ได้คิดสะกิดจาก "น้ำดีไล่น้ำเน่า"

       ได้อ่านบันทึกของท่านอาจารย์หมอวิจารณ์ พานิช เรื่อง KM (แนวปฏิบัติ) วันละคำ : ๗๒๔. KM เป็นเครื่องมือใช้น้ำดีไล่น้ำเน่า

…KM เป็นเครื่องมือเพื่อการเรียนรู้ ที่เป็นการเรียนรู้ร่วมกันเป็นกลุ่ม เป็นทีม หรือร่วมกันในหน่วยงาน    เรียนรู้จากการทำงานตามปรกติประจำวัน เอาความรู้มา ลปรร. กัน ผ่านการเล่าเรื่อง ใหม่ๆ ก็เน้นเรื่องราวของความสำเร็จที่น่าภาคภูมิใจ   ซึ่งในความสำเร็จนั่นเอง มีความรู้    แล้วแต่ละคน แต่ละหน่วยย่อย ก็เอาความรู้ที่ได้จากการ ลปรร. ไปปรับใช้   แล้วนำผลมา ลปรร. อย่างต่อเนื่อง  ต่อมา เมื่อมีความไว้วางใจต่อกันและกัน สบายใจที่จะเล่าเรื่องราวของความไม่สำเร็จ หรือความผิดพลาด    storytelling ก็จะก้าวสู่ การ ลปรร. จากความผิดพลาด    ซึ่งจะได้ความรู้ในอีกมิติหนึ่ง ไม่ว่าจะ ลปรร. จากความสำเร็จหรือความผิดพลาด    เป็นการ ลปรร. ภายใต้เครื่องมือ Appreciative Inquiry   คือในบรรยากาศของมิตรไมตรี ความชื่นชมต่อกัน

 

       ทำให้คิดขึ้นได้ถึงงาน ๆ หนึ่งในที่ทำงานค่ะ งานนี้เป็นงานเกี่ยวกับการหล่อเทียนพรรษา แทนการซื้อสำเร็จรูป ซึ่งทำกันมาเป็นปีที่สามแล้ว ภาพโดยรวมดูดี แต่ภายในระบบจัดการลึกๆ กรรมการเท่านั้นที่รู้ว่าอะไรเป็นอย่างไร

       ในฐานะที่เป็นกรรมการคนหนึ่งในกิจกรรม แม้มิได้เกี่ยวข้องกับการลงมือลงแรงอันใด แต่เข้าไปรับฟังการสนทนากลุ่มคนทำงาน และจับประเด็นเรื่องนี้ได้ว่าในสองปี สามปีที่ผ่านมา พวกเราลงมือทำงานและพบข้อบกพร่อง แสนผิดพลาดในแต่ละปีแต่ละครั้งที่ทำการหล่อเทียนเป็นอย่างไร

       การคุยกันและหาแนวทางแก้ไขปัญหาไม่ได้ทำให้พวกเราหมดแรงที่จะพัฒนาปรับปรุงงานให้ดียิ่งขึ้นจากที่ยังไม่เป็นที่พึงพอใจ คล้ายดังที่ท่านอาจารย์หมอวิจารณ์บันทึกไว้ น้ำดีไล่น้ำเน่า และแม้ว่าของๆ เรายังไม่ถึงกับเน่า  แค่“มีบางอย่างมากระทบ...” ทำเอาพวกเราหมดแรงกำลังใจ

       อย่างไรก็ตามในการพูดคุยร่วมกันในเชิงบวก เราได้ร่วมคิดหาทางแก้ไขปัญหาเพื่อให้วันพรุ่งนี้หรือปีหน้า ทำงานได้ดีขึ้น ประสบการณ์ในการทำงานแต่ละปี ถูกนำมาทบทวนหาจุดบกพร่อง และคิดแก้ไข เราปิดรูรั่วจุดหนึ่งได้แล้ว เราเองคิดว่าคราวนี้งานออกมาคงสำเร็จเสร็จสิ้นเป็นที่พึงพอใจ แต่ที่ไหนได้ เรากลับลืมนึกถึงรายละเอียดเล็กน้อย ที่เกิดจากต่างสถานที่ ต่างคนต่างเวลา ดังนั้นในการทบทวนบทเรียนปีล่าสุด นอกจากเราไม่รู้สึกโกรธเคืองเสียใจกับความผิดพลาด เรากลับคิดว่านั่นคือการดีที่ทำให้รู้ในเวลาต่อมาว่า การหล่อเทียนที่มีสูตรผสมจากประสบการณ์คนทำงานตรง ก็ยังเชื่อมั่นเต็มร้อยไม่ได้จนกว่าจะได้ลงมือทำเอง ลองผิดลองถูกไปก่อน แต่ไม่ให้บ่อยมากนัก

คุณวัชรา........เรื่องการทำเทียนพรรษา  เราหล่อเทียน มาทุกปี  ปีแรกสำเร็จ  ปีที่สองเทียนอ่อน เพราะไม่รู้ว่าต้องเพิ่มอะไรไปให้เทียนแข็งได้รูป  พอมาปีที่สาม ทำสำเร็จ  เอาไปสมโพชที่วัด  มีเจ้าหน้าที่ ไม่ระวังทำเทียนหัก แล้วในวันที่จะเสนอผลงานของทีม ก็คิดว่าจะเสนอเรื่องการหล่อเทียนพรรษาให้ผู้บริหารทราบ แต่ถูกระงับไม่ให้นำเสนอ (http://gotoknow.org/blog/aing/290582)

อาจารย์ JJ……..  ตรงนี้เราไปมองเป้าอื่น  เราไม่ได้มองว่าความสำเร็จจาก การหล่อเทียนคือ เติมเทียน เติมพาราฟิน  แต่ไปมองที่เทียนหัก  ตรงนี้มองได้ว่า เรามีความสำเร็จ มีความสุขว่าเราได้พัฒนางานของเรา CQI คือ ตั้งเป้า เฝ้าดู ปรับเปลี่ยน  เรียนรู้และพัฒนา

ตรงนี้เรารู้ว่าเราแก้ปัญหาเทียนรูปร่างสวย อยู่ได้ ไปทำให้เขาเห็น ทำให้เห็น แต่หักเป็นคนละกรณี  ฉะนั้นต้องเข้าใจ concept  ให้ทุกคนมีส่วนร่วม  ได้แชร์  ความคิด แต่ถ้าไม่เข้าใจจะอึดอัดใจ  เคล็ดวิชานิดเดียวคือ เติมพาราฟิน แต่เราไปมองเป้าใหญ่  ไม่ได้ตอบโจทย์ความเป็นคนว่าเราได้พัฒนา(พัฒนาการทำเทียนได้ แสดงให้ดูได้)   เพราะบางทีเราควบคุมไม่ได้ เช่น ควบคุมหัวหน้าเป็นต้น   (http://gotoknow.org/blog/aing/290582)

 

       สามปีที่ผ่านมาคงเพียงพอแล้วสำหรับก้าวต่อไปที่แม่นยำมั่นคง  สูตรผสมในการหล่อเทียนพรรษาที่พอดีคืออะไร เราได้คำตอบร่วมกันว่า ควรต้องค้นคว้าหาตำรามาศึกษา เวลาในการเตรียมการก็สำคัญมาก เพราะการทำอะไรที่เร่งรีบนักไม่ดีแน่นอน  และเรายังได้ข้อสรุปว่าเราจะต้องไม่ประมาทในการทำงานแต่ละขั้นตอน   ต้องนำมาสรุปผลด้วย ดีไม่ดีจะได้คิดหนทางแก้ไข  และอย่างไรก็ตาม เรายังได้ร่วมกันคิดถึงแผนสองรองรับ หากจะมีเหตุการณ์สุดวิสัยเกิดขึ้นอีกในอนาคต เช่น การเตรียมเทียนสำเร็จรูปนำมาเข้าร่วมในพิธีการอันสำคัญคู่กันกับเทียนที่เราหล่อเองจากความร่วมมือร่วมแรงร่วมทุนทรัพย์ของพวกเราเอง

        สรุปกิจกรรมการจัดการความรู้เรื่องการหล่อเทียนพรรษาสามปีที่ผ่านมาเรามีบทเรียนในข้อผิดพลาดไม่ซ้ำกัน  ปีแรกๆ ทำไมเทียนจึงไม่แข็งตัว เพราะไม่ได้ใส่พาราฟีน ก็แล้วปีก่อนหน้านั้นเล่า..  ปีต่อมา ใส่ส่วนผสมตามที่ร้านขายของบอกเรา  เทียนแข็งเกินไปจนหักแตก ปีหน้าเราจะกลับมาพิจารณาในรายละเอียดแต่ละขั้นตอนกันอีกครั้งก่อนลงมือดำเนินกิจกรรม

Lifenotbl