อากาศเย็นสบายของเมืองเชียงราย เมื่อคราสายลมหนาวที่เพิ่งเดินทางมาถึงไม่นานก่อนหน้านี้ ทำให้บรรยากาศสบายมากยิ่งขึ้น ปลายฝนต้นหนาวที่เมืองเหนือ นอกจากป่าเขียวขจี สวยสดแล้ว หมอกฝนปนหมอกหนาวยังกรุ่นเย็น โอบล้อมขุนเขาใหญ่น้อย นี่คือธรรมชาติยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์ของป่าเหนือ
ทางพี่ชายของผม เตรียมรถจักรยานพร้อมกับไกด์กิติมศักดิ์นัดปั่นจักรยานในตอนเช้าวันนี้ ไกด์ที่ผมพูดถึงคือ ท่านผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านโป่งสลี ที่ผมมาพักนั่นเองครับ
เช้าจัดๆ ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น พร้อมกับเสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วเซ่งแซ่ บรรยากาศยามเช้าสดชื่นอย่างมาก จากที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ผมมองชะโงกออกนอกหน้าต่างเห็นป่าใหญ่ ครึ้มเขียว ถนนเส้นเล็กทอดยาวหายเข้าไปตัวป่า ผมรีบเปลี่ยนชุดวิ่งออกกำลังกายแล้ววิ่งหายลับเข้าไปในป่า ต้นใม้สูงใหญ่ และป่าอนุรักษ์ของชุมชน กว่าครึ่งชั่วโมงผมกลับออกมาด้วยเหงื่อชุ่มกาย ความหลากหลายในผืนป่าที่ไม่ไกลบ้านทำให้การวิ่งของผมตอนเช้าวันนี้เพลิดเพลินเป็นอย่างมาก
กลับมาพักเหนื่อยได้ครู่ใหญ่ ...ไกด์ของผม (พ่อผู้ใหญ่บ้าน) ท่านก็มาถึง พร้อมชุดปั่นจักรยานเตรียมพร้อม เราได้จักรยานคนละคัน (ผู้ใหญ่บ้าน,พี่ปิยวุฒิและผม) ผู้ใหญ่พาผมปั่นจักรยานลัดเลาะเส้นทางเดิม แต่ไกลกว่าเดิม

ถนนเล็กๆ หายเข้าไปในผืนป่าใหญ่

ไกด์อธิบายไปตลอดเส้นทาง
ในระหว่างทางผู้ใหญ่ได้อธิบายสภาพภูมิศาสตร์ ต้นหมากรากไม้ ในมุมของคนท้องถิ่น พร้อมกับชี้ชวนดูต้นไม้หลายต้นที่ผมไม่คุ้นชิน อากาศเย็นสบายกลางป่าเช่นนี้ ไม่ทำให้ผมเหนื่อยเลย ตรงกันข้ามผมกลับตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อเราปั่นเข้าไปในดงป่าที่ผืนใหญ่กว่า ๗๐๐ ไร่
เส้นทางปั่นจักรยานเราลัดเลาะไปตามราวป่า บางช่วงก็เป็นเส้นทางเล็ก สูงชัน บางช่วงก็ราบโล่ง ตลอดเส้นทางเห็นสมุนไพรหลากชนิด ผู้ใหญ่พยายามอธิบายสิ่งต่างๆให้ผมฟังตามที่เห็น เป็นสาระที่เราเก็บเกี่ยวได้ตลอดเส้นทาง
ระยะทางปั่นจักรยานเช้านี้ ผมมีโอกาสได้เห็นแม่น้ำสามสายของเชียงรายด้วยกัน คือ แม่น้ำลาว ที่ไหลมาจากดอยนางแก้ว และแม่น้ำแม่กรณ์ ไหลมาจาก ขุนแม่กรณ์ และแม่น้ำกวง ทั้งสามสายเป็นสายเลือดของคนท้องถิ่นที่นี่ สายน้ำสีโอวัลติลในช่วงปลายฝน แสดงให้เห็นความสมบูรณ์ของป่าที่เป็นแหล่งกำเนิดสายน้ำ อย่างน้อยป่าเหล่านั้นก็กักเก็บน้ำฝนไว้ ค่อยๆระบายออกมาสู่ธารน้ำธรรมชาติอย่างสมดุล แต่ก็ยังมีสีขุ่นคลั่กอันเกิดจากการชะล้างของฝนผ่านป่า ซึ่งเป็นธรรมชาติของฝนในป่าเหนือที่เราคุ้นตากันดี

น้ำแม่ลาว สายเลือดใหญ่ของชุมชน

พ่อผู้ใหญ่กับ ผู้พันปิยวุฒิ
ผู้พันปิยวุฒิ บอกผมว่าหมู่บ้านนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงวิถีอาชีพเกษตรกรที่นี่ก็หลากหลายด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีหมู่บ้านที่ปั้นดินเป็นอาชีพ ชีวิตของคนริมน้ำ มีเรื่องราวที่น่าสนใจก็เยอะ
พืชพันธุ์ที่นี่เท่าที่ผมสังเกตก็มี ข้าว โดยเฉพาะข้าวนี่มีหลากหลายพันธุ์ ผู้ใหญ่เล่าว่า ช่วงหลังมีข้าวที่ชาวบ้านนำมาทดลองปลุกหลายพันธุ์ และก็ให้ผลผลิตที่แตกต่างกันไป การเลือกพันธุ์ข้าวก็ขึ้นอยู่การตัดสินใจของชาวนาที่นี่ว่าจะทำนาขายข้าว หรือ ทำนาไว้บริโภคในครัวเรือน ข้าวที่จะขายใช้วิธีการเก็บเกี่ยวโดยรถเกี่ยวข้าว ข้าวทั้งหมดถูกส่งเข้าไปอบในไซโลเพื่อเตรียมพร้อมการจำหน่าย นี่เป็นวิถีชาวนาที่เปลี่ยนไปในช่วงหลัง ในขณะที่ข้าวเกี่ยวมือเป็นเป็นข้าวที่ชาวบ้านบริโภคกันในครัวเรือน ส่วนหนึ่งก็เป็นข้าวเหนียวนึ่ง ที่เป็นข้าวที่ชาวเหนือนิยมรับประทาน หากเราปั่นจักรยานผ่านท้องนา ข้าวต่างชนิดกันก็เห็นความแตกต่างของต้นข้าว ความสูง หรือแม้กระทั่งสีของต้นข้าว พร้อมกับคำอธิบายดีๆจากพ่อผู้ใหญ่

เส้นทางลูกรัง...ผ่านท้องทุ่ง

บางช่วงถนนปั่นจักรยาน เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างชุมชน

ทุ่งนาเขียวขจี
ลำน้ำชลประทานที่โอบกอดลานท้องนา ให้ความอุดมสมบูรณ์เต็มพื้นที่ ป่าไม้ยางพารา พืชเข้ามาใหม่ เรียงรายตามราวป่าทิศตะวันตกอย่างเป็นระเบียบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่แทรกอยู่ตามทุ่งนา พื้นที่โล่งที่มีดอกสีเหลืองๆแซมนั่นคือ สวนฟักทอง
ผู้ใหญ่บอกผมว่า เราจะปั่นไปที่นู้น!!!!
แกชี้ไปทางป่าทิศใต้ ผมกะระยะทางด้วยสายตาแล้วระยะทางไม่น่าจะต่ำกว่า ๕ กม. หากเราเดินทางออกจากจุดที่เราอยู่ พ่อผู้ใหญ่บอกว่า ตรงนั้นเป็นป่าชุมชนของหมู่บ้านพ่อเอง มีพื้นที่ราว ๒๐ ไร่ ที่ถือว่าเป็นซุปเปอร์มาเก็ตของชุมชนเลยทีเดียว ฤดูกาลที่เห็ดขึ้น ที่นี่ก็มีเห็ดก็ขึ้นหลากหลายชนิดเต็มป่า ช่วงที่มีหน่อไม้ชาวบ้านก็ไปเก็บหน่อไม้กินกัน เลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้าน เราปั่นจักรยานเลียบเลาะป่าใหญ่ของชุมชนที่พ่อผู้ใหญ่ภูมิใจนำเสนอ
โน้น...!!! พ่อผู้ใหญ่ชี้ให้ดูต้นมะกอกป่าที่ออกผลดกเต็มต้น แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าผืนนี้

มะกอกป่าที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้า

เเนวป่าชุมชน อีกฟากเป็นท้องนา
ปั่นจักรยานผ่านผู้คนต่างก็ทักทาย ยิ้มแย้มโบกไม้โบกมือให้ อัธยาศัยของคนพื้นถิ่นเมืองเหนือน่ารักและเป็นกันเองอย่างมาก ความรื่นรมย์ของผมนอกจากเราเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆผ่านธรรมชาติแล้ว ยังเชื่อมกับความเอื้ออารีของคนท้องถิ่นเป็นเสน่ห์ที่กลมกลืนกันเป็นอย่างดี
เส้นทางปั่นจักรยานเช้านี้ ทำให้ผมคิดถึง รูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Beesd tourism)โดยใช้ทุนที่มีอยู่ของชุมชน สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยว โดยอาจจัดให้มี Route ปั่นจักรยานชมความสมบูรณ์ของผืนป่าอย่างที่ผมทำอยู่วันนี้ และ จุดเรียนรู้ที่ชุมชนทำอาชีพเกษตรกร ทั้งไม้ผลและพืชผัก รวมไปถึงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านภูมิศาสตร์ของชุมชนที่ Route จักรยานผ่านเรื่องเล่าอย่างนี้มีเสน่ห์อย่างมาก นอกจากจะช่วยให้ชุมชนเกิดรายได้แล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดการรู้ตัวเองผ่านเรื่องเล่าที่ไกด์ท้องถิ่น(Local guide)จะสืบค้นเพื่อเล่าเรื่องให้ผู้มาเยือนฟัง คุณค่าที่เกิดขึ้น จะเกิดทั้งในตัวชุมชนเอง และ ผู้มาเยือนก็จะสัมผัสได้ถึงเรื่องราวผ่านสถานที่จริง
หรือการจัดทริปการท่องเที่ยวเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเยาวชน ผ่านผืนป่าของโป่งสลี ความหลากหลายของป่าที่นี่ น่าจะจัดได้ว่าเป็นการบูรณาการความรู้ของเด็กๆได้ดีมาก ผ่านกิจกรรมการท่องป่าโดยใช้วิธีเดินป่าก็ได้ ปั่นจักรยานก็ดี เข้าค่ายธรรมชาติก็เป็นแนวคิดที่ดี น่าสนใจ
จากประสบการณ์การทำงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community based tourism)ที่แม่ฮ่องสอน ทำให้ผมประมวลได้โดยคร่าวๆ พอเห็นภาพว่า หากการจัดการนี้ชุมชนลองตั้งโจทย์และลองทำดู ก็เป็นประเด็นน่าสนใจ อีกทั้งชุมชนที่ผมปั่นจักรยานนี้ อยู่ห่างจากวัดร่องขุ่นเพียงสามกิโลเมตร
ปั่นจักรยานเช้านี้ระยะทางกว่า ๑๒ กิโลเมตร นี้นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้สาระความคิดผ่านจากสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็นทุนของชุมชนที่มากมาย น่าหวงแหนและอนุรักษ์ เป็นต้นทุนในการสร้างอาชีพใหม่ๆให้เกิดขึ้นในชุมชน ลดการเดินทางเข้าไปในแออัดอยู่ในเมืองหลวงเพื่อหางานทำ นอกจากไปเป็นลูกจ้างในป่าคอนกรีตรับเงินรายเดือนที่ไม่ค่อยจะพอกินแล้ว คุณภาพชีวิตในเมืองหลวงเมื่อเทียบกับที่บ้านโป่งสลีแล้ว หน้ามือเป็นหลังมือ...
ชมภาพทั้งหมด
16 photos
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
๒๓ ตค.๕๒
เชียงราย
















วิถีชุมชนที่น่าศึกษานะคะ ได้ออกกำลังกาย ได้สาระ
สวัสดีค่ะคุณเอก
ธรรมชาติ สวยงาม เพราะเราสร้างได้...
ถ้าทุกพื้นที่มีแบบนี้ โลกเราคงจะไม่ร้อนนะคะ
ช่วยกันปลูกป่าเยอะ ๆ ค่ะ
..แล้วมาปั่นจักรยานที่อุดรนะคะ..จะขี่มอไซด์ตาม ..555
พี่ไก่ ประกาย~natachoei ที่~natadee
อีกสองวันผมจะเดินทางไปพัทลุงไปศึกษาวิถีของเงาะป่า ซาไก เป็นความฝันของผมอย่างหนึ่งว่า สักวันหนึ่งผมจะต้องไปเดินป่าที่่เทือกเขาบรรทัดให้ได้ และเวลานั้นใกล้เข้ามาเเล้วครับ อีกวันสองวัน...
เป็นวิถีชุมชนอีกแห่งที่ผมสนใจ
พี่สีตะวัน ครับ
ผมเคยไปปั่นจักรยานที่หลวงพระบาง ได้บรรยากาศไม่เเพ้กันครับ คิดว่าหากได้ไปปั่นที่อุดรในกลางเดือนหน้า คงได้ประสบการณ์ที่แปลกใหม่
ฝากเนื้อฝากตัวล่วงหน้านะครับ
เเวะมาเเอ่วเจียงฮายโตยนะเจ้า เมืองสงบน่าอยู่ธรรมชาติงามเเต๊ๆ เคยไป1 ครั้งประทับใจมาก
น่าสนใจมากกับการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน...หากมีใครสานต่อคงเป็นโอกาสที่ดีของคนในชุมชนเอง คุณเอกบันทึกเรื่องราวได้ดีเยี่ยมป้าเหมียวปลี้มจริงๆ
พี่เอก..
โล่งอก....นึกว่าพี่เอกตกเครื่องเพราะเดย์จองตั๋วให้ผิด 555
ยังจำ booking no. ได้อยู่เลยครับพี่ ^^
ไปนั่งกินข้าวมองทุ่งนาเขียวๆนี้คงแซบคักๆเนาะ ^_^ เห็นภาพเขียวๆแล้วชีวิตเย็นช่ำขึ้นทันทีเลย
ปั่น 12 กิโลนี้จิ๊ปๆสำหรับพี่เอกเลยใช่ม๊า เฮอะๆ
ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่า า า...^_^
อุดรไม่มีป่าชุมชน
มีแต่ธรรมชาติสร้างได้ค่ะ
ปั่นจักรยานรอบสวนสาธารณะหนองประจักษ์...ต้องลองนะคะ
พาเที่ยวอย่างเดียว สาระหาเอาเองค่ะ..อิ อิ
ยินดีต้อนรับนะเจ๊า..
คุณกุ้งนาง สุธีรา ปีนี้ผมมาที่เชียงรายหลายรอบมากครับ ไม่ต่ำกว่า ๖ ครั้ง โดยเฉลี่ย ๒ เดือนต่อครั้ง มากกว่ากลับบ้านผมเสียอีกครับ มาทีไรก็ประทับใจครับ
ป้าเหมียวครับ
บางทีก็เป็นมุมมองเก่าที่ผมเคยทำงานประเด็นเหล่านี้มา คิดไปแล้วก็ไม่ค่อยดีครับ ในฐานะนักวิชาการที่คิดไปก่อน มีเเนวโน้ม Bias สูงครับ :) เห็น ต้นทุน เห็นองค์ประกอบ ก็เลยคิดว่า หากเราใช้กระบวนการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์น่าจะเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจระดับชุมชน และ กระบวนการเรียนรู้พร้อมกันไปด้วย
น้องพิชชา
ผมคุยกับพ่อผู้ใหญ่ ว่าขนาดผมเป็นคนบ้านนอก มาเห็นนานๆครั้งก็ตื่นเต้นมีความสุข นี่ถ้าเป็นคน ในเมืองหลวง เขาได้มาสัมผัส เขาจะสุขใจขนาดไหนไม่รู้เหมือนกันนะครับ
ว่างๆทำงานเสร็จ ผมก็มักรอนแรมเดินทางไกลเสมอๆครับ
น้องอะเดย์ครับ
ด้วยความตื่นเต้นครับ ที่เราปั่น จักรยานในป่าใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าทำให้คลายเหนื่อย อากาศที่เชียงรายก็เย็นสบายด้วยครับ จริงๆเเล้วน่าจะปั่นเกิน ๑๒ กม.นะครับ หากรวมที่เราย้อนกลับมาด้วย
ขอบคุณน้องเดย์ครับ สำหรับ booking แบบทันอกทันใจ เที่ยวนี้ผมเดินทางแบบด่วนๆ เลยทำให้ต้องรีบไปรีบกลับ แต่ก็นอนที่เชียงรายสองคืน พรุ่งนี้กลับ กทม. flight เช้าๆ มาถึง กทม. ยังทันทำงานอยู่ครับ :)
เดย์สบายดีนะครับ...เตรียมตัว เตรียมใจ สำหรับงานวิวาห์ที่จะถึงอีกไม่นานนี้นะครับผม :)
ขอบคุณมากครับ พี่สีตะวัน ผมคิดว่าจะไปอุดรล่วงหน้าก่อนสักวันสองวันครับ ไปช่วยเดย์ขนโต๊ะ ขนเตียงครับ :)
น้องโย่งครับ
บรรยากาศบ้านนอกเรา สดชื่น เสมอๆครับ
ดังนั้นเเล้ว...กลับบ้านกันเถอะครับ
*-* สวัสดีค่ะ คุณเอก(สุดหล่อ)
คนหล่อ ทำงานเก่ง แถม ถ่ายรูปได้ดีอีกด้วย
ตามอ่านมาเรื่อยๆ ชอบรูปที่นำมาโพสไว้ค่ะ สวยๆทั้งนั้น
ขอยืมไปใช้บ้างนะคะ
สวัสดีค่ะ
ดูร่มรื่น สดชื่นดีจังค่ะ
สวัสดีจ้า น้องเอก
คุณนู๋ฏวง
ยินดีครับ รูปภาพนำไปใช้ได้ครับ
สวัสดีครับ คุณณัฐรดา
ป่าปลายฝนต้นหนาวนะครับ ดูไปทางไหนก็สดชื่น เขียวขจีครับผม
สวัสดีครับ พี่เหมียวณัฐพัชร์
งานนี้ต้องเตรียมความพร้อมร่างกายครับ ผมมีทริปเดินป่าอีกไม่กี่วันครับ
ส่วนปั่น จักรยานที่ปาย มีหลายรูปแบบครับ แบบระยะสั้น ยาว และ วงรอบใหญ่ มีเนินเขาบ้างพอให้เหนื่อยครับ..
มีโอกาสไปเที่ยวอีกนะครับ