ลูกเสือที่เปลี่ยนไป เพราะความทันสมัยเข้ามา

   ช่วงที่ผมไปประชุมสัมมนาลูกเสือระดับชาติ  ท่านผู้ใหญ่ท่านหนึ่งในวงการลูกเสือเปรยๆมาว่าลูกเสือเดี๋ยวนี้เอาสบายเข้าว่า  ใช้วิธีโยนเงินให้ค่ายเอกชนจัดให้  จ้างเขาทุกอย่าง  สบายทั้งครูทั้งเด็กไม่ต้องทำอะไร  แต่สิ่งที่หายไปคือ "ทักษะชีวิต"

 

 

     ผมคุยกับผู้บริหารระดับจังหวัดท่านหนึ่ง ท่านบอกว่าจากการสำรวจการเข้าค่ายลูกเสืออในจังหวัดของท่าน ร้อยละ 90  จ้างเอกชน  มีเพียงร้อยละ 10  ที่เข้าค่ายเอง  คุณครูทำกันเอง

 

 

    สองวันก่อน ผมคุยกับผู้บริหารโรงเรียนหนึ่ง  ผมบอกว่าผมชอบเข้าค่ายลูกเสือแบบโบราณ  ซึ่งเดี๋ยวนี้  เริ่มมีความทันสมัยมาแทนที่  ท่านผู้บริหารโรงเรียนท่านนี้ก็เอียงมาทางผม เลยคุนกันได้นาน 

 

 

     เข้าค่ายลูกเสือแบบโบราณของผมคือ 

 

      1.    อาหาร

   1.1   เด็กต้องหุงหาอาหารเอง     

   1.2  ห้ามเตาแก็ซ   หม้อไฟฟ้า  

    1.3 ห้ามบะหมี่สำเร็จรูป  ปลากระป๋อง

 

   2.   การแสดง

     2.1  ร้องเพลงโบราณที่แฝงคุณธรรม

     2.2  ละครรอบกองไฟ  เป็นเรื่องวรรณคดีในอดีต 

     2.3  เน้นการรำวง ไม่เน้นการเต้นรำสมัยใหม่

 

    3.  ที่พัก  ต้องกางเต็นท์เอง 

 

    4. และถ้าเป็นไปได้   ห้ามเด็กพกเงินมาครับ  (ผมเคยทำมาแล้ว  ทำได้ครับ  ศก.พอเพียงจะเกิดก็ตรงนี้แหละครับ โดยไม่ต้องสอน) 

 

   เรื่องโบราณของผมก็มีอยู่เท่านี้แหละครับ ที่คุณครูและผู้บริหารหลายท่านบอกว่าโบราณ    เพราะเดี๋ยวนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้ว  โลกมันทันสมัยแล้ว  จะมาอยู่ค่ายโบราณแบบเก่าไม่ได้   จะมาใช้ก้อนหินสามก้อนเป็นเตา มันโบราณมาก

 

      จึงต้องใช้เงินซื้อความสะดวกสบายหมดครับ รวมทั้งซื้อ "ทักษะชีวิต" ของเด็กๆไปด้วย  เพราะเด็กมากินกับมานอน  และ ทำกิจกรรมในภาคสนาม  แถมกิจกรรมก็ยังเน้นเพลงเต้นรำสมัยใหม่  การแสดงก็แสดงเน้นเรื่องสมัยใหม่ไปหมด

 

    

 

      จากการเข้าค่ายแบบโบราณของผม 

 

      1.  เด็กเขาทำอาหารเองได้ทุกอย่างครับ  สุกบ้าง ดิบบ้าง  ก็รับประทานด้วยความเอร็ดอร่อยและมีความสุขครับ

 

      2. บะหมี่สำเร็จรูป และปลากระป๋องไม่ต้องเอาไป  เขามีวิธีทำอาหารและเก็บอาหารสดอยู่ครบ 3 วันครับ

 

     3.  เด็กเขาจะมีการจัดการของเขาเองครับ  เขาจะแบ่งหน้าที่  แบ่งความรับผิดชอบ  มีกระบวนการกลุ่มที่เป็นธรรมชาติ  ฝึกวินัย   ความเสียสละ