การคำนวนเพื่อหาพลังงานที่ผู้ป่วยต้องการในแต่ละวัน (Energy requirement)
ในการฝึกภาคปฏิบัติต้องมีการทำ nursing care plan ทุกครั้งค่ะ และเนื่องจากหนึ่งดูแลผู้ป่วยมะเร็ง เรื่องที่เรามักจะละเลย หลงลืม ในการประเมินปัญหาผู้ป่วยนั่นคือ เรื่องภาวะโภชนาการ ซึ่งมีความสำคัญมากอย่างยิ่งโดยเฉพาะผู้ป่วยมะเร็งค่ะ ซึ่งในการประเมินภาวะโภชนาการเบื้องต้นคือดูจาก BMI หากพบว่าต่ำกว่าเกณฑ์ สิ่งที่เราต้องทำคือให้อาหารเสริมใช่ป่าวคะ แล้วเราจะทราบได้อย่างไรว่าจะเสริมเท่าไหร่ ยังไง มาลองดูสูตรคำนวนพลังงานที่ผู้ป่วยต้องการในแต่ละวันกันเลยค่ะ
พลังงานที่ผู้ป่วยต้องการในแต่ละวัน ผู้ป่วยแต่ละรายมีความต้องการพลังงานต่างกันค่ะ ขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย เช่น อายุ กิจกรรมที่ทำ ภาวะ stress ไข้ เป็นต้น
มีวิธีคำนวณได้ 3 วิธี คือ
ก. สูตร Harris-Benedict equation คือ
Male BEE = 66 + (13.7 x Wt) + (5 x Ht) - (6.7 x A)
Female BEE = 655 + (9.6 x Wt) + (1.8 x Ht) - (4.7 x A)
เมื่อ BEE คือ basal energy expenditure
Wt = adjust body weight (kg.)
Ht = height (cm.)
A = age (year)มีเวบที่ช่วยคำนวณ BEE ด้วยค่ะ เผื่อใครหาเครื่องคิดเลขไม่เจอ เข้าไปในเวบนี้ได้เลยค่ะ แค่เติมข้อมูลลงในช่องแล้วคลิก อิอิ สะดวกดีค่ะ => คลิ๊กที่นี่เลยค่ะ
ตัวอย่าง ค่ะ ^__^
ผู้ป่วยมะเร็งในช่องปาก น้ำหนักตัว 34 กิโลกรัม สูง 154 cm อายุ 76 ปี มารับการรักษาด้วยรังสีรักษา ใช้เครื่องมือวัด stress พบว่ามี mild stress ค่ะ
แทนค่าลงในสูตร
Female BEE = 655 + (9.6 x 34) + (1.8 x 154) - (4.7 x 76)
BEE = 901.4
จากประวัติข้างบนผู้ป่วยมี mild stress ต้องเอา BEE x 1.2 ค่ะ ก็จะได้ค่าเป็น 901.4 x 1.2 = 1081.68 นี่คือพลังงานที่ผู้ป่วยรายนี้ต้องการใน 1 วันค่ะ
ลองคำนวนความต้องการพลังงานของตัวเองดูนะคะ
วันหลังจะนำเครื่องมือวัดความเครียด (stress) มาลงให้ลองวัดความเครียดกันดูค่ะ ^___^
ข. สูตรของ Jeejeebhoy ได้แก่
BEE = 25 kCal / kg
สำหรับสูตรนี้ไม่ยากใช่ป่าวคะ อิอิ 25 X น้ำหนักตัวได้เลยค่ะ
BEE = 25 x 34 = 850
เมื่อได้ค่า BEE แล้วก็นำมาคูณกับ 1.2 (mild stress) ได้เลยค่ะ จะได้ค่า = 1.2 x 850 = 1020
ทั้งสองสูตร เมื่อคำนวณแล้ว ค่าที่ได้จะเป็นเพียง พลังงานพื้นฐานของผู้ป่วยเท่านั้น (basal energy expenditure) จำเป็นต้องคูณด้วย activity และ stress factor คือ
Minimal stress : BEE x 1.2
Fever : BEE x 1.1
Mild stress : BEE x 1.2
Moderate stress : BEE x 1.4
Severe stress : BEE x 1.6
ค. การวัดพลังงานโดยเครื่องมือที่เรียกว่า Metabolic cart หรือ Indirect calorimetry โดยอาศัยหลักการที่ว่า พลังงานทั้งหมดของร่างกายจะสัมพันธ์กับ อัตราการใช้ออกซิเจนและอัตราการขับถ่ายคาร์บอนไดออกไซด์ เครื่องมือนี้จึงวัด oxygen comsumption and carbondioixde production ในระยะเวลาประมาณ 30 นาที และคำนวณออกมาเป็น energy requirement ซึ่งนำไปใช้งานได้เลย เพราะมีการปรับ factor ต่างๆแล้ว เครื่องมือนี้จะถูกใช้วัดในผู้ป่วยหนักใน ICU เท่านั้น ไม่นิยมใช้กับผู้ป่วยทั่วไป
จะเห็นได้ว่าผู้ป่วยรายเดิม แต่ใช้สูตรคำนวนคนละสูตร จะได้ค่าพลังงานที่ต่างกันเล็กน้อยค่ะ ให้เลือกใช้สูตรใดสูตรนึงนะคะ แต่แนะนำให้ใช้สูตรแรกค่ะ จะได้ข้อมูลที่ละเอียดกว่า เพื่อนำไปใช้ประกอบกับการกำหนดอาหารเสริมสำหรับผู้ป่วยต่อไปค่ะ
เอกสารอ้างอิง 1. Blackburn GL, Bistrian BR, Maini BS, et al. Nutritional and metabolic assessment of hospitalized patient. JPEN 1977;1:11-22.
สวัสดีครับ
เข้ามารับความรู้ใหม่ๆครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณdid
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ^___^
สวัสดีค่ะน้องหนึ่ง
สวัสดีคะ พี่สาว
สวัสดีค่ะพี่สีตะวัน
สำหรับ moderate และ severe stress จะคูณด้วย 1.4 และ 1.6 ตามลำดับค่ะ
พลังงานที่ผู้ป่วยควรได้รับในแต่ละวัน(TEE) จะต้องนำ BEE x avtivity factor(AF) x stress Factor(SF) หรือ Metabolic Factor(MF) ค่ะ โดย
AF(Activity Factor)
ถ้าผู้ป่วย ออน respirator = 0.7 - 0.9
Bed rest = 1.2
Ambulatory & Maintenance = 1.3
ส่วน MF ดังนี้ค่ะ
Fever = 1.3
Minor operation = 1.2
Skeletal Trauma (long bone) = 1.35
Major sepsis = 1.4 - 1.6
Moderate infection = 1.2 - 1.4
Mild infection = 1.0 - 1.25
Peritonitis = 1.05 -1.25
Soft tissue trauma = 1.0 -1.3
cancer = 1.0 - 1.25
weight gain = 1
ยังไงหากมีอะไรเพิ่มเติมแนะนำหนึ่งด้วยนะคะพี่สีตะวัน ^___^
สวัสดีค่ะน้องพอลล่า
งือๆๆ เป็นโรคเดียวกะพี่เลยอ่ะค่า อิอิ
ขอบคุณมากมามายคร่า^^
สวัสดีค่ะน้องเด็กพยาบาล
ขอบคุณที่แวะมาทักทายนะคะ
สวัสดีครับ
เข้ามาหาความรู้ครับ
สวัสดีค่ะคุณสุทธิรัก
ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ ^^
ขอบคุณนะคะพี่ หาอยู่พอดีเลย
ต้องทำงานส่งอาจารย์ด้วย T^T
สวัสดีค่ะน้องjingjai
ยินดีจ้า ^^ เรียนจบไวๆนะจ๊ะ สู้ๆๆๆ
Thanks so much for your kindness on your blog.
ยินดีค่ะคุณ Kannika Keattison ^^
อยากทราบว่าการคำนวณพลังงานของผู้ป่วย ในปัจจุบันเป็นหน้าที่ของพยาบาลหรอคะ หรือว่าเป็นหน้าที่ของนักกำหนดอาหารคะ
ดีมากเลยค่ะ ที่มีสูตรและคำนวณได้ด้วย ขอบคุณมากค่ะ
ขอบคุณมากครับ นำไปใช้กับคนไข้แผล Burn
ดีมากๆเลยคะ
ต้องการหาสูตรคำนวนอาหารบริโภคของคนไข้โรคหัวใจว่าจะได้ปริมาณ ของkaclแบบไหนคะ อาหารผุ้ป่วยบวกกับอายุ45ของผุ้ป่วยเพศชายนะคะต้องทำแบบไหนคะ สมุติอาหารข้าวต้มปลา แล้วข้าวประมาณ50gจะได้เท่าไหร่ของkaclแบบนี้