อันที่จริงแล้ว เรื่องการขีดการเขียนสำหรับตัวผมเองแล้ว มันเป็นสิ่งที่ยากและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร เมื่อก่อนก็พยายามเขียนนะ ตั้งแต่ทำงานมาจำได้ว่าเมื่อหลายปีมาแล้วเมื่อครั้งทำงานที่เขาแผงม้า ตอนนั้นอยู่คนเดียว เขียนอะไรไปเรื่อยเปื่อย เป็นความรู้สึกล้วนๆ นั่นเป็นการเขียนบันทึกครั้งแรกของผม และต่อมาเมื่อครั้งผมไปทำงานเชียงใหม่ ผมก็เคยเขียนเรื่องลงหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไปหนึ่งบทความ ปรากฏว่าเขาเอาบทความผมไปลง....แต่ว่าใช้ชื่อคนเขียนเป็นชื่อของคนอื่น เขาคงเห็นว่าเรา “โนเนม”มั๊ง ตั้งแต่นั้นมา เรื่องการเขียนของผมก็เลยจบลงไปโดยปริยาย
เมื่อคืน(14 ธ.ค.52)ในโอกาสที่ผมได้เข้าร่วมการอบรมการจัดการความรู้โดยชุมชนนักปฏิบัติ เรื่อง “การถอดบทเรียนองค์ความรู้ในงานพัฒนา” ที่ ภูเขางามรีสอร์ท จ. นครนายก ผมได้มีโอกาส “สุนทรียสนทนา” ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นกันเอง และผ่อนคลายกับพี่สุเทพ ไชยขันธุ์ และทีมวิทยากรประกอบด้วยคุณเอก คุณศิลา หนานเกียรติ และเพื่อนๆที่ทำงานอีกหลายคน ช่วงหนึ่งได้มีการพูดคุยถึงเรื่องการเขียน
จากประสบการณ์ของผู้ร่วมเสวนาพบว่าเรื่องราวความประทับใจ ทั้งเรื่องราวความสุขและความรู้สึกติดขัดในตัวเรานั้นเป็นแรงกระตุ้น เป็นแรงบันดาลใจในการเขียนได้อย่างดี โดยเฉพาะการเขียนในลักษณะเป็นการบันทึกส่วนตัว และทุกวันนี้มีช่องทางการสื่อสารที่สามารถนำเรื่องราวของเราไปแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆในลักษณะการเปิดกว้างได้ใน “ชุมชนเสมือนจริง”ที่เป็นWeb Blog ซึ่งตอนนี้มี Web Blog กันอย่างแพร่หลาย และมีประเภทของBlog ที่หลากหลาย แต่ชุมชนที่เป็น “เครือข่ายทางการพัฒนาสังคม” หรือ “เครือข่ายกัลยาณมิตร”ที่วง“สุนทรียสนทนา” คุ้นเคยกันจนทำให้ทีมวิทยากรสนิทสนมกันทั้งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน และมารู้จักกันผ่าน WebBlog gotoknowนี่เอง พี่สุเทพซึ่งเป็น Blogger ในชุมชนนี้ด้วย ได้ให้ดูตัวอย่างที่พี่เขาบันทึก ซึ่งมีทั้งเรื่องราวความคิดความอ่านส่วนตัว เรื่องในครอบครัวและเรื่องในภารกิจงาน มีผู้คนในบล็อกเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในทุกระดับ
ทำให้ผมสนใจขึ้นมาทันที ยิ่งทราบว่าที gotoknow นี้มีเพื่อนพ้องน้องพี่ของเราเป็นสมาชิก กันอยู่หลายคน อย่าง คุณพัชนี คุณสามารถ รุสดี อภินันท์ ประยงค์ นึกในใจว่าเราน่าจะรู้จักWebนี้มาก่อนแล้วนะ จะทำให้ได้เขียนอะไรที่อยากเขียนและรู้จักคนใน “ชุมชนการ ลปรร.”นี้มากขึ้น
........
ผมมีความในใจ......ผมมีเรื่องที่อยากเล่า
“ผมสนใจฟังเรื่องความในใจที่ฝนอยากเล่า”พี่สุเทพ เอ่ยกับผมในวง “สุนทรียสนทนา”เมื่อตอนเกือบรุ่งเช้า.......
“ฝนเขียนในเรื่องที่ฝนเล่านี้ด้วยสิ...ผมฟังแล้วน่าประทับใจออก” พี่สุเทพเชิญชวน
อย่างผมนี่เป็นคนลักษณ์ 1 ครับ
ชอบความถูกต้อง มีอุดมการณ์ ชอบการเปลี่ยนแปลง.....ทำอะไรทำจริง...
“ตกลงผมเขียนเลยนะพี่ แต่พี่ต้องช่วยอ่านด้วยนะ”
ผมบอกกับพี่สุเทพ เมื่ออำลาวง”สุนทรียสนทนา” ตอนตีสอง
ผมเริ่มบันทึกแรกของผมในคืนนั้นเลยครับ
และผมก็นำบันทึกนี้มาให้พี่สุเทพ อ่านเป็นคนแรกในตอนเช้า
นี่คือบันทึก...ของคนอยากเล่า
....................
ผมได้เล่าเรื่องถึงผู้หญิงคนหนึ่ง
ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่ทำให้ผมร้องไห้ทุกครั้งเมื่อผมได้อ่านบันทึกของเธอ
ผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เธอได้บันทึกเรื่องราวของเธอ เพื่อที่จะเก็บไว้ให้ผมได้อ่าน
ผู้หญิงคนหนึ่งที่เขียนเรื่องราวต่างๆให้กับผมอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา สองปี
แต่ตลอดเวลาสองปีที่เธอบันทึก ผมไม่เคยได้อ่านบันทึกของเธอเลย แม้แต่ครั้งเดียว
ถึงแม้เธอจะบอกผมหลายครั้งว่าเธอเขียนบันทึกเหล่านี้เก็บไว้ให้ผม.......
เธอเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายที่ยากแก่การรักษาครับ....
ตลอดเวลาหลังทราบเรื่องสุขภาพ การเจ็บป่วยของเธอ
ผมพยายามพาเธอไปรักษาตามสถานที่ต่างๆทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและการแพทย์ทางเลือก
ในระหว่างที่เดินไปรักษาตัวเองตามสถานที่ต่างๆตลอดเวลา สองปีนั้น
เธอเขียนบันทึกในทุกๆครั้ง ทุกๆที่ที่เธอเดินทางไป
เธอบอกผมตลอดเวลาว่า.....เธอเขียนบันทึกนี้เก็บไว้ให้ผม
และผมก็ไม่เคยได้อ่านบันทึกของเธอ
เธอไม่อนุญาตให้ผมอ่านบันทึกของเธอ
เธอบอกว่า ผมจะอ่านได้ก็ต่อเมื่อเธอหมดลมหายใจแล้วเท่านั้น
เวลาสองปีช่างเป็นเวลาที่เนิ่นนานเหลือเกิน...ผมไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรของเธออยู่
เธอต่อสู้กับโรคร้ายด้วยความอดทน....แต่เธอก็ต้องแลกด้วยความทุกข์ทรมานอย่างมาก
ใจหนึ่งผมก็นึกสงสารเธอ....ที่เธอต้องทนทุกข์ทรมานเหลือเกิน
ใจหนึ่งผมก็ดีใจที่ผมยังมีเธอเป็นเพื่อนคู่ชีวิต
เธอเป็นภรรยาผมครับ
.......
ตอนนั้นผมรู้สึกสับสนผมไม่ได้บอกความในใจนี้กับเธอเลย
จวบวันสุดท้ายในชีวิตของเธอ........
ภรรยาผมเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง ไปเมื่อ เดือน มิถุนายน ปีนี้เองครับ
ในนาทีสุดท้าย........ผมจึงได้บอกความในใจกับเธอ
“ขอให้เธอไปดี อย่าได้ห่วงผมเลย ผมจะเก็บรักษาบันทึกเธอไว้อย่างดี”
“ผมภูมิใจ....ผมมีความสุขที่ได้เป็นคู่ชีวิตเธอ...ผมระลึกถึงเธอเสมอและผมรักเธอ...”
แล้วเธอก็จากผมไปด้วยความสงบ......
.........
เสร็จภารกิจงานศพ...ผมถึงได้อ่านบันทึกในทุกถ้อยคำที่เธอเขียน
ในทุกครั้งที่เธอบันทึก...เธอจะอธิบายความรู้สึกในระหว่างการรักษา
เธอบันทึกอธิบายความรู้สึกที่ดีๆของเธอ..ที่มีต่อผม
เธอขอบคุณผมที่ได้ดูแลเธอตลอดมา....
และเธอจะลงท้ายในทุกการบันทึกด้วยคำว่า
“จะต่อสู้กับโรคร้ายและอยู่เป็นกำลังใจให้กับที่รักตลอดไป”
ผมร้องไห้ทุกครั้งเมื่อได้อ่านบันทึกของเธอ
และทุกครั้งที่ผมได้อ่านบันทึกของเธอ....จะทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะเขียนบันทึกอะไรสักอย่าง...บางอย่างให้เธอ
นี่แหละคือเรื่องความในใจที่ผมอยากเล่า
และนี่แหละคือ.....แรงบันดาลใจแรกที่ทำให้ผมอยากเขียน
ผมอยากเขียนถึง....
เรื่องของผู้หญิงคนหนึ่ง ที่เธอทำให้ผมร้องไห้ทุกครั้งเมื่อผมได้อ่านบันทึกของเธอ
ปล.ขอบคุณพี่สุเทพ ที่ช่วยปรับปรุงการบันทึกของผมทำให้เนื้อหาน่าสนใจมากยิ่งขึ้นครับ ผมรู้สึกภาคภูมใจกับบันทึกแรกนี้มากครับ
เป็นบันทึกที่งดงามมากครับ
เขียนถึงเธออีกครับ ผมจะรออ่าน...
ขอบคุณที่นำเรื่องราวดี ๆ มาแบ่งปันครับ....
สวัสดีครับ
เรื่องราวชีวิตบางทีก็เหมือนละครเรื่องหนึ่ง เรื่องราวที่ผ่านเลยไป แต่ก็สร้างพลังใจให้กับปัจจุบัน ความงดงามของอดีตเหล่านี้ ขอให้คุณฝนเก็บเรื่องราวดีๆไว้ในใจตลอดไป
พี่สุเทพเล่าเรื่องนี้ ในวันที่ ๑๕ ธค.บ่ายๆ ที่ผ่านมา ทำให้ผมอึ้ง และ น้ำตาซึมเอาเหมือนกัน
ให้กำลังใจครับ
พี่เข้าใจความรู้สึกของความสูญเสีย
เพราะเพิ่งจะเสียน้องสาวเพื่อนร่วมงานไปด้วยโรคมะเร็งเช่นเดียวกัน
บางทีอาจไม่ใช่พี่ใช่น้องจริงๆ แต่เมื่อมาผูกพันแล้วก็เกิดความรักความผูกพัน
อารมณ์ของการสูญเสียคนที่เรารัก คงต้องใช้เวลาในยารักษาใจ
เขียนบันทึกอีกนะคะจะรออ่าน และเป็นกำลังใจให้นะคะ
จากการได้อบรม "KM_สุนทรียสนทนา"ที่ผ่านมา
กับ หนามเกียรติ อ.เอก คุณศิลา และพี่สุเทพ
ทำให้ผมได้มีบันทึกนี้
ทำให้ผมรู้สึก "โล่งอกสบายใจ" เหมือนได้ "ปลดปล่อยอะไรบางอย่าง"
และมีแรงบันดาลใจจะสร้างสรรค์เรื่องราวใหม่มาแลกเปลี่ยน
และขอบคุณสำหรับทุกข้อแลกเปลี่ยนดีๆครับ
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
และรออ่านบันทึกของคนที่อยากเล่าค่ะ...
ขอบคุณ หนานเกียรติ และคุณเอก ที่ประทับใจ ในสิ่งที่ผมเขียน
โอกาสต่อไปผมจะนำส่วนหนึ่งในบันทึก มาเล่าสู่กันฟัง
เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมเองต่อการทำงานและการเขียนต่อไปครับ
เริ่มบันทึกแรกได้น่าประทับใจมากค่ะ
ขอบคุณ ครูอรวรรณ
ที่เป็นกำลังใจให้ครับ
.....
"อารมณ์ของการสูญเสียคนที่เรารัก คงต้องใช้เวลาในยารักษาใจ..."
......
ผมเองก็รู้สึกเหมือนคุณครูอรวรรณ
ขอบคุณคุณบุศรา ครับ
......"เวลาเจอความผิดหวังอะไรในชีวิต ให้บอกตัวเองว่านี่คือวิธีที่ธรรมชาติกำลังสร้างภูมิคุ้มกันให้กับชีวิต เวลาเจอความป่วยไข้ ให้บอกตัวเองว่านี่คือการเตือนให้เห็นคุณค่าของการรักษาสุขภาพให้ดี เวลาเจอความพลัดพราก ให้บอกตัวเองว่า นี่คือบทเรียนของการรู้จักหยัดยืนด้วยขาตัวเอง"
ขอบคุณสำหรับกำลังใจและคำแนะนำสิ่งที่ดีๆครับ
ขอบคุณคุณแสงดาวมากครับ
กำลังจะเตรียมบันทึกครั้งต่อไปครับ รออ่านนะครับ
ขอบคุณ คุณ jedhiya
รออ่านบันทึกแรกของคุณอยู่นะครับ
นึกถึงเพลงหนึ่งเลยค่ะเศร้าพอๆ กัน Tell Laura I love Her …
ซึ้งค่ะมั่นใจว่า เธอจะอยู่ในใจคุณตลอดไป เป็นกำลังใจค่ะ
"การเขียนบันทึกเป็นการเยียวยาความรู้สึกได้ดีวิธีหนึ่งครับ" ...
การที่ได้มีโอกาสเขียน มีเวทีให้เขียน มีสถานที่ให้เขียน จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีครับ
นพลักษณ์ ผมไม่ถนัดดั่งที่วิทยากรผู้ที่เป็นกัลยาณมิตรของผมได้ไปให้ความรู้ไว้
แต่ผมชอบบันทึกที่แสดงตัวตน ความรู้สึกที่ออกมาจากใจ
ผมไม่ชอบมนุษย์ที่หน้าเป็นอีกอย่าง แต่ใจเป็นอีกอย่าง
ถ้าจะไม่ให้คบ ก็เลือกที่จะอยู่คนเดียวจะดีกว่า เพื่อนน้อยจะดีกว่า
"ภรรยา" ของคุณฝน เป็นคนดีครับ ... เธอคงดูแลคุณอยู่ทุก ๆ วัน
ขอบคุณมากครับสำหรับบันทึกเปิดตัวที่ดีบันทึกหนึ่งที่ผมเคยอ่านมาก
ขอบคุณมาก ๆ ;)
เรื่องราวแห่งชีวิต มีเสน่ห์ครับ หลายคนบอกว่าความรู้อยู่ในตำรา วิชาการ แต่ว่า เรื่องราวของชีวิต ล้วนแต่เป็นความรู้ที่ทรงพลัง เป็นความรู้ที่ประกอบไปด้วย อารมณ์ ความรู้สึก และความงาม
อย่างเช่นบันทึกของคุณฝนเรื่องนี้...
ชื่นชม และ ขอให้กำลังใจอีกครั้งนะครับ
สวัสดีครับคุณ ฝน เป็นการเริ่มต้นเขียนที่มีต้นทุนสูงมากครับ จะติดตามผลงานครับ
ขอเป็นกำลังใจนักอบากเขียนที่ลงมือเขียนครับ
ตามมาอ่านเรื่องราวชีวิตที่สวยงามครับ
รออ่านบันทึกครับ
ผมแวะมาอ่านบันทึกนี้อีกครั้งในนี้
....
“ผมสนใจฟังเรื่องความในใจที่ฝนอยากเล่า”พี่สุเทพ เอ่ยกับผมในวง “สุนทรียสนทนา”เมื่อตอนเกือบรุ่งเช้า.......
“ฝนเขียนในเรื่องที่ฝนเล่านี้ด้วยสิ...ผมฟังแล้วน่าประทับใจออก” พี่สุเทพเชิญชวน
อย่างผมนี่เป็นคนลักษณ์ 1 ครับ ชอบความถูกต้อง มีอุดมการณ์ ชอบการเปลี่ยนแปลง.....ทำอะไรทำจริง...
“ตกลงผมเขียนเลยนะพี่ แต่พี่ต้องช่วยอ่านด้วยนะ”
ผมบอกกับพี่สุเทพ เมื่ออำลาวง”สุนทรียสนทนา” ตอนตีสอง
ผมเริ่มบันทึกแรกของผมในคืนนั้นเลยครับ และผมก็นำบันทึกนี้มาให้พี่สุเทพ อ่านเป็นคนแรกในตอนเช้า
...........
มาอ่านอีกครั้งผมก็ยังรู้สึกประทับใจครับ
ขอบคุณมากที่ไว้วางใจ ให้มือบันทึกหน้าใหม่ป้ายแดงหัดขับอย่างผมเป็นคนช่วยตอกยำความมั่นใจ
รออ่านบันทึกต่อไปครับ
สวัสดีค่ะ
ผมร้องไห้ทุกครั้งเมื่อได้อ่านบันทึกของเธอและทุกครั้งที่ผมได้อ่านบันทึกของเธอ....จะทำให้ผมมีแรงบันดาลใจที่จะเขียนบันทึกอะไรสักอย่าง...บางอย่างให้เธอนี่แหละคือเรื่องความในใจที่ผมอยากเล่าและนี่แหละคือ.....แรงบันดาลใจแรกที่ทำให้ผมอยากเขียน