หลังจากบันทึกที่แล้ว นำเที่ยวจากพื้นราบ สู่ ยอดดอยอินทนนท์ ณ หมุดหลักฐานจุดสูงสุดแดนสยาม 2565.3341 เมตร จากระดับน้ำทะเล ขี่รถเครื่องเก่า ๆ ถือกล้อง Nikon D60 ใหม่ ๆ กับการก้าวย่างไป..บนยอดดอยอินทนนท์ (1) ... สูงสุดแดนสยาม )

 

บันทึกจะเป็นการเดินทางต่อด้วยเท้าสองข้าง คือ เดิน เดิน แล้วก็เดิน ครับ

 

หลังจากยืนอยู่บนจุดสูงสุดแห่งแดนสยามแล้ว ผมเดินมาตามทางเดินเส้นทางขนานกับขาเดินมา

 

ระหว่างทางเดินกลับก็พบพืชตระกูลว่านดอกสีเหลืองอยู่ตามทาง ขึ้นอยู่ในระดับ 2565 เมตรจากระดับน้ำทะเลเชียวหรือ

 

ผมเดินออกมาจนถึงร้านค้าสวัสดิการของอุทยานแห่งชาติอินทนนท์ ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กันในทางลงดอยอินทนนท์

 

ป้ายบอกวันที่ผมมา คือ วันที่ 15 ตุลาคม 2552 ว่า อุณหภูมิต่ำสุดอยู่ที่ 10 องศาเซลเซียส อืมม หนาวดี ชอบ ๆ

 

 

เจอพืชตระกูลหญ้าที่ทางร้านฯ ปลูกเอาไว้ พร้อมป้ายเตือน "กรุณาอย่าเหยียบหญ้าหอม เอามือลูบแล้วดม" ... อืมม ผมก็ว่านอนสอนง่าย ทำตามทันที มันหอมเหมือนสมุนไพรชนิดหนึ่งครับ หอมอ่อน ๆ

 

 

ดูดอกหญ้าหอมกันใกล้ ๆ ดอกสีเหลืองดังที่เห็นในภาพ

 

 

"โคมญี่ปุ่น" ขึ้นได้งามในความสูงระดับนี้ แถม "น้ำหวาน" ของดอกยังเป็นอาหารอันโอชะของ "นกกินปลี" ที่อาศัยอยู่บนยอดดอย

 

อูยย ... ขี่รถมาแต่กิโลเมตรที่ 31 - กิโลเมตรที่ 46 แล้วเดินต่อมาอีก

ปวดฉิ้งฉ่อง คร้าบ พี่น้องชาวไทย ... เจอแล้ว เจอแล้ว

 

 

นี่คือ "โถปัสสาวะ" ที่สูงสุดที่ในประเทศไทย ... น่าจะไม่ผิดนะ อิ อิ

 

 

ทำธุระเสร็จแล้ว ออกมาก็พบตู้ไปรษณีย์ของกรมไปรษณีย์โทรเลข ไขเวลา 15.00 น.

โห ... ไปรษณีย์จะมาไขจริง ๆ หรือครับ หรือร้านสวัสดิการ เขานำไปส่งที่จอมทอง

 

นอกจากนั้นนะครับ ร้านสวัสดิการที่นี่ เขามีพวกของที่ระลึกขาย มีกาแฟสำเร็จรูปใส่น้ำร้อนเอง แล้วนั่งละเมียดในอากาศแบบหนาว ๆ หรือหิวก็มีมาม่าคัพ ใส่น้ำ ทานได้เลย

ที่ผมเพิ่งเห็น เขามี Amazon Cafe ด้วยอ่ะ โอ้ มาได้หว่า กาแฟสด กะ ขนมปังกรอบ ฝรั่งล่ะ ชอบมากครับ

 

ต่อจากนั้น ก็ถึงเวลาของการเดินทางสู่เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยอ่างกาหลวงแล้วครับ

ทางเดินอยู่ฝั่งตรงข้ามกับร้านสวัสดิการเลย

 

 

นี่คือ ปากทางลง ... นอกจากมีเส้นทางแล้ว ยังมีศาลเจ้ากรมเกียรติอยู่ในเส้นทางด้วย

ระยะทางในการเดิน ประมาณ 360 เมตร นะครับ อย่าลืมว่า บนจุดสูงสุดนี้ ออกซิเจนมันน้อย เวลาเดิน ไม่ต้องรีบ ค่อย ๆ เดินไปเรื่อย ๆ ครับ ไม่งั้นอาจจะช็อกหมดสติได้

 

มีแผนที่เส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติอ่างกาด้วยครับ ทางเดินเป็นลักษณะวนรอบ เวียนมาพบกันที่ปากทางเดิม

 

 

ระหว่างทางเดิน จะพบป้ายแบบนี้หลายป้าย ปักป้าย ป้องกันการเดินหลงเข้าไป ส่วนใหญ่ ทางเหล่านี้ เป็นทางที่ชาวดอยเขาใช้เดินหาของป่ากันครับ เราอย่าไปเดินเส้นนี้เลย เพราะอาจจะไม่ได้กลับออกมาอีก

 

 

เริ่มเข้าสู่ป่าดึกดำบรรพ์แล้ว ...

 

 

ด่านที่ 1 ยินดีต้อนรับสู่ประตูหิมาลัย

(ที่เป็นหิมาลัย เพราะดอยอินทนนท์ คือ สันเขาที่เป็นจุดสุดท้ายที่ต้นทาง คือ ภูเขาหิมาลัยที่เนปาลและทิเบต สันเขาจะยาวต่อเนื่องมาเรื่อย ๆ จนถึงที่ดอยอินทนนท์)

 

 

กำลังจะเข้าสู่ด่านที่ 2 เส้นทางศึกษาธรรมชาติดอยอ่างกา

 

 

เส้นทางจะเป็นสะพานไม้สักทั้งหมดครับ วนรอบ 360 เมตร

 

 

อากาศเริ่มเย็น ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลา 15.30 น. แล้ว เห็นเฟิร์นเกาะที่ต้นไม้เยอะขึ้น

 

 

มีความชื้นตลอดทั้งปี เหมาะสำหรับการเติบโตของพืชตระกูลเฟิร์นมาก

 

 

ด่านที่ 3 ระบบนิเวศบริเวณดอยอ่างกา

 

 

ด่านที่ 4 ข้าวตอกฤาษี (มี Flair คือ แสงแดดเข้าเลนส์)

 

 

เริ่มเห็นธารน้ำที่เกิดจากต้นน้ำดอยอ่างกา สังเกตว่า ชุ่มชื้นมาก มีเถาวัลย์ห้อยโหนเป็นเรื่องปกติ เฟิร์น ตะไคร่มาเกาะเป็นเรื่องปกติ

 

 

แอบเห็นเฟิร์นเป็นรูปร่างสวยงาม โผล่รับแสงแดด เห็นอับสปอร์ใต้ใบ (เรียนมานาน จำได้ด้วย อิ อิ)

 

 

นี่ไงครับ "ข้าวตอกฤาษี" พืชที่ขึ้นในที่สูงกว่าระดับน้ำทะเล 2500 เมตร ปีใดที่ข้าวตอกฤาษีเหี่ยวแห้ง หรือมีน้อย แสดงว่า ปีนั้นจะแล้งจัดกว่าทุกปี มันเป็นดัชนีที่ธรรมชาติสร้างมาให้เรา

 

 

ข้าวตอกฤาษี ได้รับการยกย่องว่า เป็น "มอสใหญ่ที่สุดในประเทศไทย" ซึ่งจะขึ้นอยู่กับพื้นดินที่มีความชุ่มชื้นสูง ดังเช่นดอยอ่างกานี้

 

 

พืชพันธุ์สัญลักษณ์ของพืช ณ ที่สูงแห่งนี้

 

 

ด่านที่ 5 กุหลาบพันปี (ต้นที่มีพวกมอส ตะไคร่เกาะ) จะออกดอกสีแดง ๆ ราว ๆ มกราคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี ... คนพื้นราบเรียก กุหลาบพันปี แต่คนท้องถิ่น เรียก "คำแดง"

 

 

ยังคงมี "ข้าวตอกฤาษี" ขึ้นอยู่ตามทาง

 

 

อีกมุม ...

 

 

ด่านที่ 6 พันธุ์ไม้เด่น บริเวณอ่างกา ... จะเป็นป่าโปร่งมากขึ้น แล้วมีพวกกุหลาบพันปีขึ้นอยู่รอบ ๆ สลับกับทุกหญ้าบนดอยอ่างกา

 

 

เส้นทางเดินที่ชุ่มชื้นและงดงามใจ

 

 

ด่านที่ 7 อิงอาศัย ... สังเกตจะมีเฟิร์นยาว ๆ เติบโตบนบริเวณลำต้นของไม้ถิ่น

 

 

อ้าว ... ภาพหมด อิ อิ ... ยังมีอีกหลายด่านที่เราจะเดินทางไปด้วยกัน

เขาว่ากันว่า เรื่องราวที่น่าติดตาม จะให้รู้สึกว่า ทำไมน้อยจัง จริงไหมครับ ;)

โปรดติดตามชมต่อตอนที่ 3 ...

 

รักษาต้นไม้และธรรมชาติให้อยู่กับเรานาน ๆ เถอะนะครับ

บุญรักษา ทุกท่าน ;)

 

 

ข้อมูลภาพถ่าย

สถานที่ : อุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ จังหวัดเชียงใหม่

วันที่บันทึก : 15 ตุลาคม 2552

กล้อง : Nikon D60

ผู้บันทึก : wasawatdeemarn

 

หมายเหตุ : กล้อง Nikon D60 ยังคงสะท้อนภาพที่ออกมาโทนสีฟ้า ทำให้ดูซีดกว่าความเป็นจริงอยู่เหมือนกันครับ และบางครั้งเรื่องของชัดลึก - ชัดตื้นก็ดูจะมีปัญหาพอสมควร

 

บันทึกที่เกี่ยวเนื่อง