ขอบคุณพี่เต็มครับ สำหรับ "คำถามฉุดสะดุดคิด"

เพราะเรามีคำ "routine" มาใช้ ใช้บ่อยๆ ความหมายมันหลุดจากคำพูดไปหมด จนกระทั่งเราไม่ได้ใส่ใจและสนใจที่จะใคร่ครวญให้ลึกซึ้งต่อไป (อาทิ การอบรมการรับโทรศัพท์แบบหวานจ๋อยยาวเหยียด จนคนที่ต้องพูดทุกๆ 2-3 นาที ต้องพูดแบบเร็วปรื๋อ เพราะมันพูดเยอะมาก)

สำหรับตัวผมเอง ในฐานะคนรับฟัง คงจะไม่รู้สึกอะไร เพราะมัวแต่ตีความอยู่ (นิสัย abstract sequential ครับ) ดังนั้นเดี๋ยวนี้อาการจี๊ดเร็วๆจากคำพูดลดลง (โชคดี) สิ่งที่จะตอบต่อไปก็จะมาจากการวิเคราะห์แทน ไม่ใช่ประสบการณ์ตรงๆเสียทีเดียว (แปลว่าโอกาสผิดไม่น้อย)

"สู้ สู้"

เป็นกิริยา และมีนัยยะแฝงที่ใช้พลัง เป็นผลลัพธ์ปลายก็ได้ หรือจะเป็นแรงผลักดันก็ได้ แต่สิ่งสำคัญคือนัยยะด้าน "พลัง" จะชัดเจน ว่าต้องใช้แน่ๆ พลังที่ว่านี้ ว่าไปมีสามฐาน คือ ฐานกาย ฐานใจ และฐานความคิด เมื่อฐานใดฐานหนึ่งตก เราอาจจะพอนำเอาฐานอื่นๆมาตู๊ได้ แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น มันต้องไม่ตกเกินไป เช่น ถ้าเรากำลังจะหมดลม เพราะกายไปหมดแล้ว ลำพังจะคิด หรือจะอารมณ์ จะทำให้ไม่ตายคงไม่ได้

ในภาพยนต์ญี่ปุ่น (ผมไม่เคยดูภาพยนต์เกาหลีสักเรื่องนึง ตก trend ครับ ยอมรับ) ก็จะมีฉาก classic ที่เด็กจะเอาแถบผ้าขาว มีตัวหนังสือแดงๆปะกลาง คาดหัว แสดงว่า "เอาละวะ เตรียมลุย" ร้อง "ไฟ้ โต้ ๆๆ" ปลุกปลอบใจ นั่นคือ กายน่ะมีพลังอยู่แล้ว เลยตะโกนเพื่อเรียกพลังใจมาเสริม พลังใจมาได้หลายฟอร์ม ตามประเภทของหนัง เช่น มาจากแฟนที่ยืนตาละห้อยข้างสนาม มาจากสายตาเยาะเย้ยของศัตรู มาจากสายตาให้กำลังใจของแม่ มาจากการมองไปที่ธงชาติ หรือโลโกสถาบัน มาจาก flash back ในอดีต ฯลฯ

น่าสนใจที่ส่วนใหญ่ จะเป็นการ draw energy จากภายนอก

ไม่ค่อยมีการ summon energy จากภายในตัวเองสักกี่เรื่อง จะมีบาง classic เช่น Charlot of Fire

ปัญหาน่าจะอยู่ที่ไหน?

น่าจะอยู่ที่เมื่อ resources อันใดอันหนึ่งที่เราอยากจะ draw energy ออกมา (เพื่อจะ "สู้ สู้") นั้น มัน deplete ไปหมดแล้ว แล้วยังจะไปฝืน หรือตอกย้ำให้พยายามดึงออกมาอีก ดึงออกมาอี๊ก มันก็จะเจ็บปวดทรมาน เหมือนราดน้ำเกลือลงแผลไปได้

สรุปแล้ว มันไม่ได้อยู่ที่คำ "สู้ สู้" คำเดียวเสียแล้ว เหมือนกับการสื่อสารทั่วๆไป คือ ประกอบด้วย คนสื่อ คนรับ และบริบท และในที่นี้ ทั้งหมดค่อนข้างจะ unique แถมยัง dynamic มาก (อาจจะเปลี่ยนได้จากตอนเช้าถึงเย็น) เราจะทำอย่างไรดี จะใช้หรือไม่ใช้ เราคงจะต้องประเมินสถานการณ์นั้นแบบเฉพาะหน้า เปิดหัวใจของเรา สำรวจทั้งสามฐานของคนไข้ คือ ฐานกาย ฐานใจ และฐานความคิด เข้าใจใน profiles ของคนไข้เป็นอย่างดีพอสมควร แล้วจึงทำ

"สู้ สู้" ก็อาจจะกลายเป็นสายตาของคนรัก ป้าย banner คาดหัว การกุมมือว่าเราอยู่ตรงนี้ หรืออัลบัมรูป หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไปก็ได้

ตอบยาวจัง!!!!!