านก็เป็นของแขก (อินเดีย?) มีร้านอาหารซีฟู๊ดขายฝรั่งหลายร้าน เดินกันจนเหงื่อซึม ไม่ได้ซื้ออะไรหรือแวะเข้าร้านไหนเลย นั่งรถสองแถวกลับในราคาเดิม
วัลลา ตันตโยทัย
อ่านบันทึกนี้แล้ว คิดถึงบ้านจังเลยค่ะ
คิดถึงเกาะสมุย คิดถึงหาดเฉวง คิดถึงมาก ๆ
สวัสดีค่ะ