เสียดายตำรวจไม่ใช้วิจารณญาณ ถ้าไม่ใช่เพื่อโรงเรียนและเด็กๆดิฉันก็ไม่ใส่หลังคาหรอกมันรกรถคะ

      สวัสดีคะบันทึกนี้ขอเรียนว่าจะบันทึกพร้อมทั้งมีภาพประกอบไปกับเรื่องด้วยนะคะ เมื่อวันที่ 8-11 ธันวาคม ที่ผ่านมาทุกท่านคงทราบแล้วว่าเป็นการแข่งขันทางวิชาการ และการแสดงผลงานของนักเรียนในงานศิลปหัตกรรมนักเรียน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ครั้งที่ 59 ณ.จังหวัดอุบลราชธานี

      โรงเรียนร่องคำ เป็นตัวแทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 เข้าร่วมทำการแข่งขัน 22 รายการ และเป็นตัวแทนของ สพท.กาฬสินธุ์ เขต 1 จัดนิทรรศการแสดงผลงานของนักเรียน

       ต้องขอขอบคุณทางสำนักงานพื้นที่การศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ที่มาช่วยดูแลและให้กำลังใจด้วยดี

      โรงเรียนร่องคำ โดยนายประพันธ์  ทักษิโณ ผู้อำนวยการ นายขวัญชัย  ภูเฉลิม รองผู้อำนวยการ ซึ่งรับผิดชอบดูแลในภาพรวมทั้งหมด โรงเรียนร่องคำได้น้อมนำเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้จริงในโรงเรียนมีศูนย์เรียนรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 2 ศูนย์  จึงได้นำผลงานทั้งสองศูนย์ไปร่วมแสดงนิทรรศการและผลงาน มีปลา ไก่ มะละกอ ผักต่างๆ ข้าวสารเหนียว ข้าวสารเจ้า(โรงเรียนทำนาเอง)ผลงานครอบครัวอบอุ่น ธนาคารขยะรีไซเคิล เส้นทางคนดีศรีร่องคำ บริการนวดฝ่าเท้า มีคณะครูที่ร่วมกิจกรรมนี้คือ ครูปริญญา พิมพะนิตย์ ครูพจน์  วงศ์กมลาไสย ครูยิ่งสรรพ์  จำเริญไกร ครูเกษร สุขชารี ครูจุไรรัตน์ จันทร์เรือง ครูประสพสุข เขตอนันต์ ครูพิกุล  มณีแผลง ครูธนารักษ์  สุชะไตร ครูกนกกาญจน์  ดอนหัวบ่อ

        สถานที่จัดงานอยู่ที่มหาวิทยาลัยราชภัฎอุบลราชธานี กว่าจะหาสถานที่พบก็เย็นมากแล้วทุกคนจึงต้องช่วยกันอย่างที่เห็น

วางแผนจากสถานที่จริง เพราะในบูทส์นี้จะแบ่งออกเป็นสองโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนร่องคำเตรียมอุปกรณ์มามากมายจึงต้องวางแผนใหม่หมด แต่ก็นำลงแสดงหมดไม่ได้

 

 

 

 

พอแผนเสร็จก็เป็นอย่างที่เห็นนี้แหละคะ

 

ด้านหน้าได้จำลองภาพของเศรษฐกิจพอเพียงให้เห็น ในขณะที่ซุ้มอาหารก็เตรียมกันเต็มที่ ไว้บริการทุกท่าน ขอเรียนว่าเนื่องจากพื้นที่จำกัด ซุ้มอาหารจึงต้องไปอยู่ฝั่งตรงกันข้าม เราได้นำผลผลิตที่ได้จากโรงเรียนมาทำอาหารขาย รวมทั้งน้ำดื่มตราดอกมันปลาที่โรงเรียนผลิตเอง

  

แดดร้อนก็มาเป็นกำลังใจ

แม้แดดร่มลมตกก็ยังอยู่

         ส่วนบริการนวดฝ่าเท้าของชมรมนวดฝ่าเท้า รับผิดชอบโดยครูประสพสุข ทำหน้าที่อย่างดีมากนักเรียนทำงานด้วยความอดทนนวด 2 วันเต็มๆโดยไม่ได้สับเปลี่ยนชุดเลย มีผู้ใช้บริการอย่างมากมาย

 

     น่าชื่นใจที่บูทส์ของโรงเรียนได้รับความสนใจอย่างมาก เราจัดบูทส์ในรูปแบบความพอเพียงจริงๆ มีพันธุ์ไม้ซึ่งเป็นของโรงเรียนและยังมีผลิตภัณฑ์งานฝีมือต่างๆจำหน่ายด้วยเสริมพิเศษด้วยหมอลำกลอน(พอเพียง) เชิญท่านชมบูทส์ของ สพท.กาฬสินธุ์ เขต 1 ในส่วนรับผิดชอบโดยโรงเรียนร่องคำนะคะ

 

ผลิตภัณฑ์กลุ่มการงานอาชีพและเทคโนโลยี

 

 

    

ได้รับความสนใจจากนักเรียนทุกระดับ

 

 

 

เยี่ยมชมด้วยความสนใจ

 

  

 

    

 

พันธุ์พืชผักสวนครัวของโรงเรียนที่นำไปจำหน่าย

 

 

 

การแสดงหมอลำพอเพียง ของกลุ่มสาระศิลปดนตรี

 

 

ผอ.สพท.หนองคาย เขต 1(ภาพ 2 ซ้ายสุด) ซึ่งบูทส์อยู่ติดๆกันสนใจหมอลำพอเพียงมากท่านนั่งชมอยู่ด้านหน้าจนจบ

 

 

ได้รับความสนใจจากผู้มีเกียรติ

 

ครูจุไรรัตน์ จันทร์เรือง พิธีกร

 

     ส่วนชมรมตามรอยพ่อ ของโรงเรียน ที่ดิฉันรับผิดชอบ ก็นำผลิตภัณฑ์ของชมรมมาร่วมแสดงและจำหน่ายด้วย เช่น สบู่นมแพะ(หลายสูตร) นมแพะเพื่อสุขภาพ ถ่านชีวภาพ น้ำหมักชีวภาพ น้ำส้มควันไม้ น่าดีใจที่ผลิตภัณฑ์หลายชนิดได้รับความสนใจมากน่าดีใจที่สบู่นมแพะได้รับความสนใจอย่างมาก ขายดี แต่ทางชมรมฯก็ขายในราคาพิเศษเฉพาะงานนี้ แม้ว่าขายดี แต่ถ้าคิดที่ต้นทุนการผลิตซึ่งเราใช้วัตถุที่มีคุณภาพแล้ว ก็พอเป็นค่าขนมให้กับผู้ที่ขายสบู่ คือ นางสาวอุษา  หอมสมบัติ นางสาวจารุวรรณ บิลโภชน์ และเด็กชายทินกร  นาเมืองรักษ์

 

สนใจสบู่นมแพะ อาร์เค

  

สอบถามเรื่องสบู่

 

  

ขอเอกสารการทำสบู่

 

ทั้งซื้อทั้งสนใจ

 

 

ต้องควักกระเป๋ากันเลยทีเดียว

 

 

ท่านสนใจถามหนูได้นะคะ

 

         

หนูใช้สบู่จากชมรมฯคะหน้าถึงสวยใส

 

   

นมแพะ จากฟาร์มของชมรมฯ

 

 

น่าดีใจที่เด็กรุ่นใหม่ใส่ใจในนมแพะ

 

  

วัยรุ่นรุ่นใหม่ใสใจสบู่นมแพะและนมแพะ

 

   

แม้แต่ผู้ใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์รู้ซึ้งถึงคุณค่านมแพะ

 

  

ทั้งผู้ใหญ่และเด็ก ต่างก็สนใจสบู่นมแพะ

 

หนูขอขอบคุณมากๆคะ ที่ให้การสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียน

 

เอกสารและซีดี(เพื่อเผยแพร่)ได้รับความสนใจอย่างมากจนหมด ต้องทำเพิ่มที่หน้างาน

 

ครูฉัตรสุดา(ยืน-ภรรยาสารวัตรวันชัย)จากโรงเรียนสารคาพิทยาคม

 

ดาบวิชัย นักอนุรักษ์ต้นไม้

 

      วันที่ 11 เป็นวันที่เดินทางกลับ ดิฉันต้องรับผิดชอบเด็กอีก 8 คน แต่ดูจากภาพแล้วไม่รู้จะให้เด็กๆนั่งตรงไหนดี เผอิญมีรถของครูประสพสุข ก็เลยจัดของขึ้นรถอีกคัน เอาคนขึ้นรถอีกคัน จึงเดินทางกลับถึงโรงเรียนโดยสวัสดิภาพ

   

นี่แหละค่ะดูเหมือนไปสนามบินก็ไม่ปาน

 

  

นั่งกินลมชมวิว ด้วยระยะทาง 270 กิโลเมตร

 

  

  

กำลังกินแต่ยังไม่ได้นอน

 

    ขาเดินทางไปอุบลฯถูกตำรวจ จ.ยโสธร ตรงแยกบายพาส จับในข้อหาว่าดัดแปลงสภาพรถ คือใส่หลังคาตามรูปนี้

ปกติรถจะไม่ใส่หลังคา เนื่องจากต้องบรรทุกของโรงเรียนและเด็ก จึงต้องใส่ และไม่เคยถูกจับในข้อหานี้เลย (วิ่งผ่านกรมการข่นส่งทางบกก็หลายครั้ง ผ่านสำนักงานตำรวจแห่งชาติก็หลายที) อธิบายให้ตำรวจก็อธิบายแล้ว ตำรวจก็รู้ว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่โรงเรียนต่างๆก็บรรทุกของมาในเส้นทางนี้ ถ้าจะจับในข้าหาดัดแปลงสภาพรถ ตำรวจต้องจับรถทุกคัน เพราะดัดแปลงทุกคัน สุดท้ายต้องเสียค่าปรับไป 200 บาท เสียดายตำรวจไม่ใช้วิจารณญาณ ถ้าไม่ใช่เพื่อโรงเรียนและเด็กๆดิฉันก็ไม่ใส่หลังคาหรอกมันรกรถคะ

     แต่ขากลับต้องชื่นชมตำรวจจังหวัดเดียวกันทั้งตำรวจทางหลวงด้วย ตั้งด่านตรวจนอกจากให้ผ่านด้วยความเข้าใจแล้วยังอวยพรให้โชคดีในการเดินทางด้วย