ทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา

           เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60ปี วันที่ 9มิถุนายน ศกนี้ข้าพระพุทธเจ้าขอถวายพระพรให้ทรงพระเจริญสถิตในสิริราชสมบัติตราบนานเท่านานด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ            เรื่องของทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาที่ผูกกับรายได้ในอนาคตยังเป็นเรื่องที่พูดกันไม่รู้จบด้วยความเป็นห่วงของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ติดตามความก้าวหน้าการศึกษาของชาติมาโดยตลอด
            มหาวิทยาลัยทั้งของรัฐและของเอกชนเปิดภาคเรียนทุกแห่งแล้ววันนี้บรรดานักศึกษาที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัยปีที่1ต้องมีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่าค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีและปริญญาตรีต่อเนื่อง ภาคปกติหลายแห่งเป็นจำนวนเพิ่มขึ้นจากผู้เรียนปีที่1ปีการศึกษาที่ผ่านมา ทั้งนี้ด้วยเหตุที่รัฐบาลได้มีกองทุนเงินกู้ยืมที่ผูกกับรายได้ในอนาคต (กรอ.)ให้นักศึกษาชั้นปีที่1ทุกคนกู้ยืมเรียนได้ในอัตราตามแต่วิชาที่เรียน          มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาที่ใช้บังคับกับนักศึกษาที่เข้าศึกษาปีการศึกษา 2549ดังต่อไปนี้            ค่าธรรมเนียมแรกเข้าประกอบด้วยค่าขึ้นทะเบียนนักศึกษาใหม่200บาท, ค่าบัตรนักศึกษา 100บาท,ค่าประกันของเสียหาย1,000บาท, ค่าประกันอุบัติเหตุ550บาท, ค่ากิจกรรมพัฒนานักศึกษา 1,400บาท(แบ่งเป็น 1.งานพัฒนากิจการนักศึกษาประกอบด้วย ค่าตรวจสุขภาพ ค่าปฐมนิเทศค่าเสื้อกีฬา 2.งานเสริมวิชาการ ประกอบด้วย ค่าพัฒนาด้านบุคลิกภาพและจริยธรรมค่าเสริมภาษา ค่าเสริมไอที), ค่าธรรมเนียมต่าง ๆ 1,500บาท(เป็นค่าบำรุงมหาวิทยาลัย ค่าคู่มือนักศึกษาค่าเอกสารการมอบตัว)รวมเป็นเงิน 4,750บาทค่าธรรมเนียมการศึกษาต่อภาคการศึกษาเป็นลักษณะเหมาจ่ายมากน้อยขึ้นอยู่กับหลักสูตร          มหาวิทยาลัยที่นำมาเป็นตัวอย่างมี6หลักสูตร ประกอบด้วยหลักสูตรการศึกษา 10,000บาท, หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และหลักสูตรนิเทศศาสตร์สาขาวิทยุโทรทัศน์ และสาขาภาพยนตร์ 20,000บาท, หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์25,000บาท, หลักสูตรศิลปศาสตร์และหลักสูตรบริหารธุรกิจ 17,500บาท          ทั้งนี้แต่ละหลักสูตรมีค่าใช้จ่ายที่เท่ากันคือค่าบำรุงการศึกษา ค่าห้องพยาบาล ฯลฯส่วนค่าธรรมเนียมพิเศษและค่าหน่วยกิต ในแต่ละหลักสูตรแตกต่างกันกล่าวคือหลักสูตรการศึกษา ค่าธรรมเนียมพิเศษ 2,800บาท ค่าหน่วยกิต 4,300บาท, หลักสูตรศิลปศาสตร์ กับหลักสูตรบริหารธุรกิจ ค่าธรรมเนียมพิเศษ 5,800บาท ค่าหน่วยกิต 8,000บาท, หลักสูตรวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีกับหลักสูตรนิเทศศาสตร์ ฯ ค่าธรรมเนียมพิเศษ6,800บาทค่าหน่วยกิต 10,300บาท, หลักสูตรการแพทย์แผนไทยประยุกต์ ค่าธรรมเนียมพิเศษ 8,800บาทค่าหน่วยกิต13,300บาท            สำหรับวงเงินให้ทุนกู้เป็นไปตามอัตราค่าลงทะเบียนที่สถานศึกษากำหนดแต่ละกลุ่มวิชาแต่ต้องไม่เกินเพดานซึ่งมีอัตราสูงสุดแต่ละสาขาวิชาดังนี้สังคมศาสตร์ศิลปศาสตร์ มนุษยศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ สถาปัตยกรรมศาสตร์ ศิลปกรรมศาสตร์ อัตราสูงสุด60,000บาท, วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เกษตรศาสตร์ อัตราสูงสุด70,000บาท, สาธารณสุขศาสตร์ พยาบาลศาสตร์ เภสัชศาสตร์ อัตราสูงสุด80,000บาท, แพทยศาสตร์ สัตวแพทยศาสตร์ ทันตแพทย์ศาสตร์ อัตราสูงสุด150,000บาท            สำหรับผู้ที่เข้ารับการศึกษาในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ป.วส.)ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาไม่ทราบว่าถึงวันนี้พิจารณาเสร็จหรือยัง          นักศึกษาที่มีสิทธิขอรับทุนเงินกู้นี้จะต้องมีสัญชาติไทยเป็นนิสิต นักศึกษาที่สถาบันอุดมศึกษาตอบรับให้เข้าศึกษาโดยมีเงื่อนไขดังต่อไปนี้          1.ขอรับทุนได้เฉพาะค่าเล่าเรียน(อัตราค่าลงทะเบียนดังกล่าวครอบคลุมค่าใช้จ่ายประเภท ค่าหน่วยกิต ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาที่สถาบันการศึกษาเรียกเก็บซึ่งไม่รวมค่าหอพักและค่าใช้จ่ายส่วนตัวของนักศึกษา-ทราบมาว่าในส่วนนี้ยังอยู่ระหว่างพิจารณาว่าสมควรจะให้กู้หรือไม่)
         
2.ขอรับทุนค่าเล่าเรียนได้ตามที่สถานศึกษาเรียกเก็บแต่ไม่เกินเพดานของแต่ละกลุ่มสาขาวิชา          3.ขอรับทุนได้ตามจำนวนปีของหลักสูตรหากขอรับทุนเกินจำนวนปีของหลักสูตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่กองทุนกำหนด          4.ขอรับทุนเพื่อศึกษาในระดับ ป.วส. อนุปริญญาและปริญญาตรี ใบแรกจะได้รับสิทธิ์ขอทุนก่อนผู้ที่ขอรับทุนเพื่อศึกษาในระดับ ป.วส.อนุปริญญา และปริญญาตรีใบที่สอง          5.ในแต่ละปีการศึกษาขอรับทุนได้เพียงหลักสูตรเดียว          6.กองทุนจ่ายทุนเพื่อการศึกษาให้ผู้ขอรับทุนโดยโอนเข้าบัญชีของสถานศึกษา          7.ปีการศึกษา 2549จะเริ่มให้ทุนการศึกษาแบบต้องใช้คืนในชั้นปีที่1ป.วส. ปริญญาตรีและปริญญาตรีต่อเนื่อง และจะเพิ่มขึ้น 1ชั้นปีในปีการศึกษาต่อไป          การใช้ทุนคืนไม่ว่ากรณีใด ต้องผ่านช่องทางกรมสรรพากรและทุนนี้เป็นส่วนของผู้รับทุนเท่านั้น ไม่ผูกพันผู้อื่น หากถึงแก่ความตาย พิการทุพพลภาพไม่สามารถประกอบอาชีพได้ หรือเมื่อมีอายุ60ปีบริบูรณ์ แล้วยังชำระไม่หมดอาจให้หนี้เงินทุนที่เหลือเป็นอันระงับ          การชำระหนี้คืนเมื่อสำเร็จการศึกษาหรือเลิกศึกษาต้องชำระคืนเมื่อมีรายได้ 16,000บาทต่อเดือนในอัตราร้อยละ 5มีรายได้มากกว่า 30,001บาทต่อเดือนในอัตราร้อยละ8และสูงกว่า70,001บาทต่อเดือนในอัตราร้อยละ 12          ถึงวันนี้ปัญหาอยู่ที่ว่ารัฐบาลมีเงินเตรียมไว้แล้วสำหรับปีนี้เพียงพอต่อความต้องการเรียนของนิสิตนักศึกษาแล้วหรือสถาบันอุดมศึกษาทั้งหลายเตรียมพร้อมแล้วใช่ไหมที่สำคัญคือคุณภาพทางการศึกษาจะเป็นอย่างไรในอนาคตอีก4-5ปีข้างหน้า วันนี้คงไม่มีใครตอบได้มติชนสุดสัปดาห์  9  มิ.ย.  49