TQM

TOTAL QUALITY MANAGEMENT ( TQM )

                T  =  TOTAL หมายถึง  ทุกคน  ทุกระดับ  ทุกหน่วยงาน  ทุกปัจจัยในการทำงาน  ทุกขั้นตอน  และทุกเวลาต้องมีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพ   

                Q  =  QUALITY  หมายถึง  การทำให้ได้ตรงกับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง  หรือการสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าอย่างแท้จริง  ไม่ว่าจะเป็นการผลิตหรือการให้บริการ

                M  =  MANAGEMENT  หมายถึง  การบริการหรือการจัดการที่มีการดำเนินการอย่างเป็นระบบ  โดยผู้บริหารระดับสูงมีความมุ่งมั่นอย่างจริงจังที่จะสร้างคุณภาพให้เกิดขึ้น  ด้วยการสร้างมาตรฐานในการดำเนินการขึ้นมาใช้  โดยเน้นทุกคนมีส่วนร่วม  มีการทำงานเป็นทีมหรือตั้งกลุ่มงานขึ้น  และมีการปรับปรุงแก้ไขอย่างต่อเนื่อง

โดยสรุป  TOTAL QUALITY MANAGEMENT ( TQM )  หมายถึง ระบบการทำงานที่เป็นวัฒนธรรมขององค์การที่สมาชิกทุกคนต่างให้ความสำคัญ และมีส่วนร่วม  ในการพัฒนาการดำเนินงานขององค์การอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งที่จะตอบสนองความต้องการ และสร้างความพอใจให้แก่ลูกค้า ซึ่งจะสร้างโอกาสทางธุรกิจ ความได้เปรียบในการแข่งขันและพัฒนาการที่ยั่งยืนขององค์การ ( การประกันคุณภาพทั่วทั้งองค์กร ) 

TQM  มี หลักการที่สำคัญ 3 ประการ คือ

  1. 1.       การให้ความสำคัญกับลูกค้า (Customer Oriented)

ลูกค้าเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกิจอยู่รอด และความมุ่งหมายเดียวของธุรกิจ คือ การสร้างและ

รักษาลูกค้าการให้ความสำคัญกับลูกค้าจะไม่ถูกจำกัดอยู่ที่ลูกค้าจริงๆหรือที่เรียกว่า ลูกค้าภายนอก (External Customer) ที่ซื้อสินค้าหรือบริการของธุรกิจเท่านั้น แต่จะขยายตัวคลอบคลุมไปถึงพนักงาน หรือหน่วยงานที่อยู่ถัดไปจากเราซึ่งรอรับผลงานหรือบริการจากเรา ที่เรียกว่า ลูกค้าภายใน (Internal Customer)
                2.   การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement)

                   องค์การที่จะทำ TQM จะต้องกล้าตัดสินใจ แก้ไขปรับปรุง และเปลี่ยนแปลง ก่อนที่จะไม่มีโอกาสแม้จะดำรงอยู่ต่อไปในสังคมซึ่งเราสามารถดำเนินงานได้ดังนี้
                         2.1 ศึกษา วิเคราะห์และทบทวนข้อมูลการดำเนินงานและสภาพแวดล้อมเพื่อหาแนวทางในการพัฒนา และปรับปรุงคุณภาพของระบบและผลลัพธ์อย่างสร้างสรรค์ และต่อเนื่อง

         2.2 พยายามหาวิธีในการแก้ไขปัญหา และพัฒนาการดำเนินงานที่เรียบง่ายแต่ให้ผลลัพธ์สูง
         2.3 ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลงานอย่างเป็นระบบ เป็นธรรมชาติและไม่สร้างความสูญเสีย

จากการตรวจสอบ

3.   สมาชิกทุกคนมีส่วนร่วม (Employees Involvement)

                   ตั้งแต่พนักงานระดับปฏิบัติการ จนถึงหัวหน้าคณะผู้บริหาร (Chief Executive Officers) หรือ CEOS ที่ไม่ใช่เพียงปฏิบัติงานแบบขอไปทีเท่านั้นแต่ต้องมีความเข้าใจและยอมรับในการสร้างคุณภาพสูงสุดให้เกิดขึ้น ไม่เฉพาะบุคคลในหน่วยงาน แต่ทุกหน่วยงานจะต้องร่วมมือกันในการพัฒนาคุณภาพของธุรกิจอย่างสอดคล้องและลงตัว โดยมองข้ามกำแพงหรือฝ่าย/แผนกที่แตกต่างกัน แต่ทุกคนต้องปฏิบัติงานในฐานะสมาชิกขององค์การคุณภาพเดียวกัน เพื่อให้สมาชิกสามารถทำงานให้ถูกต้องตั้งแต่เริ่มต้น และถูกต้องเสมอ โดยอาจจะจัดตั้งทีมงานข้ามสายงาน (Cross Functional Team) เข้ามาร่วมรับผิดชอบในการดำเนินงาน และพัฒนาคุณภาพของธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยทีมงานจะเป็นกลจักรสำคัญในการผลักดันธุรกิจไปข้างหน้าอย่างสม่ำเสมอ

การนำ TQM มาประยุกต์ใช้ในเชิงปฏิบัติ  นั้นมีกิจกรรมที่สำคัญอย่างน้อย 6 ประการ ที่ผู้บริหารจะต้องดำเนินการในองค์กรของตนเองดังนี้

                1.   การฝึกอบรมทางด้านคุณภาพ

                                ความเข้าใจ TQM ที่ถูกต้องเป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดในการดำเนินการอย่างมีประสิทธิผล

ดังนั้นพนักงานทุกระดับจะต้องได้รับการอบรมให้ทราบถึงปรัชญาแนวคิดพื้นฐานของ TQM เครื่องมือ

ที่จะนำมาใช้ในการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง  บทบาทของพนักงานแต่ละระดับ   ตลอดจนประโยชน์

ที่องค์กรและตัวพนักงานจะได้รับในการทำกิจกรรม TQM ซึ่งหากพนักงานยังไม่เข้าใจในประเด็นเหล่านี้ก็อาจเกิดการต่อต้านในการทำกิจกรรมและส่งผลให้เกิดความล้มเหลวในที่สุด

2.   การบริหารงานประจำวัน (Daily Management)

                                องค์กรจะต้องมีการกำหนดระบบหรือกระบวนการบริหารงานประจำวัน ตลอดจนมาตรฐานในการปฏิบัติงานต่างๆ เพื่อให้พนักงานรับทราบถึงขั้นตอนของระบบงาน หน้าที่ของตนเอง และ

วิธีการทำงานที่ถูกต้อง 

3.   การบริหารนโยบาย (Policy Management)

                                3.1  การกำหนดนโยบาย

                                 (1)   ผู้บริหารระดับสูงจะต้องกำหนดนโยบายในการบริหารงานและประเด็นที่ต้องการ

ปรับปรุงพัฒนา โดยพิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วนและความสำคัญต่อความอยู่รอดขององค์กร เช่น

การเพิ่มยอดขาย, การลดต้นทุน, การเพิ่มประสิทธิภาพของกระบวนการผลิต เป็นต้น

                                 (2)   กำหนดวัตถุประสงค์/เป้าหมายให้เป็นตัวเลขที่ชัดเจน เพื่อเป็นระดับหรือผลของการ

ปรับปรุงที่ต้องการในแต่ละประเด็น และต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจน

                                 (3)   กำหนดกลยุทธ์ที่สามารถอธิบายถึงกิจกรรมที่จะต้องดำเนินการได้อย่างเป็นรูปธรรม

พนักงานอ่านแล้วต้องเข้าใจ  ว่าผู้บริหารอยากให้ทำอะไร และทำอย่างไร     เพื่อให้สามารถบรรลุวัตถุประสงค์

                                (4)  การกระจายนโยบาย (Policy   Deployment) ประเด็นที่จะปรับปรุง,   วัตถุประสงค์/

เป้าหมาย และกลยุทธ์ที่ผู้บริหารระดับสูงกำหนดต้องมีการกระจายลงสู่ทุกระดับอย่างเป็นระบบเพื่อให้

                                3.2   ดำเนินการตามนโยบายและแผนงานที่วางไว้   ทำการบันทึกผลของการดำเนินการและ

นำผลของการดำเนินการตรวจสอบ เทียบกับวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายที่กำหนดเป็นระยะๆ

                                3.3   ผู้บริหารระดับสูงจะต้องมีการประชุมเพื่อทบทวนนโยบาย,วัตถุประสงค์และกลยุทธ์ อย่างต่อเนื่องเพื่อพิจารณาว่าจะต้องมีการปรับเปลี่ยนนโยบาย,   วัตถุประสงค์ และกลยุทธ์ให้เหมาะสมกับสถานการณ์อย่างไรหรือไม่

4.   การบริหารข้ามสายงาน (Cross Functional Management)

                                จุดมุ่งหมายเพื่อปรับปรุงระบบงานที่มีความเกี่ยวข้องกับหลาย ๆ ฝ่าย เช่น  ระบบการพัฒนา

ผลิตภัณฑ์ใหม่ซึ่งมีความเกี่ยวข้องกันทั้งฝ่ายการตลาด ฝ่ายวิศวกรรม ฝ่ายผลิต ฝ่ายควบคุมคุณภาพ

ฯลฯ       ซึ่งปัญหาส่วนใหญ่ของระบบการบริหารข้ามสายงานนั้น  มักจะเป็นปัญหาอันเนื่องมาจาก

ผู้บริหารระดับสูง เช่น ผู้บริหารระดับฝ่ายต่างคนต่างทำงานไม่มีการประชุมตัดสินใจร่วมกันในประเด็น

ที่สำคัญ หรือเกี่ยงความรับผิดชอบเนื่องจากไม่มีระบบงานที่ชัดเจน

5.   กิจกรรมกลุ่มย่อย (Small Group Activity)

                                การจัดให้มีกิจกรรมกลุ่มย่อย เช่น กิจกรรม 5ส,  กิจกรรมกลุ่มคุณภาพ QCC  นั้น   มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้พนักงานระดับปฏิบัติทุกคนได้มีส่วนร่วมในการปรับปรุงพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นแนวคิดพื้นฐานอย่างหนึ่งของ TQM  และในการดำรงรักษากิจกรรมกลุ่มย่อยไม่ให้สูญสลายไป  ผู้บริหารควรจัดตั้งหน่วยงานส่งเสริม TQM เพื่อฝึกอบรม สร้างแรงจูงใจและผลักดันให้พนักงานร่วมกันทำกิจกรรมกลุ่มย่อยอย่างสม่ำเสมอ

6.   ตรวจวินิจฉัยโดยผู้บริหารระดับสูงสุด ( Top Management Diagnosis)

                                จุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้บริหารระดับสูงสุดตรวจสอบว่า  นโยบายการบริหารที่กำหนดไว้ได้ถูกนำไปกระจายและปฏิบัติโดยหน่วยงานต่างๆหรือไม่อย่างไร และถูกต้องตามแนวทางของ TQM หรือไม่   ซึ่งผู้บริหารระดับสูงสุดควรทำการตรวจวินิจฉัยอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ   พร้อมทั้งให้คำแนะนำแก่หน่วยงานต่างๆ หากการดำเนินการผิดเพี้ยนไปจากวัตถุประสงค์ที่ต้องการ

ปัจจัยแห่งความสำเร็จในการประยุกต์ใช้ TQM

1.  ความรู้และความเข้าใจ  (Knowledge and Understanding)

                                เนื่องจาก TQM เป็นปรัชญาในการบริหาร จึงต้องดำเนินงานด้วยความเข้าใจอย่างแท้จริง  ไม่ใช่คิดเองเออเอง  หรือทำงานแบบครั้งต่อครั้ง  แต่ผู้บริหารและผู้รับผิดชอบในการทำ TQM จะต้องมีวิสัยทัศน์  กลยุทธ์  แผนงาน  และวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน  ไม่เช่นนั้นการสร้างองค์การคุณภาพสมบูรณ์แบบจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้  เพราะความรู้และความเข้าใจที่ผิดพลาดจะทำให้การเริ่มต้นโครงการ TQM หรือ การดำเนินงานผิดทิศทางจนไม่สามารถแก้ไขได้

2.  ความศรัทธาและมุ่งมั่น  (Faith and Commitment)

                                ในหลักการและความสำเร็จของ TQM ทำให้สมาชิกทุกคนร่วมแรงร่วมใจในการปฏิบัติงาน  แก้ไขปัญหา และฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ เพราะการสร้างวัฒนธรรมแลองค์การ TQM ต้องอาศัยความทุ่มเทและเสียสละอย่างมาก  แต่ก็ต้องเกิดขึ้นจากความเข้าใจที่แท้จริง  มิใช่ศรัทธาและมุ่งมั่นแบบงมงาย ที่รับแนวคิดมาปฏิบัติอย่างไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ จะต้องเรียนรู้อย่างมีเหตุผลและพยายามแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง 

3.  ภาวะผู้นำ  (Leadership)

                                ผู้บริหาร และสมาชิกทุกคนในองค์การต้องมีความเป็นผู้นำในตนเอง โดยที่ต้องตัดสินใจ ทำในสิ่งที่ถูก (Do the right things.) ไม่ใช่เพียงแต่ทำสิ่งต่าง ๆ ให้ถูก (Do the things right.) ตามที่ได้รับมอบหมาย หรือเคยปฏิบัติมาเท่านั้น โดยผู้บริหารจะต้องเป็นแม่แบบ (Role Model) ทั้งในการทำงาน  การยอมรับในปรัชญาคุณภาพ  การเปลี่ยนแปลง  และการรับผิดชอบในการกระทำของตนและลูกน้อง  ขณะที่สมาชิกทุกคนต้องมีความเป็นผู้นำในตนเอง  และเป็นผู้นำของกลุ่ม  โดยไม่เพียงแต่ปฏิบัติงานตามคำสั่ง  หรือเพื่อเอาใจเจ้านายเท่านั้น  แต่จะต้องคิด  วิเคราะห์  พยายามทำงาน  และพัฒนาตนเอง  และทีมงานให้ดีขึ้นอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง

4.  ความกล้า  (Courage)

                เป็นพื้นฐานสำคัญของการเป็นผู้นำ  การสร้างสรรค์  และนวัตกรรมใหม่ ๆ ที่จะต้องคิด

นอกกรอบของความเชื่อ  กฎเกณฑ์ และแนวทางปฏิบัติเดิม  โดยสมาชิกในองค์การ TQM จะต้องกล้าที่จะตัดสินใจ  เปลี่ยนแปลง  รับผิดชอบและแก้ไขในการดำเนินงานของตนและของกลุ่ม 

5.  การบริหารระบบ (System Management)

TQM  เป็นงานที่ต้องวางแผนและดำเนินงานร่วมกันทั้งองค์การ  โดยกำหนดวิสัยทัศน์ 

กลยุทธ์  และแผนแม่บทรวม (Integrated Master Plan) ซึ่งมีความครอบคลุมในการพัฒนาศักยภาพขององค์การ  แต่ต้องยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวให้สอดคล้องกับข้อจำกัดและความผันผวนของเหตุการณ์  ซึ่งจะกำหนดขึ้นจากความเข้าใจ  และการคิดอย่างเป็นระบบ (System Thinking) ไม่ใช่การทำโครงการทดลอง  โดยแยกเป็นส่วน ๆ และค่อย ๆ ดำเนินการครั้งละหน่วยงานหรือสองหน่วยงาน  โดยวางแผนปฏิบัติเป็นครั้ง ๆ ไป