ปลายปี 2550 เตรียมการอย่างมากในการจะ Backpack ไปเนปาล ก็แบบว่านั่งดูอินเตอร์เน็ตเกือบทุกวัน และมีเนปาลไกค์บุ๊คประจำตัว แต่ทริปนั้นก็ต้องล่มเพราะสถานการณ์การเมืองภายในไม่ค่อยมั่นคง แต่ฝันของเราก็ยังอยู่
กลางปี 2552 คึกขึ้นมาอีก แต่คราวนี้มีสมัครพรรคพวกเกริ่นว่าอยากไป ดูท่าจะมีคนไปมากจึงเป็นการซื้อทัวร์ไป เพราะถ้าสไตล์แบกเป้เที่ยวนอกจากต้องเข้าขากันแล้วก็ต้องลุยพอสมควร และจำนวนคนไม่มากนัก
วันนี้เรามอบความไว้วางใจให้ TKT หรือ Trekking Thai.com ในการดูแลรับผิดชอบพวกเราที่ตกลงใจร่วมทางไปด้วยกัน 3 คน อ้าวทำไมเหลือแค่ 3 คนหล่ะ...ก็ด้วยกิจธุระและฝันที่แตกต่างกัน...ทำให้เหลือป้าตุ่น แอ้ และพี่ปู ซึ่งคนหลังนี้เป็นม้ามืดที่เราไม่คิดว่าพี่แกจะชอบเที่ยวประมาณนี้ ทำให้แปลกใจอยู่เหมือนกัน
-
Mandara Street, Thamel ทางไปโรงแรม
แม้ความลุ้นหรือตื่นเต้นในการเดินทางจะไม่ถึงขีดสุดเท่ากับการแบกเป้ แต่นับว่าทริปนี้นำมาซึ่งความได้ว่าตื่นเต้น เพราะขนาดอากาศบ้านเราช่วงปลาย พ.ย.-ธ.ค. 52 ยังหนาวเย็นขนาดนี้ ที่เนปาลจะขนาดไหน เห็นว่าประมาณ 2-20 องศา…เรื่องตื่นเต้นก็คงเริ่มจากเตรียมเครื่องกันหนาวนี่แหละ จะแบกไปอย่างไรไม่ให้ล้นกระเป๋า อ้าวเกาะติดสภาพอากาศ ก่อน Pack กระเป๋า ที่
Kathmandu http://thai.wunderground.com/global/stations/44454.html
Pokhara http://thai.wunderground.com/global/stations/44434.html
-
หนุ่มน้อยชาวเนปาลี
อีกนิ๊ดหนึ่ง ในการเข้าชมสถานที่สำคัญทางศาสนาบางแห่งห้ามผู้สวมใส่รองเท้า หมวก กระเป๋า หรือเข็มขัดที่ทำจากหนังวัว เพราะชาวเนปาลีส่วนใหญ่นับถือศาสนาฮินดูและบูชาวัวเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ค่ะ
-
มะพร้าวและน้ำมะพร้าว ที่ดูแปลกตา
หลายคนถามว่าทำไม้ ทำไม เลือกไปเนปาล แหมยุโรปก็แพงหูฉี่ซะงั้น เกาหลี จีนรึก็ยังไม่ถูกจริต แต่ญี่ปุ่นหน่ะสนอยู่แต่คงต้องเก็บเงินนาน แค่สำหรับงบ 3 หมื่นฝ่าๆ กับ 8 วัน 7 คืน ขอเลือกไปนมัสเตเนปาลก่อน (จริงๆ ก็คง 6 วันเพราะเดินทางไปกลับก็ 2 วันแล้ว) น่าจะนำมาถึงความแปลกใหม่ในชีวิตที่ได้มีโอกาสไปเยี่ยมชมเมืองโบราณคงคุณค่าแห่งวัฒนธรรม ที่สืบทอดมาจากยุครุ่งเรือง ประมาณ ค.ศ. 13-14 เป็นต้นมา จน UNESCO ประกาศคุ้มครองและขึ้นบัญชีสถานที่ในเนปาลที่คงคุณค่าด้านวัฒนธรรมที่ยังมีจิตวิญญาณ และเป็นเมืองที่ยังไม่ตายหมายถึงยังมีผู้คนอาศัยอยู่ ดำเเนนชีวิตตามปกติสุขถึง 8 แห่ง ได้แก่
Kathmandu Durbar Square, Patan Durbar Square , Phaktapu Durbar Square, Swayabhunath Stupa, Pashupatinath temple, Buuddhanath Stupa ChanguNarayan Temple มีเพียงแห่งเดียวที่ไม่อยู่ในโปรแกรม คือ Lumbini งานนี้จึงสรุปว่าเลือกไปที่นี่เพราะหลงใหลวัฒนธรรม แถมด้วยความคลั่งไคล้ส่วนตัวกับแฟชั่นของชาวเนปาลีที่บอกต่อกันว่าถูกแสนถูก หาก import เข้าเมืองไทยเมื่อไหร่ ราคา Up ไม่น้อยกว่า 2 เท่า...ไม่ว่าจะเป็นเสื้อ กระโปรง หมวกถัก หรือเครื่องประดับ สำหรับเครื่องทองเหลือง คงไม่มีปัญญาแบกมา
-
ยอดเขาหางปลาหรือมัจฉาปูชเร มองจากที่พักบนสรังก๊อต
นอกจากวัฒนธรรมและร่องรอยของความรุ่งเรืองในอดีตแล้ว สิ่งที่เนปาลถูกเลือกมาเป็น number 1 ก็เพราะความพร้อมด้านธรรมชาติ ที่อยู่ใกล้เทือกเขาสูงหิมาลัย ว่ากันว่ายอดเขาสูงในโลกที่ระดับ 8,000 เมตร มีถึง 14 ยอด 8 ในนั้นอยู่ในเนปาลค่ะ ที่รู้จักกันดีก็คงเป็น ยอดเขา Everest นี่ก็มีพูดถึงในภาพยนตร์ 2012 วันสิ้นโลกภาพยนตร์สุดฮิตของปลายปี 2009 ว่า “เรือที่อพยพมนุษยชาติกำลังจะชนเอเวอเรสต์แล้ว มนุษยชาติคงสิ้นสุดกันคราวนี้ “ ทำให้การออกรอบในคราวนี้ได้อรรถรสมากขึ้น แบบว่าโยงคนละเรื่องมาเป็นเรื่องเดียวกันได้เลย
-
พลบค่ำที่ทะเลสาบเฟวา
แม้ไปกับทัวร์ แต่ก็ติด Guide Book "เที่ยวไม่ง้อทัวร์ ตีตั๋วตะลุยเนปาล เขียนโดย Manta" สำนักพิมพ์ ทิบ ไทย อินเตอร์ บุ๊คส์ ปี 2551 ซึ่งซื้อไว้กะว่าจะไปเอง ทำให้ได้ข้อมูลมากมาย เล่มนี้เหมาะสำหรับการแบกเป้จริงๆ เพราะนอกจากข้อมูล การคมนาคม การเตรียมตัว และแผนที่ในแต่ละเมืองแล้ว ยังมีตัวอย่างโปรแกรมการท่องเที่ยวให้เลือกด้วย
-
ทุ่งดอกไม้ระหว่างทางTrekking
แถมยังมีการ In trend ในการใช้ twitter.com ในการติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวของชาวเนปาลี (เอ่ยคำนี้แล้วคิดถึง "น้องต้อมเนปาลี" คนน่ารักแห่ง G2K จัง)
ก่อนโอนเงินให้บริษัททัวร์ ยังได้ติดต่อไปสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์ภายในเนปาลจากฑูตไทยประจำประเทศเนปาลด้วยการถามไปที่ [email protected] เอาไปเอามาชักงงตัวเอง ตกลงซื้อทัวร์ไปนะนี่...ไม่ต้อง Check ข้อมูลให้วุ่นวาย ก็แหมของมันเคยนี่นะ
-
การเดินทางเลียบแม่น้ำตลอดเส้นทางไปโพคารา
เนปาลก็ใกล้ความเป็นจริงแล้ว 4/Dec/09 ได้นมัสเตเนปาลแน่นอน
ว่างแล้วจะได้เขียนบันทึกความทรงจำแห่งการเดินทางไว้...ถ้าว่างก็แวะมาเยี่ยมเยือนบันทึกป้าตุ่นใหม่นะคะ
จะรอชมภาพ อย่าลืมนำกล้องติดตัวไปด้วยนะคะ
น่าอิจฉาจริงๆ ฟังชื่อเนปาลเเล้วทำให้ตื่นเต้นเเทนครับ อยากไปถ่ายรูปครับ
เดือนมีนาคม ๕๓ ปลายๆ ผมน่าจะไปญี่ปุ่นและเกาหลีนะครับ ว่ากันว่าช่วงนั้นซากุระบาน...
แล้วเจอนาทานมั้ยค่ะ
อิอิ ล้อเล่นค่ะ
ว้า
สวัสดีค่ะ
สวัสดีครับ
คิดแล้วหนาว
อยากเห็นวิวสวยๆ ครับ
อยากเห็นวิวสวยๆของเนปาลคะ
ขอบคุณทุกท่านที่แวะมาทักทายนะคะ ไม่ว่าจะเป็นพี่แก้ว
คุณเอก
คุณสุดสายป่าน
ครูคิม
คุณธวัชชัย
และคุณมะลิวัลย์ 
พี่ตุ่นจ๋า เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ..
เก็บภาพสวยๆมาฝากด้วยนะจ๊ะ..
อิจฉาเจงๆ..เนี่ย..ดูแลสุขภาพด้วยนะจ๊ะ..ทั้งสามสาวเลยจ้า..
^^
Thanks
คุณครูแอ๊ว
พี่ตุ่นจ๋า..
ฝากบอกพี่แอ้ พี่ปูด้วยนะจ๊ะว่าดูแลสุขภาพด้วย แอ๊วจะรอชมภาพสีสันสดใสในทริปนี้ในวันกลับด้วยใจจดจ่อจ้า...แบบว่าเสียดายจัง.ถ้าลาได้คงจะดีเนอะ..แต่ไม่เป็นไร..คราวนี้สละก่อนแล้วกัน..คราวต่อไปไม่พลาดแน่นอนจ้า..
ฝากเที่ยวด้วยนะจ๊ะ..
ดูแลตัวเองด้วยนะจ๊ะ..
โชคดีจ้า...^^
อิจฉา..า..า..คนได้ไปเที่ยวเนปาลจังเลยค่ะ ^^ จะรออ่านเรื่องเล่าในทริปนี้นะคะ และขอบคุณที่คิดถึงกัน
ขอให้เที่ยวให้สนุก และเที่ยวอย่างมีความสุขนะคะ โอมเพี๊ยง..ง..ง
ขอบคุณคำอวยพรจากคุณครูแอ๊ว
และน้องต้อม
ในการให้ท่องเที่ยวมีความสุข
สมพรปากค่ะ เที่ยวสนุกจริงๆ
สำหรับน้องต้อมยิ่งไปกันใหญ่...คำว่า "เนปาลี" นี่ได้ยินวันละไม่ต่ำกว่า 10 ครั้ง
จะไม่ให้คิดถึงยังงัยไหว
ว่างๆ เล่าเรื่องเนปาลอีกนะนู๋
ติดตามกำลังสนุก..อิอิอิ.