พี่ด้า สุกานดา เมฆทรงกลด รพ.พิจิตร

จระเข้ น่ารักๆ ยืนเด่นเป็นสง่า อยู่บริเวณทางเข้าและออกของจังหวัดพิจิตร ค่ะ

รพ.พิจิตร

หากพูดถึงเรื่อง CQI (Continuous  Quality Improvement) หรือการพัฒนาต่อเนื่องสำหรับวงการคุณภาพแล้วทุกคนย่อมคุ้นชินกับสิ่งเหล่านี้ การเรียนรู้เพื่อที่จะปรับปรุงวิธีการทำงานอย่างต่อเนื่อง ที่เราทำกันอยู่เกือบตลอดเวลาสำหรับรพ.ที่มีการพัฒนาคุณภาพ แต่เรา….”เคยเรียนรู้ชีวิตตนเองเพื่อพัฒนาชีวิตตนเองให้ดีขึ้นไหม? เป็นคำถามที่ พี่ด้า...พี่สุกานดา เมฆทรงกลด..พี่พยาบาลคนที่งามพร้อม น้ำใจและใบหน้า ปฏิบัติงานหัวหน้าหอผู้ป่วย ICU รพ.พิจิตร เอ่ยกับเรา ทีมถอดบทเรียน จากสรพ.ที่ได้ไปร่วมเรียนรู้การทำงานของพี่ด้า...

ทีม ถอดบทเรียน สรพ. ถ่ายภาพร่วมกับพี่ด้าค่ะ

ยิ่งถามยิ่งสะดุด ฉุดให้คิด จริงๆแล้ว เราได้เรียนรู้เพื่อพัฒนาชีวิต และวิธีคิดของเราหรือไม่ อย่างไร??? พี่ด้าเล่าให้ฟังว่า ทุกวันก่อนทำงาน พี่ด้าจะถามตัวเองขณะขับรถมาทำงานอยู่เสมอ ว่า...วันนี้เราจะทำอะไรบ้าง เป็นการกำหนดเป้าหมายของการทำงานในวันนี้...แล้วเมื่อจะกลับบ้าน ก็ทบทวนอีกครั้งว่า วันนี่เราทำอะไรที่บรรลุเป้าหมายบ้าง มีอะไรที่ต้องปรับปรุงบ้าง?? และจะวางแผนอย่างไรต่อไปในวันรุ่งขึ้น พี่ด้า มีทั้ง BAR และ AAR ชีวิตของตนเองตลอดเวลา AAR มากกว่าเรื่องการทำงาน แต่รวมถึงความรู้สึก การปฏิบัติตน การกระทำทุกๆ อย่างที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน เพื่อเรียนรู้และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง

พี่ด้า สุกานดา ค่ะ งามแต้ๆ เจ้า...

พี่ด้า เป็นคนชอบบันทึก รักการเรียนรู้ ช่วงที่เรียนพยาบาล จะบันทึกทุกวัน ไม่มีขาดและเก็บรักษาไว้อย่างดีจนปัจจุบันนี้ เรื่องราวของพี่ด้า น่าสนใจ น่าเรียนรู้เป็นอย่างยิ่ง  สนใจติดตามตอนต่อไปอย่างเต็มๆ ได้พรุ่งนี้ค่ะ

นอกจากพี่ด้าจะ CQI ชีวิตตนเองแล้ว พี่ด้า เป็นหัวหน้าที่มีบุคลิกที่อบอุ่น สังเกตจากวิธีการบอกเล่าการทำงานกับบุคลากรพยาบาลในรพ.อย่างนุ่มนวล แววตาเปล่งประกายความสุข เมื่อพูดถึงประสบการณ์การพัฒนาน้องๆ วิชาชีพพยาบาลที่มีปัญหาในการดำเนินชีวิตจนเกิดผลกระทบต่อการทำงาน ด้วยการมองทุกคนอย่างเข้าใจ ค้นหาและให้ความช่วยเหลือด้วยหัวใจที่เต็ม และพร้อมที่จะช่วยเหลือน้องๆ ที่มีปัญหา  พี่ด้า จึงได้รับมอบหมายจากพี่หัวหน้าพยาบาล ในการดูแลปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ตลอดจนวิธีคิด เพื่อ CQI ชีวิตของน้องๆ พยาบาลที่มีปัญหาที่หลากหลาย ทั้งปัญหาชีวิต ครอบครัว การงาน ถูกร้องเรียน หนี้สิน แม้กระทั่งเพศสัมพันธ์ ก็สามารถปรึกษาได้ พี่ด้าเล่าให้ฟังถึงวิธีการพัฒนาจิตใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของน้องๆ พยาบาล ผู้ที่ถูกส่งเข้ามาที่ ICU เพื่อมาปรับเปลี่ยนให้อยู่ได้ อย่างภาคภูมิใจและศรัทธาในตัวเองและศรัทธาต่อความดี ด้วยการทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี พูดคุยและปฏิบัติกับคนไข้และญาติและกับทุกคนด้วยความรักและความเข้าใจในความเป็นมนุษย์ นอกจากนั้น พี่ด้า ยังพูดคุยกับน้องเป็นประจำ พี่ด้ารู้จักน้องทุกคนเป็นอย่างดี ทั้งเบื้องหน้า เบื้องหลังเบื้องลึกของน้องเพื่อหาหนทางช่วยเหลือ เท่าที่จะทำได้ เช่น การจัดเวรหยุดเพื่อให้อยู่กับครอบครัว เป็นต้น

และที่ประทับใจมากคือ พี่ด้า ฝึกหัดให้น้องๆเขียนบันทึกประจำวัน โดยร่วมกันกำหนดเป้าหมายประจำวันทุกวัน เมื่อเลิกงานได้มาทบทวนและบันทึกถึงความรู้สึกในวันนี้ สิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น ความรู้สึกหรือสิ่งที่ไม่ดีที่เกิดขึ้น สาเหตุที่เกิดขึ้น สิ่งที่ต้องพัฒนาต่อไป และบทเรียนที่ควรค่าแก่การจดจำ เขียนและพูดคุยให้คำปรึกษาทุกวันๆ  เมื่อครบสามเดือนน้องๆที่มาอยู่กับพี่ด้า ไม่มีใครอยากออกไปสู่โลกภายนอก ทุกคนมีความสุข แต่พี่ด้าต้องให้น้องได้ไปเรียนรู้โลกภายนอก โลกที่ไม่มีพี่ด้าที่คอยพยุงปีกตลอเวลา และเขาเหล่านั้นกลับตัวกลับใจ เป็นคนดีที่มีใจที่งดงาม เรียนรู้ความผิดพลาดและมีความสุขกับชีวิตมากขึ้น

วันนี้มีบทเรียน จากพยาบาลท่านหนึ่งที่พี่ด้าให้เธอ CQI ชีวิตของเธอเอง เธอเป็นคนที่ครอบครัวแตกร้าว สามีใช้ความรุนแรงทำร้ายร่างกาย จนเกิดผลกระทบไปสู่ลูก เป็นหนี้เป็นสินมากมาย เธอประชดชีวิต ทำตัวเสเพลไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง พี่ด้าได้ฟูมฟักเธออย่างเข้าใจ จนเกิดบทเรียนที่งดงามในบันทึกของเธอ พอลล่าขอนำส่วนหนึ่งของบทเรียนที่เธอบันทึกไว้มาแบ่งปันแด่ทุกๆท่านก่อนนอนวันนี้ค่ะ คนที่ล้มแล้วลุกขึ้นมาใหม่ควรค่าแก่การยกย่องเชิดชูค่ะ ให้กำลังใจเธอมากๆนะคะ ขอบคุณพยาบาลท่านนี้ที่นำบทเรียนที่มีค่ามาแบ่งปันค่ะ ขอให้มีความสุข ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นด้วยเทอญ.... ขอให้ผู้อ่านจงมีความสุขค่ะ ฝันดีนะคะ

 

 

  • ปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ อย่าเก็บเอาไว้คนเดียว
  • การท้อแท้ สิ้นหวังไม่ได้ทำให้ทุกอย่างดีขึ้นมา
  • คนเราเกิดมาไม่ได้รู้ไปเสียทุกอย่าง ต้องมีการศึกษาค้นคว้า หาความรู้ใหม่อยู่เสมอ
  • การอ่อนน้อมถ่อมตน จะทำให้เราเป็นที่รัก ต่อผู้พบเห็น
  • การมองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา ทำให้เราเป็นทุกข์
  • ยอมรับในสิ่งที่เราทำผิดพลาดไปแล้ว และพร้อมที่จะปรับปรุงให้ดีขึ้นกว่าเดิม
  • การสื่อสารเป็นสิ่งสำคัญในการอยู่ร่วมกัน
  • ความซื่อสัตย์จะเป็นสิ่งที่ช่วยดำรงซึ่งเกียรติของเราไว้ได้ด้วยดี
  • อย่าใช้อารมณ์ในการแก้ปัญหา
  • อย่าคิดว่าตัวเองเก่ง รอบรู้ทุกเรื่อง ยังมีอะไรหลายๆอย่างที่เราต้องเรียนรู้และหาประสบการณ์
  • ครอบครัวที่อบอุ่น เป็นสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตคนเรา ทุกคนขวนขวายหามาแต่เรามองไม่เห็นคุณค่า ทำให้ต้องสูญเสียมันไป
  • สิ่งต่างๆที่ผ่านมาในชีวิตเป็นบทเรียนที่มีคุณค่าน่าจดจำ
  • อุปสรรคที่ถาโถมเข้ามาหาเรา จงอย่าท้อถอยและอย่ายอมแพ้ จงแก้ไขมัน เพื่อที่เราจะได้เหยียบมันเพื่อที่จะก้าวสูงขึ้นไปเรื่อยๆ
  • สิ่งที่เราไม่รู้แล้วถามไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่ถ้าทำไปโดยไม่รู้แล้วเกิดผิดพลาด นั่นคือเรื่องน่าอายกว่า
  • สิ่งที่ผ่านมาในอดีตเป็นครูให้กับเราได้
  • อารมณ์โกรธง่ายเหมือนเปลวไฟที่ลุกเผาตัวเราเอง
  • ในโลกนี้ยังมีสิ่งดีที่รอเราเรียนรู้ อยู่อีกเยอะ
  • ไม่มีอะไรสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่ที่ดี
  • เวลาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าในตัวมันเอง ดังนั้นจงอย่านำวัน เวลาไปใช้อย่างไร้ค่าหรือสูญสลายไปพร้อมๆกับความเครียด ควรนำเวลาไปสร้างประโยชน์สู่งานและคนอื่น เมื่อนั้นชีวิตของเรา จะมีความสุขไปพร้อมกับการมีคุณค่า
  • คนที่มีคุณค่าในตัวเองได้เปรียบตรงที่มีจิตใจมั่นคงไม่ออนไหวกับสิ่งเร้าต่างๆ แม้เกิดปัญหาก็สามารถกลับมามีสติได้อีกครั้ง และยังหาทางรับมือกับปัญหาต่างๆ ได้เป็นอย่างดี
  • การมองโลกในแง่ร้ายทำให้เราพลาดที่จะทำสิ่งดีๆไป
  • จงนำสิ่งที่ไม่ดีในอดีตมาเป็นครูสอนเราในปัจจุบัน
  • ความล้มเหลวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตเราคือความอวดดี
  • เมื่ออดีตที่ผ่านมาเราไม่สามารถกำหนดได้แล้ว หรือหากว่าเคยกำหนดก็อาจทำได้ไม่สำเร็จก็จงปล่อยมันไป ปัจจุบันและอนาคตเป็นสิ่งที่กำหนดเองและทำให้ดีที่สุด
  • อย่าสัญญาอะไร โดยที่เรายังไม่แน่ใจว่าเราจะทำได้หรือปล่าว
  • ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่และน่าชื่นชมไปกว่าการยอมรับในความผิดพลาดของตัวเอง
  • ไม่มีอะไรที่ควรยกย่องไปกว่าการลุกขึ้นมาจากความพ่ายแพ้ที่น่าเจ็บปวดและสู้กับมันอีกครั้ง

 

มานึกได้ตอนเช้าถึงประโยคที่ว่า

Bullet train(look outside windows)โดย nicholei

การจดบันทึกชีวิต จะยิ่งชะลอความเร็วของเหตุการณ์นั้นลงมาอีก

และนำมาพิจารณาเป็นจุดๆ หรือนำมาพิจารณาหาความเชื่อมโยง

ระหว่างบุคคล สิ่งของ เหตุการณ์ อารมณ์

จนบางทีเราก็เกิดความเข้าใจที่ลึกซึ้งมากขึ้น

การจดบันทึกนั้นมี flow ของข้อมูลไหลไปมา ระหว่างสมอง

ความทรงจำ สมองจินตนาการไหลมายังมือ

เขียนออกมาเป็นตัวอักษร สายตาเราก็มองเห็น ตีความ

แปลผลเข้าไปในสมองอีกระลอก เกิดเป็นความทรงจำใหม่

 ความคิดใหม่ ประสบการณ์ใหม่

และ

คนเรานั้นจะรักตนเอง

ก็ได้เพียงเท่าขอบเขตที่เขาได้ทำความรู้จักโลกเท่านั้น

 นั่นคือตัวเขาอยู่ภายในโลกที่ว่านี้

และโลกนี้ทั้งหมดก็อยู่ภายในตัวเขาเอง

สรรพสิ่งต่างๆ เมื่อถูกนำมาใคร่ครวญ

ไตร่ตรองอย่างลึกซึ้งก็จะเป็นการเพิ่ม

อวัยวะแห่งการรับรู้ขึ้นมาใหม่ ให้กับตัวเราเอง

โยฮัน วูฟกัง เกอเธ

เอา ภาพซึ้งๆ ของกอดพี่ด้า กับพี่เอกมาให้ชมค่ะ

 

บทเรียนรู้ของพอลล่า....

ได้เรียนรู้ว่า การเห็นคุณค่าของคน เห็นว่าคนคือสินทรัพย์อันยิ่งใหญ่ ไม่ว่าเขาจะผิดพลาดหรือเลวร้ายสักเพียงใด หากเราเข้าใจ มีเมตตา ให้อภัยเขา ให้กำลังใจเขาลุกขึ้นมายืนใหม่ นอกจากเราจะเพิ่มกำลังใจ ได้คนดีมาทำงานแล้ว เรายังเติมคุณค่าในชีวิตของคน ๆ หนึ่ง หรือครอบครัวๆ หนึ่ง อย่างไม่สามารถหาค่าของสิ่งใดมาเทียบได้ ซึ่งหากมองไปที่ปรัชญาของรพ.ที่มีว่า "มุ่งมั่นบริการ มาตรฐานสากล ทุกคนมีค่า พัฒนาต่อเนื่อง" รพ.พิจิตร แห่งนี้ บรรลุแล้ว...จริงๆ