ปั่นจักรยานเช้านี้ระยะทางกว่า ๑๒ กิโลเมตร นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้สาระความคิดผ่านจากสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็นทุนของชุมชนที่มากมาย น่าหวงแหนและอนุรักษ์ เป็นต้นทุนในการสร้างอาชีพใหม่ๆให้เกิดขึ้นในชุมชน ลดการเดินทางเข้าไปในแออัดอยู่ในเมืองหลวงเพื่อหางานทำ นอกจากไปเป็นลูกจ้างในป่าคอนกรีตรับเงินรายเดือนที่ไม่ค่อยจะพอกินแล้ว คุณภาพชีวิตในเมืองหลวง เมื่อเทียบกับที่บ้านโป่งสลีแล้ว หน้ามือเป็นหลังมือ

อากาศเย็นสบายของเมืองเชียงราย เมื่อคราสายลมหนาวที่เพิ่งเดินทางมาถึงไม่นานก่อนหน้านี้ ทำให้บรรยากาศสบายมากยิ่งขึ้น ปลายฝนต้นหนาวที่เมืองเหนือ นอกจากป่าเขียวขจี สวยสดแล้ว หมอกฝนปนหมอกหนาวยังกรุ่นเย็น โอบล้อมขุนเขาใหญ่น้อย นี่คือธรรมชาติยิ่งใหญ่ที่สร้างสรรค์ของป่าเหนือ

ทางพี่ชายของผม เตรียมรถจักรยานพร้อมกับไกด์กิติมศักดิ์นัดปั่นจักรยานในตอนเช้าวันนี้ ไกด์ที่ผมพูดถึงคือ ท่านผู้ใหญ่บ้านของหมู่บ้านโป่งสลี ที่ผมมาพักนั่นเองครับ

เช้าจัดๆ ผมตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น พร้อมกับเสียงไก่ขันเจื้อยแจ้วเซ่งแซ่ บรรยากาศยามเช้าสดชื่นอย่างมาก จากที่ร่างกายได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่ ผมมองชะโงกออกนอกหน้าต่างเห็นป่าใหญ่ ครึ้มเขียว  ถนนเส้นเล็กทอดยาวหายเข้าไปตัวป่า ผมรีบเปลี่ยนชุดวิ่งออกกำลังกายแล้ววิ่งหายลับเข้าไปในป่า ต้นใม้สูงใหญ่ และป่าอนุรักษ์ของชุมชน กว่าครึ่งชั่วโมงผมกลับออกมาด้วยเหงื่อชุ่มกาย ความหลากหลายในผืนป่าที่ไม่ไกลบ้านทำให้การวิ่งของผมตอนเช้าวันนี้เพลิดเพลินเป็นอย่างมาก

กลับมาพักเหนื่อยได้ครู่ใหญ่ ...ไกด์ของผม (พ่อผู้ใหญ่บ้าน) ท่านก็มาถึง พร้อมชุดปั่นจักรยานเตรียมพร้อม เราได้จักรยานคนละคัน (ผู้ใหญ่บ้าน,พี่ปิยวุฒิและผม)  ผู้ใหญ่พาผมปั่นจักรยานลัดเลาะเส้นทางเดิม แต่ไกลกว่าเดิม

ถนนเล็กๆ หายเข้าไปในผืนป่าใหญ่

ไกด์อธิบายไปตลอดเส้นทาง

 

ในระหว่างทางผู้ใหญ่ได้อธิบายสภาพภูมิศาสตร์ ต้นหมากรากไม้ ในมุมของคนท้องถิ่น พร้อมกับชี้ชวนดูต้นไม้หลายต้นที่ผมไม่คุ้นชิน  อากาศเย็นสบายกลางป่าเช่นนี้ ไม่ทำให้ผมเหนื่อยเลย ตรงกันข้ามผมกลับตื่นเต้นมากขึ้นเมื่อเราปั่นเข้าไปในดงป่าที่ผืนใหญ่กว่า ๗๐๐ ไร่

เส้นทางปั่นจักรยานเราลัดเลาะไปตามราวป่า บางช่วงก็เป็นเส้นทางเล็ก สูงชัน บางช่วงก็ราบโล่ง ตลอดเส้นทางเห็นสมุนไพรหลากชนิด ผู้ใหญ่พยายามอธิบายสิ่งต่างๆให้ผมฟังตามที่เห็น เป็นสาระที่เราเก็บเกี่ยวได้ตลอดเส้นทาง

ระยะทางปั่นจักรยานเช้านี้ ผมมีโอกาสได้เห็นแม่น้ำสามสายของเชียงรายด้วยกัน คือ แม่น้ำลาว ที่ไหลมาจากดอยนางแก้ว และแม่น้ำแม่กรณ์ ไหลมาจาก ขุนแม่กรณ์ และแม่น้ำกวง ทั้งสามสายเป็นสายเลือดของคนท้องถิ่นที่นี่  สายน้ำสีโอวัลติลในช่วงปลายฝน แสดงให้เห็นความสมบูรณ์ของป่าที่เป็นแหล่งกำเนิดสายน้ำ อย่างน้อยป่าเหล่านั้นก็กักเก็บน้ำฝนไว้ ค่อยๆระบายออกมาสู่ธารน้ำธรรมชาติอย่างสมดุล แต่ก็ยังมีสีขุ่นคลั่กอันเกิดจากการชะล้างของฝนผ่านป่า ซึ่งเป็นธรรมชาติของฝนในป่าเหนือที่เราคุ้นตากันดี

น้ำแม่ลาว สายเลือดใหญ่ของชุมชน

พ่อผู้ใหญ่กับ ผู้พันปิยวุฒิ

 

ผู้พันปิยวุฒิ บอกผมว่าหมู่บ้านนี้มีประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงวิถีอาชีพเกษตรกรที่นี่ก็หลากหลายด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังมีหมู่บ้านที่ปั้นดินเป็นอาชีพ ชีวิตของคนริมน้ำ มีเรื่องราวที่น่าสนใจก็เยอะ

พืชพันธุ์ที่นี่เท่าที่ผมสังเกตก็มี ข้าว โดยเฉพาะข้าวนี่มีหลากหลายพันธุ์ ผู้ใหญ่เล่าว่า ช่วงหลังมีข้าวที่ชาวบ้านนำมาทดลองปลุกหลายพันธุ์ และก็ให้ผลผลิตที่แตกต่างกันไป  การเลือกพันธุ์ข้าวก็ขึ้นอยู่การตัดสินใจของชาวนาที่นี่ว่าจะทำนาขายข้าว หรือ ทำนาไว้บริโภคในครัวเรือน ข้าวที่จะขายใช้วิธีการเก็บเกี่ยวโดยรถเกี่ยวข้าว ข้าวทั้งหมดถูกส่งเข้าไปอบในไซโลเพื่อเตรียมพร้อมการจำหน่าย นี่เป็นวิถีชาวนาที่เปลี่ยนไปในช่วงหลัง ในขณะที่ข้าวเกี่ยวมือเป็นเป็นข้าวที่ชาวบ้านบริโภคกันในครัวเรือน ส่วนหนึ่งก็เป็นข้าวเหนียวนึ่ง ที่เป็นข้าวที่ชาวเหนือนิยมรับประทาน หากเราปั่นจักรยานผ่านท้องนา ข้าวต่างชนิดกันก็เห็นความแตกต่างของต้นข้าว ความสูง หรือแม้กระทั่งสีของต้นข้าว พร้อมกับคำอธิบายดีๆจากพ่อผู้ใหญ่

เส้นทางลูกรัง...ผ่านท้องทุ่ง

 

บางช่วงถนนปั่นจักรยาน เป็นเส้นทางสัญจรระหว่างชุมชน

ทุ่งนาเขียวขจี

ลำน้ำชลประทานที่โอบกอดลานท้องนา ให้ความอุดมสมบูรณ์เต็มพื้นที่ ป่าไม้ยางพารา พืชเข้ามาใหม่ เรียงรายตามราวป่าทิศตะวันตกอย่างเป็นระเบียบ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่แทรกอยู่ตามทุ่งนา พื้นที่โล่งที่มีดอกสีเหลืองๆแซมนั่นคือ สวนฟักทอง

ผู้ใหญ่บอกผมว่า เราจะปั่นไปที่นู้น!!!! 

แกชี้ไปทางป่าทิศใต้ ผมกะระยะทางด้วยสายตาแล้วระยะทางไม่น่าจะต่ำกว่า ๕ กม. หากเราเดินทางออกจากจุดที่เราอยู่  พ่อผู้ใหญ่บอกว่า ตรงนั้นเป็นป่าชุมชนของหมู่บ้านพ่อเอง มีพื้นที่ราว ๒๐ ไร่ ที่ถือว่าเป็นซุปเปอร์มาเก็ตของชุมชนเลยทีเดียว ฤดูกาลที่เห็ดขึ้น ที่นี่ก็มีเห็ดก็ขึ้นหลากหลายชนิดเต็มป่า ช่วงที่มีหน่อไม้ชาวบ้านก็ไปเก็บหน่อไม้กินกัน เลี้ยงคนได้ทั้งหมู่บ้าน เราปั่นจักรยานเลียบเลาะป่าใหญ่ของชุมชนที่พ่อผู้ใหญ่ภูมิใจนำเสนอ

โน้น...!!! พ่อผู้ใหญ่ชี้ให้ดูต้นมะกอกป่าที่ออกผลดกเต็มต้น แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่าผืนนี้

มะกอกป่าที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้า

เเนวป่าชุมชน อีกฟากเป็นท้องนา

 

ปั่นจักรยานผ่านผู้คนต่างก็ทักทาย ยิ้มแย้มโบกไม้โบกมือให้ อัธยาศัยของคนพื้นถิ่นเมืองเหนือน่ารักและเป็นกันเองอย่างมาก  ความรื่นรมย์ของผมนอกจากเราเคลื่อนที่ไปอย่างช้าๆผ่านธรรมชาติแล้ว ยังเชื่อมกับความเอื้ออารีของคนท้องถิ่นเป็นเสน่ห์ที่กลมกลืนกันเป็นอย่างดี

เส้นทางปั่นจักรยานเช้านี้ ทำให้ผมคิดถึง รูปแบบของการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community Beesd tourism)โดยใช้ทุนที่มีอยู่ของชุมชน สร้างกระบวนการเรียนรู้ผ่านการท่องเที่ยว โดยอาจจัดให้มี Route ปั่นจักรยานชมความสมบูรณ์ของผืนป่าอย่างที่ผมทำอยู่วันนี้ และ จุดเรียนรู้ที่ชุมชนทำอาชีพเกษตรกร ทั้งไม้ผลและพืชผัก รวมไปถึงการเรียนรู้ประวัติศาสตร์ผ่านภูมิศาสตร์ของชุมชนที่ Route จักรยานผ่านเรื่องเล่าอย่างนี้มีเสน่ห์อย่างมาก นอกจากจะช่วยให้ชุมชนเกิดรายได้แล้ว ยังส่งเสริมให้เกิดการรู้ตัวเองผ่านเรื่องเล่าที่ไกด์ท้องถิ่น(Local guide)จะสืบค้นเพื่อเล่าเรื่องให้ผู้มาเยือนฟัง คุณค่าที่เกิดขึ้น จะเกิดทั้งในตัวชุมชนเอง และ ผู้มาเยือนก็จะสัมผัสได้ถึงเรื่องราวผ่านสถานที่จริง

หรือการจัดทริปการท่องเที่ยวเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้ให้กับเยาวชน ผ่านผืนป่าของโป่งสลี ความหลากหลายของป่าที่นี่ น่าจะจัดได้ว่าเป็นการบูรณาการความรู้ของเด็กๆได้ดีมาก ผ่านกิจกรรมการท่องป่าโดยใช้วิธีเดินป่าก็ได้ ปั่นจักรยานก็ดี เข้าค่ายธรรมชาติก็เป็นแนวคิดที่ดี น่าสนใจ

จากประสบการณ์การทำงานวิจัยด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชน (Community based tourism)ที่แม่ฮ่องสอน ทำให้ผมประมวลได้โดยคร่าวๆ พอเห็นภาพว่า หากการจัดการนี้ชุมชนลองตั้งโจทย์และลองทำดู ก็เป็นประเด็นน่าสนใจ อีกทั้งชุมชนที่ผมปั่นจักรยานนี้ อยู่ห่างจากวัดร่องขุ่นเพียงสามกิโลเมตร

ปั่นจักรยานเช้านี้ระยะทางกว่า ๑๒ กิโลเมตร นี้นอกจากจะได้ออกกำลังกายแล้ว ยังได้สาระความคิดผ่านจากสิ่งที่เห็น สิ่งที่เป็นทุนของชุมชนที่มากมาย น่าหวงแหนและอนุรักษ์ เป็นต้นทุนในการสร้างอาชีพใหม่ๆให้เกิดขึ้นในชุมชน ลดการเดินทางเข้าไปในแออัดอยู่ในเมืองหลวงเพื่อหางานทำ นอกจากไปเป็นลูกจ้างในป่าคอนกรีตรับเงินรายเดือนที่ไม่ค่อยจะพอกินแล้ว คุณภาพชีวิตในเมืองหลวงเมื่อเทียบกับที่บ้านโป่งสลีแล้ว หน้ามือเป็นหลังมือ...


ชมภาพทั้งหมด

 16 photos

IMG_3545IMG_3558IMG_3548IMG_3553IMG_3570IMG_3569IMG_3556IMG_3555
IMG_3546IMG_3547IMG_3549IMG_3565IMG_3563IMG_3564IMG_3559IMG_3554

จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

๒๓ ตค.๕๒

เชียงราย