ถ้าคิดดี ทำดี ปรารถนาดีต่อกัน การอยู่ด้วยกัน ก็เท่ากับเป็นการให้และรับของขวัญซึ่งกันและกันตลอดเวลาเลยนะนั่น

สวนป่า

(ท้องฟ้าที่สวนป่ายามเช้าตรู่)


อยู่เมืองกรุง...

บ่มีโอกาสได้เงยดูท้องฟ้ายามเช้าตรู่อย่างนี้ร๊อก...

 

สวนป่า

(ท้องฟ้าที่สวนป่ายามรุ่งสาง)


คิดไปคิดมาอยากจะเหิรฟ้าเสียจริง ๆ...

อย่ากระนั้นเลย นั่งดูเฉย ๆ ท่าจะดีกว่า...

 

สวนป่า

(ฝ่ายโภชนาการสวนป่ามหาชีวาลัย)


อยู่ดี ๆ บรรยากาศอุ่น ๆ ก็เริ่มปกคลุม...

 

สวนป่า

(สวนผักยามเช้า)


ก็ไม่ถึงกับสบายซะทีเดียวหรอกนะคะ...

เพราะต้องทำงานแลกข้าวกินเป็นมื้อ ๆ ไปด้วยอ่ะ...

 

ครูบาสุทธินันท์

(มื้อเช้าฝีมือพ่อครูบาฯ)


วันพ่อ แต่ดันใช้พ่อทำกับข้าวให้กินเสียนี่...

ช่วยก็ไม่ช่วย...

แถมแซวให้เขวตลอดเวลาอีกต่างหาก ฮ่าๆๆ

 

สวนป่า

(เจ้ามอม เจ้าเหมียวเป๋ และสาวน้อยผู้ทรนง)


พ่อครูฯ แนะนำเพื่อนใหม่ให้รู้จัก...

 

สวนป่า

(เพื่อนเก่ายกทัพมาทักทายแต่เช้า...)


เลยต้องไปทักทายเพื่อนเก่าเสียหน่อย...

เดี๋ยวน้อยใจ...

 

สวนป่า

(สวนป่ายามเช้าที่แสนสงบ)


เดินตามพ่อไปโกยอากาศใส ๆ ใส่ปอด...

เอาพอให้ซี่โครงฉ่ำ ๆ ก็พอ...

 

สวนป่า

(สีสันวันนี้ที่สวนป่า)


นั่งเมาท์กันอย่างเมามัน...

พร้อมเก็บเกี่ยวสีสันในวันที่แสนเบิกบาน...

 

ครูบาสุทธินันท์

(พ่อครูบาฯ พาเดินดูการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้ใบหญ้า)


เดินตามพ่อครูฯ...

ไปเรียนไม่รู้จบ...

 

การติดตา

(การติดตาต่อกิ่งสัมซ่ากับต้นกระสัง)


โธ่ ง่ายอย่างนี้หนูก็ทำได้อยู่นา...

เอามั่ง เอามั่ง

 

ตลาดปลาทุ่งกุลา

(ตลาดปลาทุ่งกุลา)


นึกสนุกก็ขับรถไปเที่ยวกัน...

อยากไปไหนก็ไป...

อยากทำอะไรก็ทำ...

ใช้ชีวิตแบบไม่ต้องมีแผนซะมั่ง หนุกๆๆ...

จะมีใครซักกี่คนน๊อ ที่ได้นั่งรถที่พ่อครูบาฯ ขับ...

ครูปูขอรับรองความมันส์...

แต่ไม่รับประกันความปลอดภัยนะขอรับ ฮ่าๆๆ

 

เมี่ยงส้มตำ

(เมี่ยงส้มตำข้าวเหนียวดำฟักทอง ที่คิดขึ้นได้ในบัดดล)


คว้านู่นนี่ ใส่ปาก...

ของสด ๆ ...

บรรยากาศสะอาด ๆ ...

รอยยิ้มใส ๆ จากใจสวย ๆ ...

ทำตัวง่าย ๆ ...

ไม่ฝืน ไม่ขืน ไม่ขัด ...

ปล่อยความคิด...

ผ่อนลมหายใจ...

ได้อยู่กับความเรียบง่าย...

ที่เป็น "ความจริง" แบบนี้ของชีวิต...

แค่นี้ก็มีความสุข จะตายชักแล้ววว...

 

สวนป่า

(นอนอ่านหนังสือเล่น บนลานดูดาว)


อิ่มแล้วก็ว่ากันตามตำรา...

กินบนเรือน ผึ่งพุงบนหลังคา...

 

ตลาดสตึก

(แม่หวีพาลุยตลาดสตึกยามเย็น)


อาศัยช่วงพ่อครูบาฯ เผลอแอบหนีไปลุยตลาดสตึก...

ไปทุกทีก็หนุกหนานทุกทีสิน่า...

แถม ได้ บรึ๋ย! อีกต่างหาก...

 

แม่น้ำมูล

(ริมฝั่งแม่น้ำมูล)


ได้สัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำมูลยามเย็นเป็นครั้งแรก...

สงบ เย็น...

หรือเขาก็เป็นอย่างนั้นของเขา...

เราซิ่...

ไปมอง ไปคิดไปต่าง ๆ นานาเอาเอง...

 

สวนป่า

(หนุกหนานกับการโขมย มันส์ๆๆๆ)


กินง่าย อยู่ง่าย...

ไม่ต้องเรื่องเยอะ...

ไม่ต้องเงื่อนไขแยะ...

กิน...

อยู่...

กับดิน...

เดี๋ยวไม่นานก็ต้องกลับลงดิน...

 

ครูบาสุทธินันท์

(พ่อครูฯ ทำกับข้าวไป โทรโม้กับอุ๊ยไป อิอิ)


ไม่ว่าจะทำอะไรก็ต้องมีธรรมเนียม ทถถ...

ด้วยความคิดถึงนะคะ...

ไม่ได้อยากให้ รษย.  :p


เอก เพิ่งจะรู้ตัวว่าถูกหลอกให้มาผจญภัยในสวนป่า เริ่มตั้งแต่อดข้าวเย็นมา เพราะหลงเชื่อโฆษณาเรื่องข้าวต้มผักสดมื้อดึกที่สวนป่า ที่ไหนได้ รถตู้ถึงเอาตีสอง  นั่งหิวท้องร้องจ๊อก ๆ ในรถมาทั้งคืน มาถึงก็ดึกเกินไป อดกินอีก

เช้ามาเจอแต่เรื่องไม่คาดฝัน ไอ้นู่นก็ตื่นตา ไอ้นี่ก็ตื่นใจ เลยแก้เครียดด้วยการกินข้าวต้มจนหมดหม้อ แถมผักอีกครึ่งสวน หลังจากนั้นก็ต้องทนฟังพวกเราเมาท์กันสนั่นจนใส่คะแนนไม่ทันอีก

ยิ่งตอนขากลับจากไปเจอฤาษีอ้นมา เห็นกลับมาค้นเรื่อง ดอนกีโฆเต้ ใหญ่ แล้วขอชื่อจริงนามสกุลจริงของฤาษีไป เพราะได้ยินว่าฤาษีอ้นเขียนหนังสือด้วย เลยจะไปหาตามศูนย์หนังสือ

เห็นบอกว่า "คนอย่างนี้สิ เจ๋งจริง"

(ใครเจอก็ทึ่งเหมือนเราเลยแฮะ)

 

ฤาษีอ้น

(ฤาษีอ้น ณ ระเมียรไม้)


"อยู่แบบนี้มีความสุขดีเนอะ อยู่กับธรรมชาติจริง ๆ  ไม่นึกว่าอิสานก็มีความอุดมสมบูรณ์แบบนี้ (คิดเหมือนเราตอนมาครั้งแรกเลยวุ๊ย)

 

ลอมฟาง

แล้วพ่อครูบาฯ แม่หวีก็ดูสุขภาพจิตแข็งแรงเบิกบานอยู่ตลอดเลย

ได้สัมผัสแบบตัวจริงเสียงจริงได้เห็นวิธีการที่พ่อครูฯ สร้างป่าสร้างคนแบบนี้เพราะได้ยินเรื่องที่พ่อครูฯ เลือกจะัรับซื้อฟางแบบนี้ แทนที่จะซื้อฟางอัดก้อนเสร็จแล้ว ถึงราคาจะพอกัน แต่เอาส่วนเกินนั้นมาจ่ายเป็นค่าแรง ให้คนงานมีงานทำดีกว่า แล้วบริหารสิ่งที่เลือกแล้ว ด้วยความสนุกสนาน  ให้เงินคนงานไป 1 ก้อน แล้วให้โจทย์แค่ว่าจะทำลอมฟางที่สูงที่สุดในโลก แค่นั้น  จะไปหาที่ไหน จะเอารถอะไรขน จะใช้คนงานกี่คน ก็ไปจัดการกันเอง ค่าแรงก็จัดการกันเอง พ่อครูบาแค่แวะเวียนไปแหย่ ไปเสริมแรงให้ตื่นเต้นกระชุ่มกระชวยเสมอ ๆ

เพียงเท่านี้ ก็ได้ทั้งสิ่งที่ฝัน ได้สร้างงาน ได้สร้างคน

 

ศูนย์บริบาลแห้ว

จะสร้างศูนย์บริบาลแห้วหลังนึง ก็แค่เล่าความฝันให้ช่างฟัง ไม่จู้จี้ ชี้นิ้ เลือกคุยเลือกถามแต่จุดที่สำคัญ ๆ ไม่บังคับ ชี้นำ กะเกณฑ์ คอยฟังว่าต้องใช้อะไรบ้าง จะได้จัดซื้อ จัดหามาให้  ว่ายังไงก็ว่ามา ขอให้ได้ตามความฝันเป็นพอ

เรียกว่าเคารพและให้เกียรติในภูมิรู้ของช่าง เพื่อให้เขาต่อเติมฝันให้เรา น่าจะใช่

หันมาเล่าให้ฟังอีกว่า ช่างพวกนี้เขาเป็นศิลปิน บอกแค่ความต้องการเขาพอ  เดี๋ยวที่เหลือเขาจัดการเอง  ทำงานกับคนแบบนี้ ต้องใช้วิธีนี้

เลยได้เห็นความเป็น "ครู" ของพ่อครูบาฯ อย่างชัดเจน

รู้แล้วว่าทำไมใคร ๆ ถึงได้ชื่นชมวิธีการบริหารจัดการความรู้ของพ่อครูบาฯ กันนัก"

 

วันพ่อ

(เติมเต็มให้กันในวันดี ๆ)


ถ้าคิดดี ทำดี ปรารถนาดีต่อกัน...

การอยู่ด้วยกัน...

ก็เท่ากับเป็นการให้และรับของขวัญซึ่งกันและกันตลอดเวลาเลยนะนั่น (^___^)

 

เอก

(หิวจนหน้ามืด ถ่ายในรถตู้ตอนขามา)


ตื่นมากลางดึก เห็นทำอะไรตะคุ่ม ๆ อยู่คนเดียว

ที่ไหนได้กำลังคุ้ยเขี่ยหาเผือกหามันกินอยู่นั่นเอง

ก็นึกว่าจะเข็ด

หนอย... มีการบอกอีกนะ ว่าคราวหลังมา อย่าลืมชวนอีกล่ะ

 

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า อย่าไว้ใจทาง อย่าวางใจคนเป็นครู ฮี่ๆๆๆ :P