นึกถึงครั้งไปสอนถ่ายภาพให้ลูกศิษย์ครูคิม ผมคัดเลือกภาพที่คิดว่าไม่ถูกหลักศิลปะเพื่อเป็นตัวอย่าง ค่อนข้างหายากครับ ไม่ว่าจะเรื่ององค์ประกอบ จุดสนใจ หรือ แสงเงา ทั้งนี้เพราะที่ตัวเองคิดว่าไม่ดีนั้น ส่วนใหญ่จะลบทิ้งไปหมดแล้ว แต่เรื่องหนึ่งกลับหาง่าย นึกออกทันทีว่าจะไปค้นที่โฟลเดอร์ใด เรื่อง สมดุลครับ 

จำได้ครั้งพานักเรียน ม.3 ไปทัศนศึกษา ทะเล 2-3 ที่ที่ถ่ายมา อ่าวมะนาว หัวหิน และชะอำ ปกติแล้วหลังพิจารณาภาพที่ตัวเองถ่าย ผมจะเลือกภาพไม่ดี ไม่สมบูรณ์ ไม่สวย หรือไม่ถูกใจ ทิ้งทั้งหมด แต่ก่อนถ่ายด้วยกล้องตัวเก่า ภาพลบทิ้งจะเยอะ แต่พอถ่ายด้วยกล้องคุณภาพสูงขึ้น ภาพลบทิ้งก็น้อยลง

แต่เหมือนกันมั้ยครับ ผมอ่านจากน้องกานต์ในgotoknowนี้เอง แกบอกถ่าย 10 ภาพ จะดีหรือจะถูกใจจริงๆสัก 2-3 ภาพเท่านั้น ฟังแล้วเหมือนกันเลย ที่มีอยู่ ที่เก็บไว้ หากจะนำไปอวดใคร ก็แค่ 2-3 ภาพนี้

ที่อ่าวมะนาวครับ ใจหนึ่งผมอยากจะลบ 2 ภาพข้างบนนี้ทิ้ง เพราะดูหนักอยู่ข้างเดียว สมดุลไม่ได้เลย แต่อีกใจเสียดายความคมชัด ภูเขา ทะเล เห็นรายละเอียดหมด ถ่ายหลายภาพ ได้แบบนี้ไม่กี่ภาพ จะให้ใสแจ๋วอย่างนี้ทั้งหมด เดาเอานะครับ ว่าต้องใช้ขาตั้งกล้อง กล้องต้องนิ่ง เลือกจุดโฟกัสแม่นๆ ไว้ซื้อขาตั้งกล้อง และลองถ่ายดูก่อน แล้วจะมาเฉลย ว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิด(ฮา) 

เรื่องสมดุลนี่ ใหญ่มากนะครับ ใครเรียนชีววิทยาจะรู้ สิ่งมีชีวิตจะอยู่ได้ ดุลยภาพต้องมีตั้งแต่ระดับเซลล์ขึ้นมาเลย ลองคิดดู แทบทุกเรื่อง หากหนักด้านใดด้านหนึ่งเกินไป จะอยู่กันอย่างไม่มีความสุข

ในร่างกายเรา น้ำและแร่ธาตุต่างๆ ถูกควบคุมอย่างอัตโนวัติให้สมดุลตลอด ขาดต้องทดแทน มากก็ขับทิ้ง ไม่งั้นอยู่ไม่ได้ ต้องพึ่งหมอพึ่งโรงพยาบาลอย่างที่เห็น

มีคนพูดว่า ถ้าจะกำจัดลูกน้ำยุงให้สิ้นซากไปจากโลก ด้วยความรู้และเทคโนโลยีที่มนุษย์มี ไม่น่ายากเกินไป แต่เพราะผลกระทบจะตามมาอีกมากมาย ปลาเล็กๆจะขาดอาหาร ปลาใหญ่จะไม่มีปลาเล็กกินเป็นอาหาร ในที่สุดมนุษย์ ซึ่งเป็นผู้บริโภคขั้นสุดท้าย จะขาดแคลนอาหารไปด้วย แค่ลูกน้ำยุง แต่ส่งผลไปหมด จึงเชื่อครับว่า เด็ดดอกไม้..สะเทือนได้ถึงดวงดาว 

ทุนนิยมที่ส่งเสริมการแข่งขัน ทำให้ช่องว่างระหว่างคนรวยกับคนจนมากขึ้น การเอารัดเอาเปรียบ กอบโกย งอกเงยไม่จบ คนจน คนด้อยโอกาส อยู่กันแทบไม่ได้ ช่องทางจะกลับไปสู่สมดุล การใช้ชีวิตตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเป็นทางออกที่ชัดเจนมากๆ ที่พวกเรารู้และเข้าใจดี 

มัชฌิมาปฏิปทา ทางสายกลางของพระพุทธเจ้าก็สอนเราอย่างนี้ อย่าสุดโต่ง พอดีๆ อย่าทุกข์เกินไป อย่าสุขเกินไป มีลาภเสื่อมลาภ มียศเสื่อมยศ อย่ายินดียินร้ายให้มากนัก ลดโลภโกรธหลงเสีย ลดตัวกูของกูบ้าง เหล่านี้ก็ไม่เพราะความสำคัญของสมดุลดอกหรือ 

ชอบนำเรื่องที่ทำ ไปเทียบกับการดำเนินชีวิต เรื่องสมดุลสำคัญมาก หากไม่มีเสียแล้ว อยู่กันไม่สุขดอกครับ 

แม้แต่การถ่ายภาพ สมดุลยังสำคัญเลย