ผมเชื่อมั่นว่า การที่ ดร.ธวัชชัย มีภาวะที่ปกติสมบูรณ์ทั้งกายและใจ สังคมไทยจะได้รับประโยชน์จากการทุ่มเทของท่านเอนกอนันต์เหลือคณานับ...

 

 

   วันที่สองของการจัด workshop เจ้าหน้าที่ พอช. ที่หลังห้องประชุม คุณเอก – จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร  กล่าวกับผมด้วยสีหน้าไม่สู้ดีว่า ดร.ธวัชชัย ปิยะวัฒน์ มีอาการเจ็บไข้ได้ป่วย

   ทันทีที่ได้ยินก็ใจหาย นอกจากความกังวลใจใคร่รู้ว่าอาการจะหนักหนาเพียงใด การอธิฐานส่งแรงใจก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ผมได้กระทำในทันที

   ระหว่างขับรถเข้ากรุงเทพฯ คุณเอก ได้โทรศัพท์ถามไถ่อาการ จากหลายบุคคล หลายครั้งคราว ผมนั่งฟังไปพอจับใจความว่า อาการเจ็บป่วยของ ดร.ธวัชชัย ไม่สู้ดีนัก ก็ยิ่งทำให้กังวลใจขึ้นไปอีก

   ผมไม่รู้จักคุ้นเคยกับ ดร.ธวัชชัย เป็นการส่วนตัว เคยคุยกันไม่กี่ประโยคเมื่อคราวที่ผมเข้าร่วมกิจกรรม G2K สัญจร ณ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

   ระยะเวลาสั้น ๆ ที่ได้พบปะ พูดคุย ได้ทราบเบื้องหน้าเบื้องหลังการทำงานของ ดร.ธวัชชัย ก็ชื่นชมในการอุทิศตน ความตั้งใจ และพยายามใช้ศักยภาพที่มีอยู่รับใช้สังคมอย่างเต็มที่

   สังคมไทยยามนี้ โลกไซเบอร์มีความสำคัญและมีบทบาทต่อวิถีชีวิตผู้คนเพิ่มมากขึ้นเรี่อย ๆ เทคโนโลยีด้านนี้มีคนเข้าไปจัดการดำเนินการไม่มาก เป็นช่องทางแสวงหากำไรอย่างมโหฬาร

   ตามที่ผมเข้าใจ สิ่งที่ ดร.ธวัชชัย กำลังทำอยู่ คือ การทำให้เทคโนโลยีเหล่านี้ถูกลง เข้าถึงได้ง่ายขึ้น และใช้มันเป็นเครื่องมือในการสร้างสรรค์สังคม รูปธรรมที่ปรากฏ ก็คือ www.gotoknow.org และ www.portal.in.th

   ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร.ธวัชชัย สามารถใช้ศักยภาพสร้างความมั่งคั่งให้กับตนเองได้อย่างง่ายดาย แต่ท่านก็หันหลังให้กับมายาเหล่านั้น ในทางตรงกันข้าม ในสิ่งที่ทุ่มเทกระทั่งอาจจะเป็นเหตุปัจจัยหนึ่งของการล้มป่วยก็คือภารกิจที่ปฏิบัติต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน

   ผมเชื่อมั่นว่า การที่ ดร.ธวัชชัย มีภาวะที่ปกติสมบูรณ์ทั้งกายและใจ สังคมไทยจะได้รับประโยชน์จากการทุ่มเทของท่านเอนกอนันต์เหลือคณานับ...

 

   ผมผ่านการบวชเรียนมานาน รับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบทสวด “โพชฌังคปริตร” ว่ากันว่าเป็นพุทธมนต์ที่ช่วยให้คนป่วยที่ได้สดับตรับฟังธรรมแล้วสามารถหายจากอาการเจ็บป่วยได้

   ในพระไตรปิฎกบันทึกไว้ว่า ครั้งหนึ่งสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้เสด็จไปเยี่ยมอาการอาพาธพระมหากัสสปะ พระองค์ทรงแสดง “โพชฌังคปริตร” ให้ เมื่อพระมหากัสสปะได้ฟังและพิจารณาธรรมก็หายจากการอาพาธ และอีกคราวหนึ่ง เมื่อพระองค์ได้ทรงแสดงธรรมบทนี้แก่พระโมคคัลลานะซึ่งอาพาธอยู่ ก็ทำให้พระโมคคัลลานะหายจากอาพาธเช่นเดียวกัน ในเวลาถัดมา เมื่อพระพุทธองค์ทรงอาพาธ พระองค์ตรัสให้พระจุนทะเถระแสดงถวาย ก็ทำให้พระองค์ก็ทรงหายจากอาการอาพาธ

   เรื่องราวจากพระไตรปิฎก จึงทำให้พุทธศาสนิกชนเชื่อกันว่า การสวด “โพชฌงค์” นั้นช่วยให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บได้ ชาวพุทธจำนวนไม่น้อยมักจะสวดโพชฌงค์ เพื่ออธิฐานให้ผู้เจ็บไข้ได้ป่วยได้บรรเทาและหายจากอาการนั้น

   ผมคิดว่ากัลยาณมิตรชาว G2K หลายท่านที่เป็นพุทธศาสนิกชน ในจำนวนนี้มีไม่น้อยที่สวดมนต์ภาวนาอยู่เป็นประจำ บางท่านสวดมนต์ก่อนนอนทุกคืน ฯลฯ

   จึงขอเชิญชวนกัลยาณมิตรชาว G2K สวดมนต์ “โพชฌังคปริตร” ในวาระโอกาสที่สะดวก อาทิ ตื่นขึ้นมายามเช้า ในขณะพักผ่อนจากการทำงาน กระทั่ง สวดมนต์ก่อนนอน หรือสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น เพื่ออธิฐานให้ ดร.ธวัชชัย หายจากอาการป่วยไข้ มีสุขภาวะทั้งกาย ใจและปัญญาที่เพียบพร้อมสมบูรณ์ดังเดิม

 

บทสวด “โพชฌังคปริตร”

โพชฌังโค สะติสังขาโต ธัมมานัง วิจะโย ตะถา
(โพชฌงค์ ๗ ประการ คือ สติสัมโพชฌงค์ ธรรมวิจยะสัมโพชฌงค์)
วิริยัมปีติ ปัสสัทธิ โพชฌังคา จะ ตะถาปะเร
(วิริยสัมโพชฌงค์ ปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์)
สะมาธุเปกขะโพชฌังคา
(สมาธิสัมโพชฌงค์ และอุเบกขาสัมโพชฌงค์)
สัตเตเต สัพพะทัสสินา มุนินา สัมมะทักขาตา
(๗ ประการเหล่านี้ เป็นธรรมอันพระมุนีเจ้า ผู้ทรงเห็นธรรมทั้งปวง ตรัสไว้ชอบแล้ว)
ภาวิตา พะหุลีกะตา
(อันบุคคลเจริญแล้วกระทำให้มากแล้ว)
สังวัตตันติ อะภิญญายะ นิพพานายะ จะ โพธิยา
(ย่อมเป็นไปเพื่อความรู้ยิ่ง เพื่อความตรัสรู้ และเพื่อนิพพาน)
เอเตนะสัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)
เอกัสมิง สะมะเย นาโถ โมคคัลลานัญจะ กัสสะปัง คิลาเน ทุกขิเต ทิสวา
(ในสมัยหนึ่ง พระโลกนาถเจ้า ทอดพระเนตรเห็นพระโมคคัลลานะ และพระมหากัสสปะเป็นไข้ ได้รับความลำบาก)
โพชฌังเค สัตตะ เทสะยิ
(จึงทรงแสดงโพชฌงค์ ๗ ประการ ให้ท่านทั้งสองฟัง)
เต จะ ตัง อะภินันทิตวา โรคา มุจจิงสุ ตังขะเณ
(ท่านทั้งสองนั้น ชื่นชมยินดียิ่ง ซึ่งโพชฌงคธรรม ก็หายโรคได้ในบัดดล)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)
เอกะทา ธัมมะราชาปิ เคลัญเญนาภิปีลิโต
(ในครั้งหนึ่ง องค์พระธรรมราชาเอง (พระพุทธเจ้า) ทรงประชวรเป็นไข้หนัก)
จุนทัตเถเรนะ ตัญเญวะ ภะณาเปตวานะ สาทะรัง
(รับสั่งให้พระจุนทะเถระ กล่าวโพชฌงค์นั้นนั่นแลถวายโดยเคารพ)
สัมโมทิตวา จะ อาพาธา ตัมหา วุฏฐาสิ ฐานะโส
(ก็ทรงบันเทิงพระหฤทัย หายจากพระประชวรนั้นได้โดยพลัน)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)
ปะหีนา เต จะ อาพาธา ติณณันนัมปิ มะเหสินัง
(ก็อาพาธทั้งหลายนั้น ของพระผู้ทรงคุณอันยิ่งใหญ่ทั้ง ๓ องค์นั้น หายแล้วไม่กลับเป็นอีก)
มัคคาหะตะกิเลสาวะ ปัตตานุปปัตติธัมมะตัง
(ดุจดังกิเลส ถูกอริยมรรคกำจัดเสียแล้ว ถึงซึ่งความไม่เกิดอีกเป็นธรรมดา)
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ โสตถิ เต โหตุ สัพพะทา
(ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ขอความสวัสดี จงบังเกิดมีแก่ท่าน ตลอดกาลทุกเมื่อ)