เรื่องเล่าของโรงเรียนดีที่บนดอยต่อจาก ๒ บันทึกที่แล้ว  เป็นเพียงการเล่ากิจกรรมส่วนหนึ่งเท่านั้น  ภายหลังที่ได้เรียบเรียงข้อมูลในการสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณครูพิพัฒน์ พรมโพธิ์  เห็นว่าน่าจะนำมาเสนอเพื่อเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับความเป็นมาของการพัฒนาโรงเรียน ICU ในระยะเวลาเพียง ๑ ปี ได้เห็นผลที่เกิดขึ้นกับผู้รับประโยชน์คือเด็กอย่างเป็นรูปธรรม 

          คุณครูพิพัฒน์ พรมโพธิ์  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านถ้ำพริก กับรูปแบบการบริหารจัดการที่ผ่านมา โดยริเริ่มกิจกรรมการเรียนรู้เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทของชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ และเป็นความต้องการของผู้เรียน  ทำให้ครู นักเรียนและคนในชุมชนเกิดการเรียนรู้ร่วมกันอย่างมีกระบวนการ ซึ่งแต่ละกิจกรรมการเรียนรู้มุ่งพัฒนาเด็ก เพื่อเป็นการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับตัวเด็กและมุ่งให้เด็กได้รับประโยชน์อย่างสูงสุด 

         กิจกรรมที่ ๑ การบริการข้าวต้มมื้อละบาท  เป็นการแก้ปัญหานักเรียนมาโรงเรียนสาย  ขาดเรียน  โดยจัดตั้งผ้าป่าสามัคคีได้รับทุนสนับสนุน ๑๑๐,๐๐๐ บาท  มีแม่บ้านผลัดเปลี่ยนกันมาทำข้าวต้มให้นักเรียนรับประทานเป็นอาหารเช้า  และจ่ายค่าอาหารเพียง ๑ บาทเพื่อฝึกให้เด็กตระหนักในการเป็นผู้รับและผู้ให้ 

        กิจกรรมที่ ๒ การทำปุ๋ยอินทรีย์ เป็นการเรียนรู้ร่วมกันของนักเรียน ครูและผู้ปกครองนักเรียน  เพราะคนในชุมชนมีอาชีพปลูกสับปะรดและปลุกพริกไทยเป็นส่วนมาก  ชุมชนได้นำความรู้จากโรงเรียนไปทำปุ๋ยอินทรีย์ที่บ้าน  และทดลองใช้ปุ๋ยกับพืชไร่ทำให้ได้ผลผลิตมากเป็นพิเศษโดยเฉพาะพริกไทย  สามารถมีผลผลิตถึงต้นละ ๓๐ กิโลกรัม๐ ละ ๓๐๐ บาท  ส่วนโรงเรียนได้จำหน่ายปุ๋ยให้แก่ชุมชน  ทำให้นักเรียนมีรายได้จากการจำหน่ายปุ๋ย 

          กิจกรรมที่ ๓ การสร้างโดมผักลดโลกร้อน เป็นการสร้างโดมสำหรับปลูกต้นเสาวรสด้านหน้าอาคารเรียน และพืชผักอื่น ๆ ให้ร่มเงาและสร้างบรรยากาศให้กับนักเรียนและครู  ช่วยลดภาวะโลกร้อน  ทำให้นักเรียน ครู และผู้ปกครองนักเรียนหรือคนในชุมชนเข้ามาเรียนรู้การปลูกเสาวรสและผลิตน้ำเสาวรส  เพราะพันธุ์ต้นเสาวรสจำหน่ายและขยายพันธุ์

          กิจกรรมที่ ๔  การปลูกผักพื้นบ้าน เพื่อสุขภาพเพราะเป็นผักปลอดสารพิษและไม่ใช้สารเคมี  ผลผลิตนำมาเป็นอาหารกลางวันและแบ่งปันให้แก่คนในชุมชน  ภายหลังมีนักเรียนพักประจำจึงได้นำผลผลิตจากพืชผักมาเป็นอาหาร

         กิจกรรมที่ ๕ การจัดสวนหย่อมพืชผักสวนครัว ที่เหมาะกับฤดูกาลต่าง ๆ  เป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนได้ทำงานร่วมกัน  อยู่กับธรรมชาติ เรียนรู้วิธีการคิดที่สร้างสรรค์  ผลผลิตนำมาเป็นอาหารของนักเรียนและแบ่งปันให้กับคนในชุมชน

         กิจกรรมที่ ๖ การปลูกข้าวในแกลลอน เพื่อให้นักเรียนรู้จักคุณค่าของเมล็ดข้าว  ได้เรียนรู้การเจริญเติบโตของต้นข้าว  และสามารถอธิบายได้ว่าข้าวกี่เมล็ดจะให้ผลผลิตเป็นเท่าไร  เป็นพื้นฐานทักษะชีวิตและการแก้ปัญหาอย่างมีสติและปัญญา

        กิจกรรมที่ ๗ การเลี้ยงปลาดุกในบ่อ นักเรียนสามารถเลี้ยงและดูแลปลาในบ่อ  นำผลผลิตเป็นอาหารของนักเรียนแบ่งปันให้กับคนในชุมชน เพื่อสร้างความตระหนักเรื่องความเมตตาเอื้ออาทร

         กิจกรรมที่ ๘ การอาศัยข้าวก้นบาตร นักเรียนหอนอนจะผลัดเปลี่ยนกันติดตามพระไปบิณฑบาตร ในตอนเช้า เพื่อขออาหารจากการที่ชาวบ้านนำมาถวายพระ  กลับมาแบ่งปันเป็นอาหารกลางวันและอาหารเย็นที่โรงเรียน

        กิจกรรมที่ ๙ การให้นักเรียนพักอยู่ประจำ เนื่องจากนักเรียนชาวเขากลุ่มหนึ่งมารับจ้างทำไร่ เมื่อถึงโรงเรียนเปิดยังไม่กลับขึ้นเขาบอกว่าระยะทางไกลทำให้ไม่ต้องไปโรงเรียนบนเขา  จึงหาทุนสำหรับการสร้างหอนอนให้นักเรียนชาวเขากลุ่มนี้พักนอนและย้ายมาเรียนที่โรงเรียนนี้แทน  นักเรียนที่พักนอนมีอายุตั้งแต่ ๗ ขวบขึ้นไป  ปัจจุบันมีนักเรียนพักนอนจำนวน ๒๔ คน  นักเรียนหอนอนจะมีหน้าที่พิเศษกว่านักเรียนที่พักอยู่กับครอบครัวในชุมชน  คือตื่นตีห้า รับฟังการบรรยายธรรมะจากเสียงตามสาย  หุงข้าวด้วยฟืน  รดน้ำต้นไม้ เลี้ยงหมู เลี้ยงเป็ด

       กิจกรรมที่ ๑๐ การเรียนรู้ธรรมะอย่างธรรมชาติที่ห้องเรียนร้อยไร่  เป็นการฝึกให้นักเรียนตระหนักในความเป็นธรรมชาติ  มีสมาธิในการเรียนรู้ อาศัยหลักธรรมมาประกอบการตัดสินใจในการดำรงชีวิตเพื่อความสุข  โดยนำนักเรียน ครูและคนในชุมชนไปเรียนรู้ร่วมกันทุกวันพุธ

         กิจกรรมที่ ๑๑ การปั้นตุ๊กตาออมสิน  เป็นกิจกรรมสร้างฝีมือและจินตนาการ  ฝึกปั้นปูนพลาสเตอร์เป็นกระปุกออมสิน  ส่งขายให้กับร้านค้าและพ่อค้าแม่ค้ามารับไปจำหน่าย  ทำให้นักเรียนมีรายได้  นอกจากนี้เป็นการฝึกสมาธิของเด็กได้ดี

        กิจกรรมที่ ๑๒ การทำน้ำยาบ้วนปากสมุนไพร  เนื่องจากนักเรียนได้พบปัญหากลิ่นปาก  จึงได้ฝึกให้นักเรียนทำน้ำยาบ้วนปากสูตรสมุนไพร  สำหรับบ้วนปากหลังแปรงฟันทุกวัน

        กิจกรรมที่ ๑๓ การสร้างโรงเรียนรีสอร์ท  เป็นความฝันอันสูงสุดของคุณครุพิพัฒน์และคณะครูในโรงเรียน  ซึ่งกิจกรรมต่อไป  โดยจะเริ่มต้นในปีการศึกษา ๒๕๕๓ นี้ 

         การเรียนรู้ทั้ง ๑๒ กิจกรรมที่ผ่านมาตามลำดับ  นับเป็นความสำเร็จของการฟื้นฟูโรงเรียน ICU  ที่ถูกประกาศจาก สมศ.ว่าไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด   ซึ่งใช้ระยะเวลาในการสร้างและพัฒนามาเพียง ๑ ปีการศึกษา  โดยอาศัยความร่วมมือของชุมชนในการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ ภูมิปัญญาและทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางธรรมชาติ  ส่งผลให้นักเรียนเกิดกระบวนการเรียนรู้  สามารถสร้างองค์ความรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

         การคิดนอกกรอบแต่ไม่ไร้ทฤษฏี เกิดขึ้นจากผู้กล้าคิด กล้าทำ และกล้านำ  โดยสอดคล้องกับหลักการบริหารที่ถูกนำมาใช้ในประเทศไทย  ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 มาตรา 40    คือการบริหารแบบ (School-Based Management )ของมีส่วนร่วม (Participation or Collaboration or Involvement) เปิดโอกาสให้ผู้เกี่ยวข้องและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียให้มีส่วนร่วมในการบริหาร ตัดสินใจ และร่วมจัดการศึกษา ทั้งครู ผู้ปกครองตัวแทนศิษย์เก่า และตัวแทนนักเรียน

         การที่บุคคลมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา จะเกิดความรู้สึกเป็นเจ้าของและจะรับผิดชอบในการจัดการศึกษามากขึ้น  และหลักการบริหารตนเอง (Self-managing) แม้ว่าโรงเรียนไม่มีอำนาจอย่างแท้จริง สำหรับการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานนั้น แต่นโยบายของส่วนรวมมีความเชื่อว่าวิธีการทำงานให้บรรลุเป้าหมายนั้นอาจทำได้หลายวิธี  

         การที่ส่วนกลางทำหน้าที่เพียงกำหนดนโยบายและเป้าหมายแล้วปล่อยให้โรงเรียนมีระบบการบริหารด้วยตนเอง โดยให้โรงเรียนมีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบในการดำเนินงาน ซึ่งอาจดำเนินการได้หลากหลายด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับบริบทของโรงเรียน  ผลผลิตของการจัดการที่ได้น่าจะมีประสิทธิภาพสูงกว่าเดิมที่ถูกกำหนดมาจากส่วนกลาง ไม่ว่าจะโดยทางตรงหรือทางอ้อม  นับว่าการบริหารโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน จะเป็นการบริหารจัดการที่ทำให้เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากกว่ารูปแบบการจัดการศึกษาที่ผ่านมา  ซึ่งโรงเรียนบ้านถ้ำพริกกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่องด้วยความเคลื่อนไหวทีละก้าว