ผมนั่งเหม่อมองออกไปสุดสายตา เอาอัตตาอันเล็กกระจ้อยร่อยผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ของเขาเจ็ดยอด เทือกเขาน้อยใหญ่ โลกและจักรวาล ทำลายตัวตนลงแม้จะได้เพียงชั่วครูชั่วคราว

   สำหรับผม... การเดินสู่เขาเจ็ดยอดทริปนี้ ปลายทาง ณ ยอดเขามิได้สำคัญไปกว่าการเดินในแต่ละย่างก้าว

   อันที่จริงแล้วผมรู้จักเขาเจ็ดยอดน้อยมาก แค่ชื่อก็รับรู้จดจำสับสนด้วยซ้ำไป เรียกถูกเรียกผิด เขาสามร้อยยอดบ้าง เขาเจ็ดร้อยยอดบ้าง

   ผมเอ่ยปากกับท่านผู้เฒ่าวอญ่าเรื่องการเดินป่า แท้ที่จริงแล้วป่าไหน ๆ ก็ได้ขอให้ได้เดิน

   เป้าหมายสำคัญของผมสำหรับการเดินป่าครั้งนี้ ตั้งใจใช้การเดินเป็นมรรคาไปสู่เป้าหมายบางอย่างของตัวเอง ทั้งการใช้เวลาอยู่กับตัวเอง ทบทวน ไตร่ตรอง หาคำตอบและคลี่คลายโจทย์ชีวิต

   แน่นอนว่าการเดินขึ้นเขาและลงจากเขาเจ็ดยอดทริปนี้ผมได้คำตอบให้กับชีวิตตัวเองค่อนข้างแจ่มชัด

   การไม่คาดหวัง และมิได้ให้ความสำคัญกับปลายทางมากเกินไปนัก นอกจากการเดินจะบรรลุเป้าหมายส่วนตัวแล้ว ยังได้ชื่นชมกับความงดงามระหว่างทางอย่างวิเศษ


 
 

ความงดงามระหว่างทาง
(ขอบคุณคุณเอก - จตุพร ที่เอื้อเฟื้อภาพประกอบ)


   ที่สำคัญการบรรลุถึงเป้าหมายปลายทางของการเดิน เมื่อได้พบสัมผัสกับความงดงามและยิ่งใหญ่เป็นยอดเขา แม้จะมิใช่จุดที่สูงที่สุดของเขาเจ็ดยอด ภาพปรากฏแก่สายตาก็เป้นของขวัญและรางวัลที่ทรงคุณค่าอย่างหาที่เปรียบมิได้

...

   พวกเราต่างหนาวเหน็บจบเกือบจะแข็งตายในเช้าตรู่ก่อนแสงแรงแห่งวันจะปรากฏ

   ผม คุณเอกและซากี้นั่งขดตัวอยู่ข้างกองไฟ

   เพราะยังต้องการความร้อนจากกองไฟพวกเราจึงค่อนข้างอิดออดกับคำเชิญชวนของนะไลให้ขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้น ณ ยอดเขา แต่เราก็แพ้แรงตื้อและสบประมาท

   ทุกคนมีเสื้อกันหนาวใส่เดินขึ้นไปยอดเขา มีเพียงผมที่สวมเพียงเสื้อยืดแขนยาวตัวบาง ๆ คงไม่ต้องบอกว่าเย็นยะเยือกปานใดเมื่อลุกออกจากกองไฟ

   ตาเบิกโพลง ใจเต้นโครมคราม ความหนาวเหน็บหนาวหายไปราวปลิดทิ้ง เมื่อพบความงดงามและยิ่งใหญ่อลังการของเขาเจ็ดยอด พายุและทะเลหมอก



   เทือกเขาสลับซับซ้อน มีหมอกปกคลุมอยู่ทั่วไป หมอกหนาเคลื่อนตัวอย่างรวดเร็วด้วยแรงลมที่พัดมาจากทางทิศตะวันออก ทิศที่เราทอดสายตาออกออกไป ทิศที่พวกเราชมพระอาทิตย์โผล่ขึ้นมา

   เบื้องหน้าลิบ ๆ ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือคือ จ.พัทลุง และ จ.นครศรีธรรมราช ส่วนด้านตะวันออกเฉียงใต้คือ จ.สงขลา เพราะม่านหมอกแน่นหนาเราจึงไม่สามารถมองทะลุไปยังทั้งสามเมืองได้

   ลมแรงจัด พัดเอาหมอกปลิวปะทะร่างกายและใบหน้า ผมยืนบนก้อนหินขนาดย่อม ๆ เหยียดกายเต้มที่ให้สายลมพัดเอาหมอกปะทะร่างอย่างไม่เกรงความหนาวเย็น บางครั้งก็เกือบหัวขะมำเพราะแรงลม

   ผมอยากจะถอดเสื้อให้เนื้อตัวร่างกายได้อาบหมอกที่มาปะทะ แต่ก็ขวยเขินและเอียงอายผู้ร่วมเดินทางโดยเฉพาะหญิงสาวทั้งสองคน หากผมทำเช่นนั้นแทนที่บรรดาเพื่อนร่วมเดินทางจะได้ชื่นชมกับทัศนียภาพที่งดงาม อาจกลายเป็นความอุดจาดรำคาญสายตาก็เป็นได้

 


   ผมยืนอย่างนั้นอยู่นาน สูดเอาหมอกที่มาปะทะเข้าไปเต็มปอด แล้วสายตาก็เหลือบไปเห็นหินก้อนโตอยู่ด้านล่างถัดไป

   ผมลงจากก้อนหินที่ขึ้นไปยืน เดินลงเขาไปยังหินก้อนนั้น แล้วเอาตัวเองนั่งบนก้อนหิน ที่ไม่ยืนเพราะลมแรงมากบางคราวก็กรรโชกรุนแรงพัดให้ร่างซวนเซ หากมิระวังตั้งปักหลักให้มั่นคงก็อาจจะกลิ้งตกหิน ร่วงหล่นลงเขาชนิดไม่ต้องไปตามเก็บ

   ผมนั่งเหม่อมองออกไปสุดสายตา เอาอัตตาอันเล็กกระจ้อยร่อยผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของความยิ่งใหญ่ของเขาเจ็ดยอด เทือกเขาน้อยใหญ่ โลกและจักรวาล ทำลายตัวตนลงแม้จะได้เพียงชั่วครูชั่วคราว

   ประหนึ่งกับการเอาอาตมันเข้าไปหลอมรวมกับปรมาตมัน...



...

   พวกเราอยู่บริเวณนี้พักใหญ่ นะไลก็พาเดินลงเพื่อขึ้นไปชมทัศนียภาพบนเขาอีกลูกหนึ่งซึ่งอยู่ติดกัน

   ความงดงามและอลังการบนเขายอดใหม่ไม่แพ้กับเขายอดเมื่อครู่

   เบื้องหน้าทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือ จ.ตรัง ส่วนทางทิศตะวันตกเฉียงใต้คือ จ.สตูล

   เราไม่ต้องเผชิญกับสายลมแรง เพราะจุดที่ยืนมิได้อยู่บนยอดเขา

   ทางด้านหลังที่พวกเรานั่งเป็นยอดเขาสองลูก ชื่อเขานมสาว ระหว่างเขาสองลูกเป็นช่องลม ลมบีบผ่านเข้าช่องนั้นพัดแรงมาก สายลมพัดเอากลุ่มหมอกลอยไปอย่างรวดเร็ว ในขณะที่กลุ่มหมอกจากด้านล่างค่อยลอยอ้อยอิ่งขึ้นมา เมื่อปะทะกับหมอที่ลอยผ่านมาจากช่องลม หมอกสองกลุ่มปะทะม้วนตัวเป็นก้อนเดียวกันลูกแล้วลูกเล่า พัดผ่านเลยไป

   ด้านหน้าเบื้องล่าง สายหมอกลอยอ้อยอิ่งอยู่ต่ำกว่ายอดเขา เส้นสายหมอกแน่นหนาและเหยียดยาวไปจึง จ.ตรัง ที่ค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางทิศใต้ สายตาเริ่มมองเห็นผื้นผิวดินที่ปลายสายหมอกทางด้านทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ณ จ.ตรัง ได้ชัดชึ้น ขณะที่สูญเสียการมองเห็นผืนดินทางด้านตะวันตกเฉียงใต้ทีละเล็กทีละน้อยอันเนื่องมาจากการปกคลุมของสายหมอกมหึมาที่ค่อนเคลื่อนตัวเข้าบดบัง

   การเคลื่อนตัวของสายหมอก เปรียบดั่งเช่นการเลื้อยของพญานาคราช

...

   นายหัวบุญเลิศบอกกับพวกเราว่า แท้ที่จริงแล้วเขาเจ็ดยอดมิใช่มียอดเขาแค่เจ็ดยอด แต่มีถึงสิบสองยอด ผมเสนอให้นายหัวฯ เปลี่ยนชื่อเป็นเขาสิงสองยอด ซากี้บอกว่า เขาโหลยอด

   นะไลบอกว่า เราโชคดีมากที่ได้ขึ้นมาถึงบนยอดเขาและได้เห็นทะเลหมอกสุดลุกหูลูกตา บางคณะเดินขึ้นมาถึงต้องตั้งแค้มป์อยู่บนนี้หลายวันเพื่อรอชมทะเลหมอกดังที่ปรากฏต่อสายตาพวกเรา ซึ่งมีโอกาสจะไม่เห็นภาพนี้กว่าครึ่ง เพราะพายุฝนที่ตกลงมาต่อเนื่อง

...

   ทางเดินเขาลูกใหม่ต้องผ่านแค้มป์ ผมถือโอกาสหยิบเตาแกสและกาแฟสำเร็จรูปรวมทั้งของขบเคี้ยว (บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) ขึ้นไปด้วย

   นายหัวบุญเลิศเลือกทำเลที่ค่อนข้างหลบลม ผมติดตั้งเตาแกส ต้มน้ำและชงกาแฟแจกจ่ายเพื่อนร่วมเดินทาง แก้วแรกสำหรับนายหัวฯ เป็นการขอบคุณน้ำใจที่ยิ่งใหญ่ของท่าน

   กาแฟที่ชงเป็นกาแฟปรุงสำเร็จ 3 in 1 ที่เมื่ออยู่ในเมืองเป็นของไร้ค่าและนอกสายตาสำหรับผม แต่ยามนี้กาแฟแบบเดียวกันนี้อร่อยได้ใจ ผมค่อย ๆ ละเลียดกาแฟอย่างแช่มช้าพร้อมกับชมความงดงามของภาพปรากฏเบื้องหน้า

   พวกเรากินกาแฟแกล้มกับบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เทเครื่องปรุงบีบให้เส้นแตก เขย่า ๆ ให้เครื่องปรุงเข้ากับเส้นบะหมี่

กาแฟกับบะหมี่สำเร็จรูปบนเขาเจ็ดยอดมื้อนี้ ยอดเยี่ยมกว่า เอสเปรสโซ่และบราวนี่เค้กในสตาร์บัคเป็นไหน ๆ

   ขอคารวะความงดงามและยิ่งใหญ่ของเขาเจ็ดยอด...

 

บันทึกที่เกี่ยวข้อง  

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๒ จัดของลงเป้)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๓ แต่งตัวเดินป่า)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๔ เดิน ปีน ไต่ มุด คลาน ข้าม ฯลฯ)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๕ ฝ่าดงทาก)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๖ กินในป่า)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอนที่ ๗ นอนในป่า)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๘ นายหัวบุญเลิศ ชายเกตุ ลูกผู้ชายใจนักเลง)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๙ ซากี้ คนลาวชื่อฝรั่ง)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๑๐ หญิงสาวน้ำใจงาม

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๑๑ ทะเลหมอกเขาเจ็ดยอด)

การเดินทางของชีวิต : จากโลกไซเบอร์สู่เขาเจ็ดยอด (ตอน ๑๒ เรื่องเล่าจากซากี้)