มีกัลยาณมิตรท่านหนึ่ง เคยบอกแนะนำผมว่า "ควรฝึกร้องเพลงสักเพลง" เพื่อเอาไว้เป็นทุนสำรอง หากไปงานไหนเขาเชิญขึ้นร้องเพลง แล้วจะหน้าไม่แตก เพราะปกติผมร้องเพลงได้เฉพาะ เพลงชาติไทย และ สรรเสริญพระบารมี เท่านั้นเอง

หลายต่อหลายครั้ง ที่เจ้าภาพ เชิญผมขึ้นร้องเพลงบนเวที ...

บรรยากาศแบบนี้ชวนอึดอัดมาก เลยบอกให้เจ้าภาพว่า "ให้ผมขึ้นไปทำท่าร้องไห้ น่าจะเวิร์กกว่า"

ไม่ได้ละครับ ...ต้อง หัดร้องเพลงครับ... เอาไว้ออกงาน 5555

ผมประทับใจ เจ้านายเก่า พลเอกเอกชัย หรือ ลุงเอก มากครับ แบบว่าไปงานไหน ท่านสามารถร้องเพลงได้ทุกสไตล์  แม้กระทั่งเพลงวัยรุ่นที่ออกใหม่ล่าสุด ลุงเอกก็ยังร้องได้ เรียกเสียงปรบมือกึกก้องไปทั่วงาน

หันกลับมามองตัวเอง ...ร้องไม่ได้สักเพลง หรือ ร้องได้ ก็ทรมานคนฟัง ทรมานคนมาร่วมงาน สงสารผู้ฟังครับ

เป็นเรื่องจำเป็นครับ...การฝึกร้องเพลงอย่างน้อยก็ต้องฝึกกักตุนเอาไว้บ้าง เพื่อเอาไว้ใช้ยามคับขัน

ผมเริ่มต้นแบบนี้ครับ

  • เลือกเพลงที่ชอบ เอาเเบบคึกครื้นหน่อย เพราะ ชอบแบบดนตรีโจ๊ะๆ เผลอๆคนในงานจะสนุกด้วย มาขยับ เท้าไฟ ไปกับนักร้องหนุ่มรูปหล่อ
  • ต่อมาก็เปิดกรอกหู ฮัมเพลงทุกที่ (อาบน้ำ เข้าห้องน้ำ ห้องนอน) ให้จำขึ้นใจ
  • ลองปิดเพลงจากเครื่องเล่นดูบ้าง แล้วร้องสด - - -พอจะโอเคไหม??

หากพร้อมขนาดนี้แล้ว ไปงานไหนก็ไม่กลัวครับ

 

เจ้าภาพครับ

กรุณา ....เชิญผมขึ้นร้องเพลงหน่อยครับ???

 

 

เพลงนี้ละครับ ที่ผมเลือก

แดนเซอร์ ม.๔

 

รู้จักตอนเรียนมัธยม อยู่ร่วมชมรมเพลงลูกทุ่งด้วยกัน
สาวตากลมผมสั้น ตอนนั้นเธอเรียนอยู่ชั้น ม.3
รุ่นพี่ ม.6 สอบเอ็นตกหลุมรักคนงาม
น้องสาว ม .3 ดาวเต้นประจำวงลูกทุ่งมัธยม

ประกวดชิงช้าสวรรค์ เก็บตัวด้วยกันนานจนคุ้นใจ
ยิ้มที่เธอเติมให้ดูคล้ายมีรักเป็นส่วนผสม
ยามเรียนก็เด่น ยามเธอเต้นใครก็ชื่นชม
พาวงลูกทุ่งมัธยมโรงเรียนเราก้าวขึ้นสู่ยุคทอง

พี่เป็นนักร้อง น้องเป็นแดนเซอร์
ช่วยกันเสนอเพลงลูกทุ่งดังก้อง
มืออยู่กับไมค์ ใจพี่อยู่กับน้อง
แดนเซอร์โดนจ้อง นักร้องเพลงผิดคีย์

พี่เรียนจบชั้นม.ปลาย ต้องจากมาไกลไม่ได้เจอกัน
ติดตามชิงช้าสวรรค์มองเธอผ่านหน้าจอทีวี
น้องสาว ม.3 วันนี้เจ้าเป็นสาวแดนเซอร์ ม.4
ส่งใจผ่านจอทีวี อดีตรุ่นพี่คนนี้คิดถึงเธอ