ข้าพเจ้าจำได้ว่าสักประมาณต้นปี ๕๒ ราวๆ เดือนมีนาคมนั้น ได้มีโอกาสนั่งลงฟังเรื่องราวดีดี บอกเล่าถึงวิถีแห่งชีวิตและการงาน และได้สังผัสถึงพลังแห่งความสุขใจดั่งเสมือนกันว่า "เขาเหล่านี้ได้ก้าวผ่าน หนทางแห่งวิถีการงานมาได้อีกหนึ่งก้าว"
ผ่านความกลัวสู่การทำงาน จากเรื่องเล่าคนหน้างาน TB
ระยะเกือบสองปี...ที่คนหน้างานแห่งพื้นที่ได้ก้าวผ่านความหวาดกลัวในใจ ต่อคำสั่งเปรี้ยงและกระแสแห่งการทัดทานไม่ให้ทำงานนี้ ด้วยเหตุผลนานา หรือแม้แต่คนหน้างานเองก็ไม่ได้ทันตั้งตัวว่า "ตนเองนั้นจะสามารถทำการงานเช่นนี้ได้"
ข้าพเจ้าจำได้ว่า พี่น้อย...หัวหน้าหอผู้ป่วยอายุรกรรมรวม ส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือเพื่อเรียกขวัญและกำลังใจให้กับคนหน้างานของตน ... ข่ายแห่งเส้นทางการทำงาน เพื่อการดูแลผู้ป่วยวัณโรคโดยการแปลงงานของตนจากการดูแลผู้ป่วยทางอยุรกรรมทั่วไปมาเป็นผู้ป่วยวัณโรค...
วันนี้...คนหน้างานเหล่านี้ได้ผ่านพ้นความหวาดกลัว ด้วยการก้าวเดินหน้าเผชิญกับความหวาดกลัวนั้น อันเป็นการก้าวเดินด้วยเส้นทางแห่งการเรียนรู้
พี่น้อยเล่าว่า "ตายเป็นตาย..." ทุกคนเริ่มหันมาคุยกัน มองหน้ากัน หารือกันมากขึ้นพร้อมทั้งเหมือนเริ่มต้นเรียนรู้ใหม่ว่าจะทำงานครั้งนี้ได้อย่างไร ...
"เราต้องไปค้น ไปหาความรู้ ไปอบรม"
"ขณะที่มีจำนวนคนน้อยๆ แต่เราก็อาศัยผลัดเปลี่ยนกันไปเรียนรู้ ไปศึกษาดูว่าหอผู้ป่วยเราจะตั้งต้นทำงานนี้กันอย่างไรดี ไม่มีใครมาแนะมาบอก เราเริ่มต้นทุกอย่างจากศูนย์เลยล่ะ"...
คนหน้างานตัวเล็กๆ ที่สมัยนั้นไม่มีสิทธิ์ต้านทานต่อกระแสแห่งนโยบาย หรือทิศทางการทำงานกำหนดได้ด้วยตนเอง ต้องมาปรับมาเปลี่ยน "ใจ" ตนเองใหม่นำพาตนเองก้าวเข้าไปสู่ความไม่รู้ และความหวาดกลัว
วันนี้...คนหน้างานได้บอกเล่าเรื่องราว...หนทางแห่งการงานของตนเองด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เปี่ยมประกายแห่ง "ชัยชนะเล็กๆ " อันเป็นชัยชนะที่ไม่ต้องไปต่อกรกับใคร หากแต่เป็นการต่อกรต่อตนเอง...
กว่าจะถึงวันนี้ เป็นเรื่องเล่าที่พี่ปี...ได้ไปสกัดความรู้และผ่องถ่ายบอกเล่าไว้ตามแนวคิดที่ว่า เรื่องดีๆ...ต้องประกาศให้ดังๆ จริงแล้วภาพแห่งการทำงานครั้งนี้ จากการที่วันนั้นก้าวย่างอย่างโดดเดี่ยว แต่ระหว่างหนทางแห่งการก้าวเดิน จริงๆ ได้มีมิตรภาพมาร้อยเรียงและพร้อมก้าวย่างไปพร้อมกัน... ดังจะเห็นได้จากเรื่องเล่าของคนหน้างานเภสัชกรรมที่มาเสริมเติมต่อในเรื่อง “ กระเป๋าฮักแฮง ”
วันนี้...ข้าพเจ้าได้นำเรื่องราว "คนหน้างานแห่งหอผู้ป่วยอายุกรรมรวมที่ทำงานดูแลผู้ป่วยวัณโรค" มานั่งถอดบทเรียน... เสมือนกับว่า ได้...น้อมลงดู "ใจ" ของคนหน้างานและวิถีก้าวย่างของพวกเขาว่ามีการนำพาไปเช่นไร... ทำไมวันนี้เขาจึงได้มี "ความสุข" ในใจมากจังเลย...


เอาใจช่วยอยู่ใกล้ๆนี้เองค่ะ... ^_^
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางด้วยกันนะคะ
เพียงแค่ส่งสาวน้อย...มาให้ "ดร.กะปุ๋ม" จูงมือ นี่ก็มีคุณค่าอย่างยิ่ง
ยังจำได้ในใจ...ว่า "คิดถึง ดร.กะปุ๋ม แต่หนูไม่เห็นอยากจะคุยด้วย" เป็นประโยคที่ใสและเต็มไปด้วยความรักที่เธอผู้เป็นสาวน้อยส่งมาให้...
สักวัน..เราจะได้ร่วมกันหัวเราะอย่างเบิกบาน แล้ว...คุณพ่อเสริฐ ก็จะได้ลูกสาวเพิ่มอีกหนึ่งคนนะคะ