โครงการสร้างเสริมสุขภาพผ่านกระบวนการคุณภาพเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน SHA

 

"โง่ จน เจ็บ" เป็นวงจร ที่ยังคงเป็นปัญหาของประเทศไทย ผมอาจจะช่วยให้เขาไม่จน ไม่โง่ไม่ได้ แต่ผมจะทำให้เขาไม่เจ็บได้ครับ” นพ. ปริญญา นพเก้า  ท่านผอ.รพ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ เมืองเล็กๆแต่หัวใจของคนที่นี่เจริญงดงามมากเลยทีเดียวค่ะ ท่านผอ.กล่าวกับทีมงานที่ปรึกษาของเราที่เข้าไปร่วมเรียนรู้ในรพ.ปทุมราชวงศา “ถึงแม้เราจะอยู่โรงพยาบาลชุมชน ไม่มีศักยภาพเท่ากับรพ.ศูนย์ แต่เรามีคุณค่าในตัวของเราอยู่ เราสามารถดูแลคนไข้อย่างเต็มที่มีผลลัพธ์ก็ออกมาดีไม่แพ้กัน เพราะบางเรื่องรพ.ศูนย์ไม่สามารถดูแลได้เท่าเรา” ทีมที่ปรึกษาเราร่วมส่งสัญญาณแสดงความปิติ กับคำพูดสอง สามประโยคสั้นๆ ที่ลึกซึ้งกินใจ ภายใต้แววตาที่มุ่งมั่น ของท่านผอ.ท่านนี้

 

นอกจากท่านจะรักษาคนไข้ หายเจ็บแล้ว ท่านยังเป็นนักเขียนเรื่องราว การดูแลคนไข้ด้วยหัวใจของท่านและทีมงานออกมาได้อย่างงดงาม การที่ท่านสามารถเขียนเล่าได้อย่างลึกซึ้งละเอียดละอออย่างนี้ แสดงถึงความสามารถในการรับรู้ การฟัง ทั้งความรู้สึกของทุกคนที่เกี่ยวข้องและจดจำเหตุการณ์นั้นแป็นอย่างดีด้วยจึงจะสามารถถ่ายทอดออกมาให้เห็นภาพอย่างชัดเจน

ท่านบอกว่าเรื่องเล่าที่เป็นแรงบันดาลใจให้ผมและทีมงานในการทำงาน ตลอดจน สามารถนำมาใช้กับชีวิตประจำวันได้ด้วยคือ เรื่องของ”ประติหาน” ไม่ได้เขียนผิดแต่อย่างใดค่ะ แต่เป็นชื่อของเด็กชาย หน้าตาน่ารักคนหนึ่ง ที่ชีวิตเรื่องราวของเขาตั้งแต่ก่อนเกิดล้วนเป็นปาฏิหารย์ทั้งสิ้น  ลองไปอ่านเรื่องจากท่านผอ นพ. ปริญญา นพเก้า นะคะ

 

 

เรื่องของประติหาน

 

ประติหานเป็นชื่อของเด็กชายคนหนึ่งที่คลอดที่โรงพยาบาลผม  นัยว่าพ่อแม่ตั้งให้เพราะการลืมตาดูโลกของประติหานถือเป็นเรื่องมหัศจรรย์สำหรับครอบครัว ถ้าไปเปิดเวชระเบียนจะพบว่าตอนวันที่ประติหานจะลืมตาดูโลกนั้น แม่ของประติหานอายุ 40 กว่าปี ตั้งท้องได้ 36 สัปดาห์กว่าๆซึ่งยังไม่ครบกำหนดคลอดดีนัก   เมื่อเธอมาถึงห้องฉุกเฉิน  พยาบาลพบว่าประติหานเอาก้นออกมาทักทายแล้ว  แพทย์เวรจึงต้องทำคลอดท่าก้นที่ห้องฉุกเฉินกันตอนนั้นเลย แล้วประติหานก็ออกมาได้ด้วยอาการอ่อนปวกเปียก น้ำหนักตัว2300กรัม  ต้องดูแลโดยใกล้ชิด ประติหานนอนโรงพยาบาลนานกว่าเด็กแรกเกิดทั่วไป เพราะมีภาวะไข้แทรกซ้อน..เหตุการณ์ทั้งหมดเกิดขึ้นใน รพช.30เตียง 

 

อ่านถึงบรรทัดนี้ หลายคนคงถึงบางอ้อ ว่าทำไมพ่อแม่จึงตั้งชื่อว่า-ประติหาน-แต่ชีวิตไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะแม่ของประติหานมีภาวะอัมพาตครึ่งซีกตั้งแต่ตั้งท้องได้แค่ 4 เดือน!!  เธอต้องใส่สายสวนปัสสาวะและนอนอยู่บนเตียงเกือบตลอดเวลา ทั้งๆที่เธอก็มีลูกอยู่ในท้อง  ลูกที่เธอไม่รู้ว่าเกิดมาจะสมบูรณ์แค่ไหนเพราะเธอและสามีอายุมากแล้ว  ประกอบกับความพิการของเธอ  แต่เธอก็หวังที่จะได้เห็นหน้าลูกของเธอย้อนกลับไปดูครอบครัวของประติหานนั้น พ่อแม่เป็นชาวนาชนบทธรรมดานี่เอง ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไรนัก พ่อแม่มีลูกแล้ว 3 คน เป็นลูกสาวทั้งหมด แต่ยังไม่ได้คุมกำเนิด  วันหนึ่งแม่ก็ตั้งท้องประติหาน  พ่อแม่เคยคุยกันเรื่องทำแท้ง  แต่ก็คิดว่าเมื่อเด็กเขาอยากมาเกิด ก็ไม่ควรไปทำลายเขา  จากนั้นครอบครัวก็ช่วยกันดูแลแม่ตามอัตภาพ……………………

 

แล้ววันหนึ่งชะตากรรมก็ส่งแบบทดสอบอันสาหัสมาให้ครอบครัวนี้ เมื่อเธอท้องได้4เดือน ญาติข้างบ้าน ซึ่งมีอาการทางจิตเวชแล้วขาดการรักษาไปนาน อยู่ๆก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง คว้าปืนลูกซองออกมายิงกราด  ขณะที่เธอนั่งพักผ่อนอยู่ใต้ถุนบ้านของเธอเธอตกอยู่ในทางปืนโดยไม่รู้ตัว  กระสุนลูกซองหลายลูกฝังเข้าไปในใบหน้า ลำคอ   ในเสี้ยววินาทีนั้นเองที่ชีวิตเธอกลายเป็นอัมพาตครึ่งซีก แขนซ้ายขาซ้ายเคลื่อนไหวไม่ได้  !เธอถูกพลเมืองดีนำส่ง รพช ในทันที ผมซึ่งเป็นแพทย์เวรได้ส่งต่อผ่าน รพ จังหวัด จนถึง รพ ศูนย์ ในวันเดียวกันสามีเธอรับฟังคำอธิบายจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยใบหน้าที่เปื้อนด้วยน้ำตา เมื่อรู้ว่าคู่ชีวิตของเธออาจไม่มีโอกาสกลับมาเป็นปกติ และการตั้งท้องต่อจะมีความเสี่ยงทั้งแม่และลูก“หมอครับ ทำแท้งได้ไหมครับ เมียผมยังท้องอ่อนๆอยู่”

“จากผล ultrasound ตอนนี้เด็กในท้อง อายุได้4เดือนกว่าๆ น่าจะเป็นผู้ชาย   การทำแท้งก็มีความเสี่ยงนะครับ ยังไงลองคุยกันดูก่อน” ลูกชาย !  คำๆนี้ทำให้เธอและสามีตัดสินใจยากอย่างยิ่ง  ลูกชายที่รอมาทั้งชีวิต แต่สภาพแม่ที่พิการไป อนาคตจะเป็นเช่นไร“หมอครับ ผมกับเมียตัดสินใจแล้ว เราจะไม่ทำแท้งครับ เราอยากได้ลูกชาย”…

 

ผมพบเธออีกครั้งที่ห้องฉุกเฉิน  ในอีก1เดือนต่อมา เธอนอนมาบนฟูก มีปัญหาสายสวนปัสสาวะ  ขณะนั้นมดลูกเธอใหญ่จนสังเกตได้ว่าตั้งท้อง ผมตะลึงเมื่อรู้ว่าเธอพิการและต้องการตั้งครรภ์ต่อไป สีหน้าเธอและสามีดูอมทุกข์ แต่แววตายังฉายแววของการไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา  แต่ก็ดูเธอและเขาต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน การวางถุงปัสสาวะที่ผิดหลักและจากการถามการปฏิบัติตัวคร่าวๆ ก็พอประเมินได้ว่ายังขาดความรู้ที่ต้องรู้อีกมาก  ถ้าไม่ทำอะไรสักอย่างปัญหาจะซับซ้อนยิ่งขึ้นความคิดบางอย่าง ก่อตัวขึ้นในสมองผม….………..

1สัปดาห์ต่อมา     ผมพาทีมเจ้าหน้าที่ไปดูที่บ้าน    มีพยาบาลงานสุขภาพจิต   งานห้องคลอด   พยาบาล ผู้ประสานงานเยี่ยมบ้าน นักกายภาพบำบัด เภสัชกร  พวกเรามีความรู้สึกอย่างเดียวกันว่าอยากช่วยเหลือเธอ   พยาบาลสุขภาพจิตประเมินภาวะซึมเศร้าพบว่ากำลังใจยังดี  พยาบาลห้องคลอดให้คำแนะนำเรื่องการดูแลครรภ์ อีกคนหนึ่งให้คำแนะนำเรื่องการดูแลสายสวนปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อ  นักกายภาพแนะนำเรื่องการออกกำลังกายป้องกันข้อติดและฟื้นฟู  รวมทั้งการพลิกตัวเพื่อป้องกันแผลกดทับ   

จากนั้นเราก็ออกไปเยี่ยมเธอเดือนละ1-2ครั้งบางทีก็ฝากเจ้าหน้าที่ สถานีอนามัยไปดูแล  สีหน้าเธอดูมีความสุขขึ้นแม้ว่าท้องจะใหญ่ขึ้นทำให้ลำบาก แต่เธอก็ไม่ท้อ  ทุกคนยังกำลังใจเข้มแข็ง บางครั้งพาเธอมาตรวจ ultrasoundที่ รพ.  ก็พบว่าเด็กยังเจริญเติบโตสมกับ อายุครรภ์

 

1สัปดาห์ก่อนประติหานจะคลอด เราพาเธอมาultrasound อีกครั้ง พบว่าเด็กยังอยู่ท่าก้น ผมได้เขียนใบส่งตัวให้ไปคลอดที่ รพ จังหวัด  แต่เธอก็เจ็บครรภ์คลอดและมาคลอดที่ห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลซะก่อน…………

ในช่วงที่เธอคลอดประติหาน ภรรยาผมก็มีลูกน้อยพอดี ข้าวของหลายอย่างที่ลูกชาย 2 คนผมมีเยอะพอดู ทำให้ผมอยากแบ่งปันบ้างผมได้เล่าให้ภรรยาผมฟังและเราก็ตกลงกัน ภรรยาผมแบ่งผ้าอ้อม เสื้อผ้าเด็ก ใส่กระเป่าให้ผมเอามาให้ประติหานที่ตึกผู้ป่วยหลังคลอด

หลังจากประติหานและแม่ออกจากโรงพยาบาลไป ผมก็ไม่ได้เจอเธออีกหลายเดือน  จนเมื่ออาทิตย์ก่อน เธอมาตรวจด้วยปัญหาติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ    เธอมาบนฟูกเก่า แต่การวางถุงปัสสาวะถูกตามหลัก  ร่างกายไม่มีแผลกดทับ แขนขาซ้ายยังอ่อนแรงเท่าๆเดิม  แต่สีหน้าดูมีความสุขกว่าตอนที่เราพบกันครั้งแรกๆมาก  ทำให้ผมพลอยรู้สึกมีความสุขไปด้วย 

ถุงปัสสาวะ ที่ห้อยลงมาจากบ้านชั้นบน ค่ะ

หลังจากตรวจเธอตามอาการแล้ว ผมก็เลยถือโอกาสสอบถามเรื่องลูก“ประติหานไม่มาด้วยเหรอแม่”“อยู่บ้านน่ะหมอ” “แข็งแรงดีไหม”“แข็งแรงดี”   เธอตอบพร้อมกับรอยยิ้มชีวิตของประติหานและครอบครัวยังต้องเดินทางอีกยาวไกล ผมแอบหวังลึกๆว่าประติหานจะนำความสุขมาให้ครอบครัวนี้ไปตลอด  ประติหานและครอบครัวได้ให้อะไรหลายๆอย่างกับผม  ผมได้เรียนรู้ว่าเรื่องบางเรื่องถ้าเราช่วยกันทำและมีความมุ่งมั่น มันก็มีโอกาสที่จะสำเร็จ  ผมได้เรียนรู้ถึงความใจสู้ ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา  และผมก็ได้รู้ว่าการทำงานนำมาซึ่งความสุขได้อย่างไร

 

 ขอบคุณ   นพ. ปริญญา นพเก้า  โรงพยาบาลปทุมราชวงศา ผู้เขียน

                                                                                 

ทีมเราได้ไปเยี่ยม น้องประติหาน ที่บ้านด้วยค่ะ

น้องหาน เป็นเด็กน่ารัก อารมณ์ดี แต่ตัวเล็กกว่าอายุ 8 เดือน ไม่กลัวคนแปลกหน้า ยิ้มและส่งแววตาทักทายทีมงานของเราด้วยความสดใส น่ารักของเด็กค่ะ

น้อง หาน กับคุณแม่ ที่ข้างซ้ายไม่มีแรงค่ะ

น้องหาน ชอบปีนขึ้นไปเล่นกับแม่ที่นอนอยู่บนที่นอน ใช้มือข้างขวาที่พอมีแรงอุ้มและจับน้องหาน ให้ทานนม เป็นภาพที่น่ารักมากๆค่ะ

ที่บ้านนี้เขาไม่ได้คิดว่า ภรรยา หรือแม่เขาเป็นคนพิการ คิดว่าเป็นแม่ของเขาปกติ รักและดูแลช่วยเหลือกัน ให้กำลังวใจกันและกันเป็นอย่างดี ถึงแม้จะมีรายได้น้อย มีอาชีพทำนา เพื่อกินไปวันๆ หนึ่ง กับการรับเหมาก่อสร้างเล็กๆ น้อยๆ เท่านั้น แต่ชีวิตครอบครัวนี้ก้มีความสุข และเป็นตัวอย่างให้กับคนดีๆ อย่างพวกเราหลายๆ คน(โดยเฉพาะพอลล่า ค่ะ อิอิ) ขอบคุณชีวิตน้อยๆ ที่เป็นกำลังใจอันยิ่งใหญ่ให้พวกเราค่ะ

หากท่านใด อยากช่วยเหลือน้อง หาน อยากแบ่งปันของเล่น  เสื้อผ้าที่ท่านเก็บไว้ไม่ได้ใช้ ติดต่อบริจาคได้ที่

รพ.ปทุมราชวงศา จ.อำนาจเจริญ

โทรศัพท์ TEL 045-465231-                                                                                                                                                           

ขอความสุข ความเจริญ จงมีแด่ทุกๆท่านค่ะ