วันถัดมา ในช่วงเช้า หลังจากทบทวนเนื้อหาของวันก่อน วิทยากรแจกเอกสารตัวอย่าง เป็นเอกสารศึกษาชุมชนแห่งหนึ่งในภาคใต้ มีเนื้อหาทั้งลักษณะทางกายภาพ ประวัติศาสตร์ชุมชน ประเพณี-พิธีกรรม การละเล่น อาหาร อาชีพ ฯลฯ โดยในแต่ละกลุ่มทั้ง ๕ กลุ่ม ซึ่งทางโรงเรียนได้แบ่งกลุ่มไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว ในกลุ่มจะคละเคล้ากันระหว่างนักเรียนที่มาจากต่างชั้น ต่างเพศ ต่างความสามารถ ฯลฯ และได้เนื้อหาที่แตกต่างกันไปตามการเลือกของแต่ละกลุ่ม รวม ๕ กลุ่ม ๕ เรื่อง แต่ละกลุ่มจะได้รับเอกสารราว ๕ ชุด

   โจทย์ที่วิทยากรแจกให้แต่ละกลุ่มคือ ให้อ่านเอกสารที่ได้รับแจก จากนั้นให้สมาชิกในกลุ่มช่วยกันสกัดเอาคำถามออกมาจากเอกสารนั้น ประมาณว่าความรู้/ข้อมูลในเอกสารนั้นได้มาจากการถามคำถามอะไร


เด็ก ๆ นำเสนอการทำงานกลุ่มของตนเอง (ก่อนการลงชุมชน)

   โจทย์ต่อจากข้างต้น วิทยากรให้สมาชิกกลุ่มช่วยกันปรับปรุงคำถามที่สกัดได้ ปรับให้มาเป็นของตัวเองสำหรับการนำไปถามเก็บข้อมูลสำหรับชุมชนตนเอง ทั้งนี้เด็ก ๆ สามารถเพิ่มเติมคำถามได้ มีข้อแม้ว่าแต่ละกลุ่มต้องได้คำถามไม่น้อยกว่า ๕๐ ข้อ

   หลังจากรับประทานอาหารกลางวันแล้ว เด็ก ๆ ก็แบ่งกลุ่มกันเข้าหมู่บ้าน โดยมีคุณครูจากในโรงเรียนร่วมไปเป็นพี่เลี้ยงกลุ่มด้วย ในบางกลุ่มยังแบ่งสมาชิกเป็นสองกลุ่มย่อยแยกย้ายกันไปตามบ้านคนเฒ่าคนแก่ ปราชญ์ชาวบ้านในหมู่บ้าน เพื่อเก็บข้อมูลให้ได้มากขึ้นด้วย

   เด็ก ๆ ใช้เวลาในหมู่บ้านเกือบทั้งบ่าย ราว ๔ โมงเย็นทุกคนก็กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตาที่โรงเรียน สมาชิกในกลุ่มบางคนนั่งเรียบเรียงข้อมูลที่ได้ ขณะที่เพื่อนที่เหลือไปตระเตรียมการประกอบอาหารเย็น ซึ่งเป็นกิจวัตรในค่ายฯ ครั้งนี้ ที่นักเรียนจะต้องทำอาหารเย็นเอง และต้องนำอาหารนั้นไปแลกกับเพื่อน ๆ อีก ๔ กลุ่ม รวมทั้งนำไปตั้งบนโต๊ะอาหารของคณะวิทยากร

   เช้าวันรุ่งขึ้น ก่อนที่เด็ก ๆ จะเรียบเรียงข้อมูล วิทยากรผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยจากเชียงใหม่เดินทางมาเยี่ยมค่ายฯ ได้ใช้เวลาช่วงหนึ่งสอนทักษะภาษาไทย เป็นพื้นฐานสำหรับการเรียบเรียงเนื้อหาที่ได้จากการรวบรวมในภาคสนาม

   การเรียนรู้วิชาภาษาไทยจากวิทยากรที่มากมายประสบการณ์และความสามารถ มีอัธยาศัยที่น่ารักและเป็นกันเองกับเด็ก ๆ ทำให้เด็กได้รับความรู้คู่ไปกับความสนุกสนานเพลิดเพลิน

   เวลาที่เหลือในช่วงเช้าก่อนอาหารกลางวัน เด็ก ๆ ช่วยกันเรียงเรียงข้อมูลที่ได้มาต่อ


เด็ก ๆ ช่วยกันเรียบเรียงข้อมูล

   หลังรับประทานอาหารกลางวันแล้ว ในภาคบ่าย เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ ทีมงานวิทยากร จึงได้จัดหาวัสดุอุปกรณ์ให้เด็ก ๆ ได้ทำหนังสือทำมือเล่มยักษ์

   แจกกระดาษปรู๊ฟให้กลุ่มละหลายแผ่น เพื่อให้เด็ก ๆ วางแผนและร่างเนื้อหา/รูปแบบ ลงในนั้น ก่อนจะลงข้อมูลที่เรียบเรียงแล้วลงในกระดาษขาวเทา

   กระดาษขาวเทาที่แจกให้แต่ละกลุ่ม วิทยากรแนะให้เด็กพับครึ่ง จากหนึ่งแผ่นก็กลายเป็น ๒ หน้ากระดาษสำหรับหนังสือที่จะรวบรวมความรู้ของแต่ละกลุ่ม

   บางคนเขียนข้อความลงในกระดาษ บางคนวาดภาพประกอบ บางคนช่วยระบายสี ทุกคนในกลุ่มมีงานทำถ้วนหน้า เป็นกุศโลบายให้ทุกคนมีส่วนร่วมในหนังสือรวบรวมความรู้ของตนเอง

   เย็นแล้วงานกลุ่มก็ยังไม่แล้วเสร็จ เด็ก ๆ จึงแบ่งสมาชิกในกลุ่มส่วนหนึ่งไปประกอบอาหาร ที่เหลือก็ทำกันไม่หยุดหย่อนจนกระทั่งได้เวลาอาหารเย็น ที่กว่าจะได้รับประทานก็ล่วงเลยไปจนค่ำ กว่าที่งานจะเริ่มลงตัวก็ไกล้เวลาพักในยามค่ำคืน

   ภาคต่อจากช่วงเย็น ทีมวิทยากรได้นำคอมพิวเตอร์ของโรงเรียน ทั้งแบบตั้งโต๊ะและ Notebook มาตั้งไว้ ๔ เครื่อง เพื่อให้นักเรียนสลับกันมาพิมพ์บันทึกข้อมูลของกลุ่มตนเองเก้บเป้น soft file เพื่อการนำไปรวบรวมเป็นผลงานค่ายต่อไป

   แม้ว่าเด็กจะพิมพ์ไม่คล่อง แต่ทุกคนก็ช่วยกัน บางคนอ่าน บางคนจิ้ม กว่าจะได้แต่ละคำ แต่ละประโยค จนเสร็จสรรพก็ใช้เวลานานโข บางกลุ่มไม่แล้วเสร็จก็ต้องขอให้พักเพื่อเข้าร่วมกิจกรรมที่เตรียมไว้ในลำดับถัดไป

   คืนนี้เป็นคืนสุดท้าย ทีมวิทยากรสันทนาการ ได้รวบรวมนำภาพถ่าย ที่ถ่ายจากช่างภาพฝีมือดีหนึ่งในทีมสันทนาการ มาร้อยเรียง ตัดต่อเป็น VTR ในนั้นมีภาพของสมาชิกทุกคนในค่าย ทั้งคุณครู วิทยากร และเด็ก ๆ เมื่อฉายภาพขึ้นจอใหญ่ก็เรียงเสียงฮือฮาและสร้างความประทับใจให้กับทุกคน...

   เช้าวันรุ่งขึ้น เราเริ่มต้นช้ากว่าทุกวัน เพราะโรงเรียนมีภารกิจฉุกเฉิน

   กิจกรรมเริ่มเมื่อเวลาผ่าน ๑๐.๐๐ น. ไปนิดหน่อย

   เด็ก ๆ หลัดกันนำเสนอผลงานของกลุ่มตนเอง โดยมีข้อแม้ว่าขอให้คนนำเสนอเป็นคนใหม่ที่ยังไม่เคยนำเสนอ ที่สำคัญของให้นำเสนอด้วยภาษา (พูด) ท้องถิ่น

   การนำเสนอผลงานของเด็ก ๆ สนุกสนานเพลิดเพลินมาก ภาท้องถิ่นมีเสน่ห์อย่างยิ่งที่ทำให้คนมาจากต่างถิ่นเงี่ยหูฟังอย่างตั้งอกตั้งใจ

   กิจกรรมสุดท้ายเป็นการประเมินผลการเข้าค่าย

   มีประเด็นที่ต้องการประเมิน ๒ ประเด็น   

   ประเด็นแรกเป็นการประเมินกระบวนการเรียนรู้ของเด็ก ๆ การประเมินนี้เป็นการประเมินกลุ่ม ในแต่ละกลุ่มช่วยกันพูดคุยระดมสมองว่า ในแง่กระบวนการเรียนรู้เขาได้อะไรบ้าง

   ประเด็นที่สองเป็นการประเมินเดี่ยว ประเด็นคือ การประเมินทักษะ สุ จิ ปุ ลิ ว่าเด็กได้รับการพัฒนาจากค่ายอย่างไร และตนเองมีจุดอ่อนที่ต้องพัฒนาในประเด็นเหล่านี้อย่างไร

   การประเมิลผลทั้งสองประเด็นมิได้นำเสนอ เนื่องจากข้อจำกัดด้านเวลา แต่มีข้อมูลจากการเขียนลงในกระด่ษของแต่ละกลุ่มและแต่ละคนแล้ว