หัวหน้างานต้องตระหนักถึงหน้าที่แห่งการ "สอนงาน" มากกว่าการ "กำกับงาน"

สัปดาห์ที่แล้ว  ทีมงานของผมเข้าประชุมเรื่องทบทวนพันธกิจและยุทธศาสตร์ หรือแผนปฏิบัติราชการ ปีงบประมาณ 2553  ซึ่งทราบมาว่าเข้มข้นกันมาก  โดยเฉพาะประเด็นที่กลุ่มงานถูกวิพากษ์มากที่สุดก็คือ วาทกรรมที่ผมและทีมงานกำหนดเป็นค่านิยมองค์กร คือ สอนงาน-สร้างทีม

ในภาพรวมองค์กรเหมือนจะไม่เห็นด้วยกับวาทกรรมนี้เท่าไหร่นัก  แต่ทีมงานก็พยายามชี้แจงแถลงไขอย่างหนักหน่วง  เพราะนั่นคือ ทิศทาง หรือหัวใจที่ผมและทีมงานได้ปลงใจที่จะขับเคลื่อนร่วมกัน

จนในที่สุด วาทกรรมแห่งความหวัง วาทกรรมแห่งจุดหมายของเราก็ผ่านพ้นไปได้ ...ดังนั้น เมื่อมีเวทีใดๆ เราจึงมักยกกันไปทั้งทีม และแต่ละคนก็จะได้รับโอกาสในการเป็นพระเอกในเรื่องต่างๆ โดยไม่ยึดติดอยู่กับแต่เฉพาะผมเพียงคนเดียว

ล่าสุด  การเข้าฝึกอบรมหลักสูตรผู้บริหารฯ (นบช.รุ่น 1)  นั้น วิทยากรบรรยายถึงเรื่องวิจัย  โดยชี้ให้เห็นว่า  หัวหน้างาน หรือผู้บริหารต้องตระหนักถึงความสำคัญของงานวิจัยที่มีต่อการพัฒนาคน-พัฒนาองค์กร-และพัฒนาผู้รับบริการ ...

  • ซึ่งผมก็อดที่จะคิดถึงวันที่ผ่านมาไม่ได้ว่า...ครั้งนั้น ผมกำหนดให้กลุ่มงานมีงานบริการวิชาการแก่สังคมควบคู่ไปกับการวิจัยในมิติของการให้บริการแก่สังคม ซึ่งเป็นการยกระดับงานประจำขึ้นมาอีกในระดับหนึ่ง
  • ซึ่งปรากฏว่า  มุมคิดของผมตกขอบเวทีไปแบบเฉยชา กระนั้น ทั้งผมและทีมงานก็พยายามที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้อยู่อย่างไม่ปล่อยวาง

แต่สำคัญที่สุด  วันนี้, วิทยากรได้ชวนเสวนาว่า  หัวหน้าที่ดีต้องมีหน้าที่อะไรบ้าง...โดยท่านได้นิยามอย่างชัดเจนว่า ...

  • หัวหน้างานต้องตระหนักถึงหน้าที่แห่งการ "สอนงาน"  มากกว่าการ "กำกับงาน"  ซึ่งหมายถึงสอนให้ลูกทีมชำนาญในงานประจำ  และสอนให้มีทัศนคติที่ดีต่อการงานและองค์กร

ครับ,...ทัศนะของวิทยากร  ทำให้ผมคิดถึงวาทกรรมที่ผมและลูกทีมร่วมกันผลักดันจากใจสู่ใจเข้าสู่ระบบขององค์กรอย่างเป็นสุข

นั่นคือ...

  • สอนงาน สร้างทีม.....