การประชุม"การสังเคราะห์รูปแบบ กระบวนการ และเทคนิควิธีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะประโยชน์ของ ๔ ประเทศและแนวทางสำหรับประเทศไทยในการประยุกต์ใช้" โดยคณะผู้วิจัยนำเสนอรูปแบบ เทคนิควิธีและกระบวนการจัดกิจกรรมเพื่อสาธารณะประโยชน์ตามลำดับทีละประเทศ

           ลำดับแรก รศ.ดร.ฉันทนา  จันทร์บรรจง  นำเสนอบทสรุปสำหรับผู้บริหารกรณีประเทศญี่ปุ่น เกี่ยวกับแนวคิดและแนวนโยบายการปฏิรูปการศึกษา ระหว่างปี คศ.2001 "เป็นการให้ความสำคัญและส่งเสริมให้ผู้เรียนเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  เคารพต่อกฏเกณฑ์ทางสังคมและการมีน้ำใจต่อผู้อื่น  โดยส่งเสริมกิจกรรมอาสาสมัคร และกิจกรรมกลางแจ้งของเด็กและเยาวชน  โรงเรียนจะต้องจัดกิจกรรมให้มีการปฏิบัติจริงและมีความสอดคล้องกับวัยและพัฒนาการของผู้เรียน  เพราะมีความเชื่อว่ากิจกรรมที่จัดขึ้นสามารถเป็นเครื่องมือในการปลูกฝังความเคารพกฏเกณฑ์ของสังคมและความมีน้ำใจต่อผู้อื่น  ซึ่งท้องถิ่นจะสามารถดำเนินการได้ร่วมกับโรงเรียน

         ภายหลังประเทศญี่ปุ่นได้มีการปรับปรุงกฏหมายหลักที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาอันได้แก่กฏหมายการจัดการศึกษาในระบบโรงเรียน  และกฏหมายการจัดการศึกษานอกระบบโรงเรียน  เพื่อให้ความสำคัญของ "กิจกรรมการเรียนรู้เพื่อบริการสังคม" ให้แก่การจัดการศึกษาทั้งสองระบบ  โดยคณะกรรมการการศึกษาของท้องถิ่น  มีหน้าที่ดำเนินการจัดการ  และมีการปรับปรุงกฏหมายเพื่อให้เกิดความร่วมมือจากชุมชน องค์กรต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนอย่างแท้จริง

           แนวทางในการนำมาประยุกต์ใช้ในบริบทของประเทศไทย เนื่องจากกระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2551 โดยเพิ่มคุณลักษณะที่พึงประสงค์ของผู้เรียนให้เป็นผู้มีสำนึก "จิตสาธารณะ"

         จะเห็นว่าประเทศญี่ปุ่นได้สร้างจิตสาธารณะ  โดยปลูกฝังตั้งแต่วัยเด็ก  เน้นกิจกรรมอาสาพัฒนาสังคมรอบ ๆและใกล้ตัวเด็กตั้งแต่ในห้องเรียนและโรงเรียนก่อน  ภายหลังจึงขยายไปสู่ภายนอกโรงเรียนหรือในชุมชน นอกจากนี้ทุกโรงเรียนจะต้องจัดทำแผนปฏิบัติการประจำปีสำหรับกิจกรรมพิเศษ ซึ่งไม่ทำกิจกรรมซ้ำซ้อนโดยไม่จำเป็น

        การจัดกิจกรรมของประเทศญี่ปุ่นมีทั้งกิจกรรมที่ริเริ่มโดยครู โรงเรียน  ซึ่งให้นักเรียนร่วมคิดร่วมทำ  และรวมทั้งกิจกรรมที่นักเรียนคิดด้วยตนเองแต่ครูจะต้องให้คำปรึกษา  เมื่อสิ้นสุดกิจกรรมจะต้องมีการประเมินตนเองตามสภาพจริงมากกว่าการประเมินโดยครูหรือการให้คะแนนหรือการตัดเกรด  แต่เน้น"การเห็นคุณค่า ความสมัครใจและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

       กระทรวงศึกษาธิการได้จัดทำหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551   ที่มุ่งส่งเสริมให้ผู้เรียนบำเพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชนและท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะที่แสดงถึงความรับผิดชอบ  ความดีงาม ความเสียสละต่อสังคม  และการมีจิตสาธารณะ  และเปิดโอกาสให้ชุมชนและสังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา 

         ความงดงามของคุณลักษณะผู้เรียน  นับเป็นความหวังและความฝันอันยิ่งใหญ่  ซึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถของผู้ใช้หลักสูตรและความร่วมมือของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษา ในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเรียนรู้ให้เกิดขึ้นภายในและส่งผลสู่ความรู้ความสามารถด้านวิชาการตามถนัดของแต่ละคน