เรามักจะพูดให้กำลังใจคนที่เรารักว่า สู้สู้นะ ในช่วงวลาที่เขากำลังเผชิญกับวิกฤตในชีวิต แต่ประโยคนี้จัดอยู่ในกลุ่ม มนตรา หรือ คำที่มักพูดกันอย่างคุ้นปาก จนบางครั้งเราเผลอไป ไม่ได้คิดถึงผลของมันอย่างแท้จริง พวกเดียวกับประโยค..ทำใจให้สบาย อย่าคิดมาก เดี๋ยวมันก็ดีเอง

ถ้าคนที่ฟังกำลังอยู่ในอารมณ์สู้ คำพูดนี้คงเป็นแรงส่งให้เขาฮึกเหิม มีกำลังใจมากขึ้นอย่างมีเป้าหมาย ส่วนใหญ่ก็คือชัยชนะเหนืออะไรบางอย่าง ราวกับ นักกีฬาที่กำลังลงสนาม

แต่ถ้าเขารู้สึกท้อแท้อยู่ล่ะ

บางคนได้ยินคำนี้แล้ว ก็เกิดฉุกคิด เหมือนกระตุกให้คนที่กำลังสับสน มีทิศทางและเป้าหมายที่ชัดเจนขึ้น

แต่บางคนกลับรู้สึกท้อแท้หนักขึ้นไปอีก

คนไข้ของผมคนหนึ่งบอกว่า เขารู้สึกอย่างนั้น เพราะรู้สึกล้มเหลวซ้ำสอง เหมือนทุกคนคาดหวังว่าเขาจะต้องสู้ แต่เขาทำไม่ได้ตามที่ใครๆก็พูดกัน เขา..ล้มเหลว อีกแล้วรึนี่


ถ้าประโยคดีๆอย่างนี้ อาจทำให้คนส่วนหนึ่งเสียใจท้อแท้กว่าเก่า เรายังควรใช้พูดให้กำลังใจกันหรือไม่

ถ้าใช่ เราควรระวังหรือพูดอย่างไร

ถ้าไม่ น่าจะพูดว่าอย่างไรแทน

ท่านผู้อ่านละครับ รู้สึกอย่างไรกับคำนี้ ยามที่เราท้อ

กรุณาจินตนาการหรือนึกถึงตัวเองตอนที่กำลังเผชิญวิกฤตอะไรบางอย่างแล้วท้ออยู่นะครับ ก่อนตอบคำถามข้างบนนี้



"Life is not about waiting for the storms to pass...it's about learning how to dance in the rain."

 


 

บันทึกนี้เปิดรับคำวิจารณ์กันแบบตรงๆโดยไม่ต้องเกรงอกเกรงใจแบบ G2K

ผมเชื่อว่า การยอมรับฟังความเห็นที่แตกต่างทำให้ความคิดเราคมชัดขึ้น มากกว่ามีแต่ความเห็นที่คล้อยตามกัน