ในอีกสองปีข้างหน้าจะพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคหัวใจขนาด ๔๐๐ เตียง

เครื่องบินที่แม่ต้อยนั่งไปจังหวัดพิษณุโลกในเย็นวันที่๑๒ ตุลาคมนั้น บินทะยานฝ่าคลื่นลมและสายฝน แบบชวนให้ใจสั่นตุ้มๆต๋อมๆตลอดเวลา

แต่แม่ต้อยรู้สึกอบอุ่นใจมาก เพราะว่านอกจากทีมของเราที่ประกอบด้วย อาจารย์ นันทา อ่วมกุล อาจารย์ Marion  และน้องพอลล่าแล้ว ในเที่ยวบินนั้นแม่ต้อยยังได้เจอผู้หลักผู้ใหญ่อีกหลายท่าน เช่น ท่านอาจารย์ ไพจิตร ปวะบุตร อดีตปลัดกระทรวงสาธารณสุข ท่านอาจารย์ ประกิต วาทีสาธกกิจ เป็นต้น ทุกคนล้วนแล้วมีจุดหมายปลายทางที่เดียวกันคือที่มหาวิทยาลัยนเรศวร

และแม่ต้อยยังเจอเพื่อเก่าโดยไม่คาดฝัน อีกท่านคือ ดร. พูลสุข เพิ่งทราบว่ามาเป็นคณบดี คณะพยาบาลศาตร์ ม. นเรศวรเมื่อเร็วๆนี้เอง เราต่างคนต่างทักทายกันเสียงขรม ตามประสาคนเก่าแก่ ( และอายุแก่ อิอิ)

 

คราวนี้ แม่ต้อยจะไปเยี่ยมรพร. ด่านซ้ายและรพ.หล่มเก่า เลยถือโอกาสมาแวะเยี่ยมที่ HACC มหาวิทยาลัยนเรศวรเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลในการทำงาน รวมทั้ง แวะเยี่ยมให้กำลังใจสำหรับโรงพยาบาลนเรศวร ที่กำลังจะขอการรับรองในเร็ววันนี้ด้วย

คณบดีคณะแพทย์ศาตร์ พร้อมทั้ง ท่านผู้อำนวยการโรงพยาบาล มารอรับที่โรงแรมเลยทีเดียว ทั้งนี้เพราะว่า แม่ต้อยกับท่านคณบดีนั้น มีความคุ้นเคยกันมาเกือบยี่สิบปี ทำงานมาด้วยกัน วันนี้จึงเป็นโอกาสอีกครั้งที่ได้มานั่งคุยกัน เลยได้ทราบข้อมูลของโรงพยาบาลว่าในอีกสองปีข้างหน้าจะพัฒนาให้เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคหัวใจขนาด ๔๐๐ เตียง

แม่ต้อยเคยมาที่โรงพยาบาลนเรศวร ตั้งแต่เริ่มเปิดใหม่ๆ  ยังไม่มีเตียงคนไข้เปิดให้บริการเลย เมื่อสัก ๗ ปีที่ผ่านมา โดยรู้จักกับคุณหมอประวิทย์ ( ปัจจุบัน เป็นคณบดีคณะสาธารณสุขศาสตร์) จึงเป็นเหตุให้มีแนวคิดในการ สร้างความร่วมมือในการให้มีศูนย์พัฒนาระบบคุณภาพขึ้นมา

มาคราวนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างเปลี่ยนไป มีคนไข้จำนวนมากมาย ที่มารับบริการ โรงพยาบาลมีเป้าหมายชัดเจนในการให้บริการ มุ่งมั่นเป็นสถาบันสำหรับการเรียนการสอนและให้บริการประชาชนในระดับ ตติยภูมิ

เรามีเวลาได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและเยี่ยมในโรงพยาบาลสักครึ่งวันเท่านั้นเอง เพราะต้องใช้เวลาที่เหลือเดินทางข้ามเขาไปที่รพร.ด่านซ้าย

แต่เวลาอันน้อยนิด นั้นแม่ต้อยได้สัมผัสแววตาที่มุ่งมั่น และ พลังของทีมที่อยากจะผลักดันให้ ระบบคุณภาพฝังในงานประจำ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ ที่ดีที่สุดสำหรับประชาชน

เหลือบเห็นป้ายติดตั้งทั่วทุกแห่งว่า

“สู้ สู้ เหลืออีก ๖๕ วันจะรับรองHA แล้ว “

แม่ต้อยกระซิบให้กำลังใจท่านคณบดี  นายแพทย์ ศุภสิทธิ์ พรรณารุโณทัย  ก่อนขึ้นรถ ว่า

คราวหน้าแม่ต้อยมาเยี่ยมอีกครั้ง  คงจะได้เห็นป้ายเปลี่ยนเป็น

“ เราผ่านการรับรอง HA แล้ว “ นะ

ท่านคณบดี ไม่ตอบว่าอะไรเลย เพียงแต่ หัวเราะ หึ หึ...

แต่แม่ต้อยรู้ว่า หัวเราะแบบนี้ทีไร  งานเป็นสำเร็จทุกทีสิน่า..

ขอให้กำลังใจนะคะ

สวัสดีคะ