ด่านซ้าย..เมืองแห่งสัจจะและไม่ตรี

 

สวัสดีค่ะ พี่น้องGotoknow ที่รักทุกท่าน  วันนี้พอลล่ามาบันทึกก็ออกจะดึกไปนิดส์...แถมยังมาจั่วหัวบันทึกด้วย ผ...ผ...ผ..ผ...ผ...ผี.......อีก ก็เพิ่งกลับมาจากที่ๆ เขาดังเรื่องผีๆ นี่นา...อิอิ...ไม่เอาดีกว่า..เดี๋ยวพี่ๆ น้องๆ ที่นี่เขาจะกลัวกันไปหมด อิอิ

วันนี้พอลล่าขอมาเล่าเรื่อง ผีค่ะ ....แต่ว่าเป็นผีที่เป็นสัญลักษณ์ของอำเภอด่านซ้ายจังหวัดเลยค่ะ อ๋อ!!  รึยังคะ ใครยังไม่อ๋อ เดี๋ยวบอกให้ก็ได้ค่ะ ...ว่าเป็นผีตาโขน นั่นเอง ที่อำเภอด่านซ้ายนี้เขามีคำขวัญว่า

ดินแดนแห่งสัจจะและไมตรี

ประเพณีกาละเล่นผีตาโขน

 

 

 

เย้ๆๆ สู้ๆๆ

พอลล่าไม่ได้ไปช่วงที่เขามีงานประเพณีค่ะ แต่ได้มีโอกาสไปสัมผัสความเป็นคนด่านซ้าย จากเจ้าหน้าที่ของรพร.ด่านซ้ายทุกคน (โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชด่านซ้าย)

พอลล่าได้มีโอกาสชมผีตาโขนในพิพิธภัณฑ์วัดโพนชัยค่ะ เลยลองใส่ชุดผีตาโขน เก๊กท่าดูบ้าง เผื่อจะน่ากลัว อิอิ

ทายซิใครเอ่ย...

 ดูๆๆ ดูท่าเธอ เสียก่อน อิอิ

ใครคะ ....อิอิ

 

 

มีประวัติผีตาโขน มาฝากด้วยค่ะขอบคุณข้อมูลดีๆจาก website










 

 

ผีตามคน ผีตาขน ผีขน ผีตาโม่ เหล่านี้คือคำที่เป็นที่มาของ "ผีตาโขน" งานประเพณีท้องถิ่นที่มีอย่างยาวนาน สืบทอดมาจากอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง และถือเป็นส่วนหนึ่งของ "งานบุญหลวง" ที่จัดขึ้นเป็นงานใหญ่ประจำปี ด้วยการรวมงานบุญพระเวส (งานเดือนสี่) และงานบุญบั้งไฟ (งานเดือนหก) เข้าไว้ด้วยกัน ลักษณะเด่นของผีตาโขน อ.ด่านซ้าย จ.เลย คือ ส่วนหัวที่ทำจาก "หวด" หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นการผสมผสานของความเป็นพื้นบ้านไว้กับงานบุญงานประเพณี

 

การละเล่นผีตาโขน เป็นส่วนหนึ่งของการจัด งานบุญหลวง หรือที่เรียกว่า บุญผะเหวด โดยจะตรงกับช่วงเดือน 7 (ทางจันทรคติ) ที่มานั้นไม่ชัดเจน แต่กล่าวกันว่าเป็นประเพณีที่ใกล้เคียงกับการบูชาบรรพบุรุษของอาณาจักรล้านช้างหลวงพระบาง (ในอดีตแนวเขตแดน ด่านซ้าย เชียงคาน และหล่มเก่า เป็นส่วนหนึ่งในการปกครองของอาณาจักรล้านช้างร่มขาวหลวงพระบาง) ในอีกที่มาหนึ่ง ว่ากันว่า การละเล่นผีตาโขน เกิดขึ้นเมื่อพระเวสสันดรและพระนางมัทรีเดินทางออกจากป่ากลับเมือง บรรดาผีป่าทั้งหลายต่างอาลัยต่อการเดินทางจากไปของทั้งคู่ จึงพากันแฝงตัวกับชาวบ้านเพื่อทำการส่งเสด็จ จึงมีคำเรียกว่า "ผีตามคน" และอาจเพี้ยนกลายมาเป็น ผีตาโขน ในภายหลังเครื่องแต่งกายของผีตาโขน ประกอบด้วยส่วนหัวหรือที่เรียกว่าหน้ากากนั้น ทำด้วย "หวด" หรือภาชนะที่ใช้นึ่งข้าวเหนียว ซึ่งเป็นส่วนด้านบนดูคล้ายหมวก ส่วนหน้านั้นทำจากโคนก้านมะพร้าว นำมาตัดปาดให้เป็นรูปหน้ากากและเจาะช่องตา จมูกนั้นทำจากไม้เนื้ออ่อน แกะให้เป็นรูปทรงต่าง ๆ ตามแต่จินตนาการของผู้สร้างสรรค์ โดยทำเป็นลักษณะยาวแหลมคล้ายงวงช้าง ส่วนเขานั้นทำจากปลีมะพร้าวแห้ง โดยนำส่วนประกอบต่าง ๆ มาเย็บติดเข้าไว้ด้วยกัน และทาสีสันวาดลวดลายไปบนด้านหน้าของหน้ากากนั้น ๆ หลังจากนั้นจะเย็บเศษผ้าติดไว้บริเวณด้านบน(หลัง) เพื่อให้คลุมส่วนคอของผู้ใส่ไปจนถึงไหล่

 

ด้านเสื้อผ้าหรือเครื่องแต่งกายนั้น เป็นชุดที่ทำจากเศษผ้านำมาเย็บติดกัน และมี "หมากกะแหล่ง" หรือกระดิ่ง (คล้ายกับที่แขวนคอโค, กระบือ) แขวนผูกไว้บริเวณเอว เพื่อให้เกิดเสียงดังเป็นจังหวะเวลาเดิน และส่ายสะโพก ส่วนประกอบสุดท้าย คือ ดาบหรือง้าว ที่จะทำจากไม้เนื้ออ่อน

     ผีตาโขนจะมีอยู่สองชนิด คือ ผีตาโขนใหญ่ ทำจากไม้ไผ่สานขนาดใหญ่กว่าคนประมาณ 2 เท่า โดยจะมีเพียง 2 ตัว ชาย 1 หญิง 1 ซึ่งมีเครื่องเพศติดไว้ที่ตัวหุ่นอย่างชัดเจน ผีตาโขนใหญ่จัดทำได้ด้วยการรับอนุญาตจากผีหรือเจ้าก่อนเท่านั้น โดยผู้ที่ได้รับหน้าที่ต้องทำทุกปีหรือทำติดต่อกันอย่างน้อย 3 ปี อีกชนิดหนึ่งก็คือ ผีตาโขนเล็ก ซึ่งมีจำนวนมากมาย ไม่ว่าใคร ๆ ก็สามารถแต่งกายเป็นผีตาโขนเล็กเข้าร่วมงานได้    

     งานประเพณีบุญหลวงและการละเล่นผีตาโขน ถือเป็นงานที่แสดงออกถึงศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านอันดีงามที่เป็นเอกลักษณ์ของอำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย