วันแรกของเปิดภาคเรียนที่ ๒  วันศุกร์ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๒  หลังจากที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว   ผู้อำนวยการโรงเรียน เพื่อนครูต่างใบหน้าเปื้อนยิ้มกันทุกคน  นักเรียนมาโรงเรียนไม่ครบทุกชั้นเรียน  เพราะบางส่วนเจ็บป่วยเนื่องจากอากาศที่อำเภอนครไทย  ค่อนข้างเย็นลงแล้ว 

          วันนี้ได้รับหนังสือ ๒ เล่มจากอาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์  เล่มแรก "แพทย์กับครูปัจจัยวิกฤติของสังคมไทย"โดย..อมเรศ ศิราอ่อน  และ"วิถีประชาศึกษา" โดย..ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์  เพียงได้เห็นหน้าซองก็รู้สึกดีใจมาก  ได้กราบซองหนังสือก่อนเปิดถือว่า"เป็นของขวัญวันเปิดภาคเรียน" เพื่อนครูที่นั่งข้าง ๆ ไม่ได้ถามไถ่ว่าฉันกราบอะไร  เธอก็มากราบตามไปด้วย  เมื่อเธอให้ความสำคัญกับเรื่องของฉัน  จึงเล่าความเป็นมาให้เธอฟัง  เธอจึงขอดูและบอกว่าของยืมหนังสืออ่านต่อนะ  แม้ว่าฉันจะอนุญาตให้เธอนำไปอ่านก่อนแต่เธอปฏิเสธยินดีจะอ่านทีหลัง 

           ก่อนอื่นได้เปิดดูคร่าว ๆ ว่าในเล่มมีอะไรบ้าง  แล้วฉันจึงรีบอ่านเรื่อง"แพทย์กับครูปัจจัยวิกฤติของสังคมไทย"  อ่านจบแล้วจะต้องนำไปถ่ายเอกสาร  ส่งให้เพื่อน ๆ ..."แต่การที่อยู่ในอาชีพที่มีศักดิ์ศรี  ก็มีหน้าที่และความรับผิดชอบที่จะต้องช่วยกันผนึกกำลังกันรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของอาชีพเอาไว้ให้ดี  อย่าปล่อยให้อำนาจนอกระบบเข้ามาก้าวก่ายหลักการและระบบคุณธรรม ..."  จบด้วยจรรยาบรรณและวินัยตามระเบียบประเพณีครู 

         สำหรับ "วิถีประชาศึกษา" เป็นเรื่องสั้น ๕๐ เรื่องที่อาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์  ได้เขียนขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๔๙ ถึง พ.ศ. ๒๕๕๒  ตอนแรกฉันเลือกอ่านเป็นเรื่อง ๆ ภายหลังกลับมาอ่านเรียงหน้าอีกครั้งหนึ่ง บางเรื่องอ่านจบแล้วได้ย้อนกลับไปอ่านอีก  เพื่ออยากจะซึมซับความรู้สึกนั้นไว้ด้วยความอิ่มของการอ่าน 

        หากเยาวชนและวัยเริ่มทำงานได้อ่านจะทำให้มีความภาคภูมิใจและทำตัวเองให้มีคุณค่าในฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสังคม  มองเห็นคุณค่าจากพลังของความเป็นชุมชนและความหลากหลายชีวิตที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขในสังคม  

         สาระของวิถีประชาไทยทุกเรื่อง  เป็นการสร้างปัญญาให้เกิดแนวคิดว่าการให้ความสำคัญต่อมิติเชิงคุณค่า เครื่องมือ วิธีการและมรรควิถี  ถือว่ามีความหมายและเป็นเรื่องสำคัญของการทำให้สังคมเป็นสุข  และคนหรือชุมชนจึงเป็นเป้าหมายและปัจจัยในการแก้ปัญหาที่สำคัญที่สุด  "คนเล็ก ๆ เพียง ๑ คนมีคุณค่าและความหมายต่อสังคมมหาศาล หากคิดและลงมือทำ"

       กราบขอบพระคุณอาจารย์ ดร.วิรัตน์ คำศรีจันทร์ มา ณ โอกาสนี้เป็นอย่างสูง ที่คุณค่าของหนังสือที่ท่านได้กรุณามอบให้  มีความหมายต่อดิฉัน  ทำให้ความคิดที่จะทำและได้ทำมาบ้างแล้วได้ต่อยอดออกไปในทิศทางที่เกิดการพัฒนาอย่างมั่นใจ  และมีคุณค่าต่อคนอ่านอีกหลายคนที่จะอ่านต่อไป