สัปดาห์ที่ผ่านมาฉันได้รับคำสั่งด่วนให้ไปประชุมการจัดค่ายบวรธรรม  ที่โรงเรียนอีกแห่งหนึ่งในอำเภอ  ทำให้ไม่ได้สอนภาษาอังกฤษชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓  แต่เมื่อฉันกลับมาในตอนบ่าย  ฉันจึงไปขอยืมชั่วโมงคอมพิวเตอร์มาสอนแทน 

          ความวุ่นวายมักจะเกิดขึ้นในภาคบ่ายเสมอ  ไม่ว่าจะเป็นวิชาอะไรก็ตาม เด็กจะขาดความสนใจเรียนไม่เหมือนตอนเช้า  เนื่องจากนักเรียนอาจจะหิวบ้าง  ร้อนบ้าง เบื่อหน่ายที่เรียนมามากแล้วก็ได้ และอยากกลับบ้านโดยเฉพาะชั่วโมงสุดท้ายเช่นวันนี้ 

         กิจกรรมครั้งนี้  เมื่อทบทวนเข้าใจแล้วนักเรียนต้องทำแบบฝึก  เวลาผ่านไป  นักเรียนบางคนก็ยังติดคุย  ติดเล่นกับเพื่อน ๆ ฉันจึงออกคำสั่งว่า "ถ้าหากใครทำแบบฝึกไม่เสร็จก็ยังไม่ต้องกลับ ครูจะนั่งเฝ้าจนกว่าทุกคนจะเสร็จ" ตามปกติโรงเรียนเลิกเวลา ๑๕.๓๐ น. วันนี้ฉันแจ้งให้นักเรียนทราบว่าจะต่อเวลาให้อีก ๑ ชั่วโมง 

          ฉันได้ดึงผ้าพันคอออกจากคอเพราะรู้สึกว่าจะร้อนบ้างแล้ว  แต่กลับนำผ้าพันคอมาโพกศีรษะแทน เด็กชายนามสมมุติ ๑ ซึ่งจัดเป็นกลุ่มนักเรียนแสบประจำห้องหันมามองฉันแล้วพูดออกมาดัง ๆ ว่า "คุณครูเหมือนผีบ้า"  ฉันก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้  นักเรียนคนอื่น ๆ ก็หัวเราะเช่นกัน นับว่าเป็นการสร้างบรรยากาศได้ดี

          นักเรียนบางคนทำเสร็จแล้วแต่ต้องอยู่อธิบายเพื่อน ๆ แต่ก็ไม่มีวี่แววว่ากลุ่มที่ทำช้าจะกระตือรือล้น ฉันจึงออกคำสั่งแกมขู่ต่อไปว่า "คนที่ทำเสร็จแล้วให้กลับบ้านได้  และหากใครที่ทำเสร็จภายใน ๑๖.๓๐ น.ให้กลับบ้านได้เหมือนกัน ส่วนคนที่ยังไม่เสร็จถึงเวลาเท่าใดก็จะเฝ้ารอ และให้ผู้ปกครองมารับตัวจากครูกลับบ้าน

        ทันทีมีเสียงหนึ่งตะโกนมาจากมุมห้องว่า "จะบ้าหรือไง" เป็นเสียงของเด็กชายนามสมมุติ ๒ นักเรียนกลุ่มแสบเช่นเดียวกัน  ฉันหันไปมองตามเสียง  แต่เจ้าของเสียงกลับยิ้มเบิกบาน ขณะที่ฉันกำลังหาคำตอบเพื่อแก้เผ็ด  เพราะได้ ๒ บ้าแล้วในชั่วโมงนี้ เด็กชายนามสมมุติ ๒ ก็เดินมานั่งคุกเข่าและพับเพียบก้มกราบและเงยหน้าขึ้นบอกว่า "ผมขอโทษครับ" และทำมือตบปากตนเอง ๒ ทีเป็นการเตือนตนเอง  ทำให้เด็กชายนามสมมุติ ๑ เข้ามาหาฉันแบบกบกระโดด"ผมก็ขอโทษครับ" เสียงเพื่อน ๆ บอกว่าให้ตบปากตนเอง ๓ ทีด้วยเพราะรู้ตัวได้ช้า

        ห้องเรียนเป็นห้องโล่ง ๆ ไม่มีแม้แต่โต๊ะและเก้าอี้นั่งเรียน  นอกจากโต๊ะและเก้าอี้ของครู ส่วนใหญ่ครูจะนั่งกับพื้นเหมือนนักเรียน  นักเรียนเข้ามาหาครูจึงต้องกราบ  เพราะเป็นวัฒนธรรมของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ว่าด้วยการไหว้และการกราบ ให้เหมาะสมกับกาลเทศะ 

        นับว่าเป็นการสร้างบรรยากาศที่ดี  แม้จะไร้ซึ่งไร้สีสันสวยงาม ฉันรู้สึกมีชีวิตชีวา ที่ฉันและนักเรียนแทบจะไม่ไม่มีช่องว่างระหว่างเรา  และชื่นใจเมื่อนักเรียนว่าล่วงเกินรู้ตัวจึงมากราบขอโทษขออภัย แม้ว่าใครจะมองนักเรียนกลุ่มนี้เป็นนักเรียนตัวแสบ  แต่ในตัวแสบนั้นก็มีคุณความดีที่น่ารักอย่างเห็นได้ชัดเจน