ท่านเชื่อหรือไม่?? เหตุที่คนเราเกิดความขัดแย้งกัน ส่วนใหญ่มาจากความคิดเห็นต่างกัน ... ในความคิดเห็นต่างนั้น ส่วนใหญ่เกิดจาก "ความคิดเชิงนามธรรม" ... หากดิฉันจะกล่าวว่า "ความคิดเห็นเชิงนามธรรม ... นำมาสู่ความขัดแย้ง" ... ท่านคิดว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด?? และอย่างไร?? ... ทั้งนี้ ก่อนที่ท่านจะคัดค้านหรือเห็นด้วยหรือจะแสดงเหตุผลประกอบในแบบฉบับของท่านนั้น ดิฉัน ขอแลกเปลี่ยนความคิดไว้ในเบื้องต้น ดังนี้

ความคิดที่เป็นรูปธรรม เป็นกระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ ตั้งอยู่บนหลักของความเป็นเหตุเป็นผล พิสูจน์ได้ ตามแนวคิดของ จอห์น ดิวอี้ (John Dewey) เสนอไว้ 5 ขั้น คือ 1) การกำหนดปัญหา 2) การตั้งสมมติฐาน 3) การทดสอบสมมติฐาน 4) การวิเคราะห์ข้อมูล และ 5) การสรุปผล ว่าเหมือนหรือต่างกับสมมติฐานที่ตั้งไว้หรือไม่อย่างไร ทั้งนี้ ดิฉัน ไม่ขอเจาะลึกรายละเอียดเนื้อหาดังกล่าว ขอสรุปเพียงว่า "ความคิดที่เป็นรูปธรรม เป็นการค้นหาคำตอบของปัญหา อย่างเป็นลำดับขั้นต่อเนื่อง จากจุดเริ่มต้นจนถึงจุดสุดท้าย กระทั่งได้คำตอบของปัญหานั้น ๆ" ... ส่วนความคิดเชิงนามธรรมนั้น เป็นความคิดที่ไม่มีขั้นตอนอย่างวิทยาศาสตร์ สิ่งต่าง ๆ ไม่สามารถพิสูจน์ได้ อาศัยเพียงการเปิดรับ ซึ่งดิฉันได้บันทึกไว้ใน เมื่อไม่เปิดรับ ... ก็ไม่มีทางเข้าถึง ความคิดเชิงนามธรรม จึงอาศัยเพียงความเชื่อความเข้าใจในแบบฉบับของตนเป็นที่ตั้ง ดังนั้น หากตนเองคิดว่าใช่ จริง ถูกต้องแล้ว นั่นก็ถือว่าตนได้คำตอบแล้ว เพราะการคิดเชิงนามธรรมใช้เพียงความคิดของตนเป็นเกณฑ์ในการตัดสินให้ค่า และคำตอบในเชิงนามธรรมก็ไม่มีถูกผิด
ในวิถีชีวิตที่เต็มไปด้วยการติดต่อสื่อสาร มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกัน หากกระบวนการคิดของมนุษย์ไม่ได้ผ่านกระบวนการไตร่ตรองอย่างรอบคอบ ตามแนวทางวิทยาศาสตร์แล้ว การติดต่อสื่อสารนั้น อาจก่อให้เกิดปัญหาความขัดแย้งระหว่างกันได้ กล่าวคือในการติดต่อสื่อสารใด ๆ ก็ตาม หากเราใช้ความคิดเชิงนามธรรมพูดคุยตอบโต้กันแล้ว การสื่อสารนั้น อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกัน มากกว่าเห็นด้วยหรือคล้อยตามกัน นั่นก็เพราะการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นย่อมขึ้นอยู่กับตนเองเป็นที่ตั้ง เขาและเรา จึงพูดคุยตอบโต้ เพื่อเอาชนะกันบนฐานคิดที่เน้นตนเองเป็นที่ตั้ง ... แต่หากการติดต่อสื่อสารใด ที่ใช้ความคิดเชิงรูปธรรมหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตอบโต้กันแล้ว เขาและเรา ย่อมได้คำตอบที่ตรงกันบนหลักการคิดไตร่ตรองเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อได้คำตอบตรงกันแล้ว การโต้ตอบพูดคุยนั้น จึงเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ตั้งอยู่บนฐานคิดหลักเหตุผลเดียวกัน
ประเด็นดังกล่าวข้างต้น ดิฉัน มิได้ให้ค่าหรือตัดสินว่า "ความคิดในรูปแบบใดจะดีกว่ากัน" ... เพราะสำหรับดิฉันแล้ว ทั้งความคิดเชิงรูปธรรม และนามธรรมต่างก็มีจุดเด่น เช่น "วิสัยทัศน์" ซึ่งอยู่ในรูปนามธรรมนั้น เป็นสิ่งที่มนุษย์พึงพัฒนาให้เกิดขึ้นแก่ตน เพราะเมื่อเรามีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลแล้ว เราย่อมพัฒนาตนเองให้ก้าวไปข้างหน้า และผ่านพ้นวิกฤตการณ์ต่าง ๆ ไปได้ ... อย่างไรก็ตาม ในสภาพสังคมปัจจุบัน ความคิดเชิงนามธรรม และรูปธรรม ก็ยังคงสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ ... หรือท่านคิดเห็นอย่างไร??
อ่านประวัติของจอห์น
ดิวอี้ (John Dewey) >>
วิกิพีเดีย
ภาพจาก Internet
1 และ Internet
2
ด้วยความเคารพ ครับ
สวัสดีค่ะ...น้องโอ๋
ทั้งสองรูปแบบยังอาศัยการสนับสนุนเกื้อกูลซึ่งกันและกันอย่างไม่สามารถแยกออกจากกันได้ค่ะ
เห็นด้วยค่ะ
ความคิดตามทฤษฎีมีหลายรูปแบบนะคะ
สวัสดีครับ
น่าจะแยกเป็น 2 มิตินะ (สำหรับประเด็นที่กล่าวมา)
1. สาระ(Content) ของการคิด นามธรรม รูปธรรม ดังที่คุณยกมา มิตินี้น่าจะไม่ส่งผลต่อความขัดแย้งมากนัก (อันนี้คิดเอานะ ไม่มี งานวิจัยอ้างอิง) ส่วนที่ส่งผลต่อความขัดแย้ง มากที่สุด น่าจะเป็นข้อ 2
2. วิธีคิด คิดคนแบบ แม้จะเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรมก็เหอะ เห็นทะเลาะกันไม่หยุดหย่อน
....เดี๋ยวค่อยมาคอมเม้นท์เพิ่มครับ มีเวลาแป๊บๆ
สวัสดีค่ะอาจารย์
"วิธีคิด...ผิดกันเลิกปันพวก
คิดผนวกบวกไว้ใฝ่สมาน
ความผิดแผกแตกต่างบางประการ
เป็นอีกด้านพานพบ...ที่ครบมุม"
มาหาแล้วค่ะ มาดึกนะ ด้วยความคิดถึงค่ะ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ
หวัดดีค่ะ พี่ vij ..ความคิดเชิงนามธรรม นำไปสู่ความขัดแย้งได้จริง ๆ ค่ะ.. และหากการติดต่อสื่อสารใด ที่ใช้ความคิดเชิงรูปธรรมหรือกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ตอบโต้กันแล้ว เขาและเรา ย่อมได้คำตอบที่ตรงกันบนหลักการคิดไตร่ตรองเชิงวิทยาศาสตร์ เมื่อได้คำตอบตรงกันแล้ว การโต้ตอบพูดคุยนั้น จึงเต็มไปด้วยความเข้าใจที่ตั้งอยู่บนฐานคิดหลักเหตุผลเดียวกันค่ะ ..(ขออนุญาตยกมานะคะ)
ผมมองว่าความคิดทั้งสองรูปแบบย่อมนำมาสู่ความขัดแย้งได้นะครับ อาจจะแตกต่างกันตรงที่ระดับของความมากน้อยครับ...
แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือมุมมองที่มีต่อความขัดแย้งนะครับ หากเรามองมันอย่างสร้างสรรค์ เราย่อมใช้มันเพื่อก่อให้เกิดประโยชน์ได้ครับผม...
การคิด แบบนามธรรม จะก่อให้เกิดปัญหา่ความขัดแย้งหรือไม่ นั้น ขึ้น ของกรอบ
แนวคิด หรือวิธีวิทยาในการพิสูจน์ความจริง วิธีวิทยา ในการพิสูจน์ ความจริงใน
ข้อนี้ สามารถจำแนกได้หลายแนวทาง ผมขอยกตัวอย่าง 3 แนวทางได้แก่ 1 วิธี
เชิงปริมาณ 2 วิธีเชิงคุณภาพ 3 วิธีคิดแบบ post modern วิธีเชิงปริมาณ การคิด
แบบ เชิงปริมาณ จะคิด คำนวณ โดยมีการนิยามต่างๆ ใน ตัวแปร ที่เกี่ยวข้อง ทั้ง
หมด แล้ว นำ มากำหนด ความสัมพันธ์ของตัวแปร โดยมัการพิสูจน์ด้วยแบบ
จำลองทางคณิตศาสตร์ วิธีนี้ ค่อนข้างตรงไป ตรงมา แต่ก็อาจเกิดความลำเอียง
ในการกำหนดตัวแปร และความสัมพันธ์ทางคณิตศาสตร์บ้าง วิธีเชิงคุณภาพ จะ
เลือกเคส ที่มี ความอิ่มตัวของข้อมูล มา วิเคราะห์ ข้อมูล ตามวิธีวิทยาที่เลือกใช้
และเลือกเอา แนวคิด ทษฎี ต่างๆ มาอธิบาย สนับสนุน สิ่งที่เกิดขึ้น วิธีแบบ post
modern จะมีการถกเถียง หาที่มา ของแนวคิดต่างๆ วิพากษ์ ที่มา วิธีคิด โดยไม่
เน้นถูกผิด จะเห็นว่า วิธี ทั้งสามแบบ สามารถ ก่อให้เกิด ความขัดแย้งได้ ไม่มาก
ก็น้อย แต่ถ้า ยึก หลักธรรม แล้ว ปล่อย โดยให้ หลักการ สิ่งทั้งหลาย ทั้งปวง ไม่
ควร ยึดมั่น ถือ มั่น ถ้าคิดแบบนี้ ความขัดแย้ง จริงๆ ย่อมไม่มีครับ
อรุณสวัสดิ์ตื่นได้แล้วค่ะ สาวสวยฮ่าๆๆๆ วันนี้หนุ่ย(ชื่อเล่นจริงๆของ Ninaค่ะ)นั้นมีภาระกิจรับคำสั่งไปคุมสอบต่างโรงเรียนเลยตื่นแต่เช้ามานั่งอ่านคู่มือคุมสอบทักษะคณิตศาสตร์และการอ่าน คิดถึงเลยแวะมาทักทายค่ะ
ขัดแย้งที่ความคิด ไม่ผิด เพราะคิดได้ต่างกัน
ความคิด ปรับเปลี่ยนได้ด้วยทัศนคติ
...
นามธรรม หากทำได้ในรูปธรรม ความคิดตามจะเห็นผล
ยังไงเสียทั้งสองก็ต้องอาศัยกันขอรับอาจารย์
เห็นด้วยครับ ความคิดนามธรรมนำไปสู่การขัดแย้ง
ที่เห็นด้วย ตอบจากประสบการณ์จริงครับ ที่ผ่านมา การขัดแบ้งมักจะเกิดจากความคิดนามธรรม ครับ
อาจเป็นไปได้ว่า นามธรรม คือ ความคิดเห็น แต่รูปธรรม คือ ข้อมูล
สวัสดีค่ะ
นามธรรมมักมีความขัดแย้ง เพราะหาข้อพิสูจน์ที่เป็นตัวเป็นๆมาให้เห็นไม่ได้ และเปลี่ยนแปรไปตามความเชื่อในสังคม
เช่นความเชื่อทางศาสนา ทุกศาสนามีบทบัญญัติให้คนอยู่ร่วมกันอย่างสงบ
แต่ถ้ามาถกกันว่าพระเจ้าของฉันดีที่สุด
คงได้ตีกันตายค่ะ
ในความเห็นส่วนตัว...ความคิดเชิงนามธรรม เป็นกรอบเเนวทางหรือความเชื่อเชิงปรัชญาที่จะเป็นจุดตั้งต้นในการตั้งคำถาม เพื่อหาคำตอบ หรือความจริง ดังนั้นการที่เราจะค้นหาคำตอบที่เป็นจริงต้องใช้กระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์หรือความคิดเชิงรูปธรรมเพื่อค้นหาความรู้ ความจริง นั้นๆ ในสมัยโบราณมนุษย์เองก็มีการใช้ความคิดเชิงนามธรรมในการอธิบายปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติหรือปรากฎการณ์ทางสังคม มาก่อน นักคิดนักวิทยาศาสตร์ นักวิจัย หรือกูรูที่สนใจจะหาคำอธิบาย ความเชื่อหรือนามธรรมนั้นก็มีหน้าที่ในการค้นหาความรู้ความจริงมาอธิบาย พิสูจน์สิ่งที่เป็นนามธรรมเหล่านั้น...