อย่างที่รู้รู้กันว่า.....อยู่คนเดียว ระวังความคิด  อยู่ในหมู่มิตร  ระวังวาจา  มันเป็นอมตวาจา  ที่สั่งสอนเรามา 

เมื่อเป็นสัตว์สังคม  ที่ต้องระวัง และปฏิบัติ  ให้อยู่ในสังคมได้อย่างปกติ  ที่เรียกคำหรูๆว่า.....ทักษะชีวิต 

เมื่อมีเรื่อง หรือ เรื่องหนักๆที่เรียกว่า ปัญหามากระทบกับใครก็ตาม...นั่นเป็นเพราะ การที่เราไม่หยุด  ไม่นิ่ง  ได้คิด  ได้พูด  และได้กระทำอะไรบางอย่างลงไป  จึงต้องทำให้เรา...ได้รับ  ที่เรียกว่าการกระทำ หรือ กรรม

จะเป็น กรรมดี  กรรมชั่ว  หรือ กรรมหนัก  กรรมเบา...นั่นเพราะ เราวนเวียนไม่หยุดนิ่ง 

ห้ามให้คิด.....  ยากมากที่สุด 

ห้ามให้พูด..... ยากรองลงมา 

ส่วนห้ามให้ทำ....น่าจะทำได้.....สำหรับวิญญูชน

อย่าปล่อยให้ความคิดเข้ามาครอบงำเราได้   เพราะไอ้ความคิดนี้  ที่มักจะนำเราดิ่งลงไปสู่ความหายนะ 

ความคิด.....มันมาจากความพอใจ  ความรัก  ความอยาก.....ที่เกินความจำเป็น 

เหมือนอย่างครูอ้อย.....ที่ไปตลาดสายหยุดวันนี้  เห็นเสื้อผ้ามือสอง  เดินตรงรี่เข้าไป  หยิบจับทีไร  ได้ของดีทุกที  ราคาเพียง 30 บาท  เสื้อสีครีม สวยมาก  แค่ 30 บาท ทำไมเราจะซื้อไม่ได้ 

แต่พอซื้อมาแล้ว  .....เมื่อมาถึงบ้าน  ที่บ้านเรามีเสื้อผ้ามากมาย  ที่รอเราสวมใส่ในแต่ละวัน  ไม่มีวันหมดสิ้น.....

นี่เป็นตัวอย่างของผลของความคิด  จากความอยาก.....นั่นเอง

ยังมีตัวอย่าง....อีกมากมาย  ที่เกี่ยวข้องกับ  การปล่อยให้คิด....คิด  ที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ  และความรัก.....ที่ทำให้เรา ดิ่งลงสู่หายนะได้  

เราท่าน  น่าจะคิดแต่เพียงว่า.....ซื่อสัตย์  ความพอเพียง    หรือ....ศีลห้า  ที่ยึดถือ ศรัทธา และข้อปฏิบัติ  นำพาไปสู่ความเจริญ  ความสุข  อย่างจีรัง ยั่งยืน....ใช่ไหมคะ

หากเราท่าน ยึดถือ  และปฏิบัติ ในสิ่งใดสิ่งหนึ่ง  โดยไม่ปล่อยให้ความคิด  มันกระเจิง  คุกรุ่น  และมาบังคับให้เรากระทำ.....ท่านก็จะไม่พบกับความหายนะ อย่างแน่นอน 

ตลอดทั้ง  ความดีที่เรามี  และเราทำ ....จะเป็นเกราะ ปราการ คุ้มกันให้เรา รอดและปลอดภัยจากมหันตภัย.....