การสร้างพื้นที่ หมายถึงพื้นที่ทางกายภาพให้เราได้มารวมตัวแสดงความเห็นกำหนดทิศทางก้าวเดิน (Shared Vision) จากนั้นก็ออกแบบกระบวนการที่จะสร้างพื้นที่แห่งความไว้วางใจกัน ให้เกิดความใกล้ชิดทางความรู้สึก ลดระยะห่างภายในจิตใจของแต่ละคน แล้วระเบิดความดีของตัวเองออกมาอย่างสร้างสรรค์

ช่วงนี้ มีงาน KM เข้ามาให้บริหารจัดการพอสมควร  นอกจากได้ไปเป็นกระบวนกรเข้าร่วมทีมนำกระบวนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายนอกองค์กรแล้ว  ภายในองค์กรก็กำลังขับเคลื่อนเกี่ยวกับวัฒนธรรมองค์กรอย่างเข้มข้น ในชื่อย่อที่เรียกว่า SMART (Safety, Morality, Accountability, Recognition, Teamwork) โดยมีหน่วยงานด้านพัฒนาบุคลากรเป็นแม่งาน  ส่วนเราในฐานะหัวหน้าทีมงานฝ่ายบริหารทั่วไปก็ได้ร่วมด้วยช่วยกันระดมสมองออกแบบวิธีการขับเคลื่อนวัฒนธรรมองค์กรโดยใช้ KM เป็นเครื่องมือเปลี่ยนแปลงจิตสำนึกในการทำงาน

      

บนพื้นฐานแนวคิดที่ว่า "ที่ทำงาน" คือบ้านหลังที่สองของพวกเรา เป็นแหล่งหล่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสุขกับครอบครัว และเป็นแหล่งเรียนรู้ให้เราได้พัฒนาสติปัญญาอย่างต่อเนื่อง  จึงเป็นการสมควรที่จะหันกลับมาทบทวนว่าทำอย่างไรที่จะให้ "สถาบัน" อันทรงคุณค่านี้มีความยั่งยืน มั่นคง เข้มแข็ง ทุกคนร่วมแรงร่วมใจแบ่งปันเสียสละเกื้อกูลให้แก่กัน "ทำหน้าที่ให้สมควรแก่หน้าที่"

 

สิ่งที่ได้นำเสนอไปในวันนี้คือการติดเครื่องมือ KM ให้กับ Change Agent ของหน่วยงานภายใน พูดง่าย ๆ ก็คือการสร้างทีมงาน KM ครบชุด มีทั้งกระบวนกรและผู้ถอดความรู้ 

 

ในสมัยที่องค์กรเฟื่องฟู เกือบสิบปีที่แล้วได้ส่งเจ้าหน้าที่กว่าสองร้อยคนไปเรียนวิชาสาระพัดสาขาเพื่อให้เกิดคุณลักษณะ Multifuntion คนเดียวเป็น one stop services รอบรู้เหมือนเป็ด   แต่ขณะเดียวกันก็มีคุณสมบัติพิเศษคือรู้วิธีการแสวงหาความรู้เจาะลึกในศาสตร์ต่าง ๆ เพิ่มเติมได้  องค์กรที่เป็นองค์กรเรียนรู้ (LO) โดยตัวเองอยู่แล้วนี้ ถึงเวลาที่จำต้องทบทวนทุนที่มีอยู่ว่าจะนำมาเจียรไนเพิ่มมูลค่าต่อไปอย่างไร  ถ้าจะว่าไปแล้วทุกคนเรียนรู้ตำรา KM ที่นำเข้ามาไม่แตกต่างกันมากนัก  แต่ขาดการลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง ลองผิดลองถูกและเรียนรู้  พัฒนากันไปเรื่อยๆ

            

เราจึงไม่อาจปฏิเสธได้ว่า "สิ่งที่เรามีเราหลงลืมที่จะใช้มัน"  ขอเพียงเรา "สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกัน"  ก็จะดึงดูดให้คนมีจิตศรัทธาที่จะทำสิ่งดี ๆ ให้กับองค์กรก้าวเข้ามาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่หลากหลาย

          

ในเบื้องต้นนี้ สิ่งที่เราร่วมกันนำเสนอคือการสร้างพื้นที่ หมายถึงพื้นที่ทางกายภาพให้เราได้มารวมตัวแสดงความเห็นกำหนดทิศทางก้าวเดิน (Shared Vision)  จากนั้นก็ออกแบบกระบวนการที่จะสร้างพื้นที่แห่งความไว้วางใจกัน ให้เกิดความใกล้ชิดทางความรู้สึก ลดระยะห่างภายในจิตใจของแต่ละคน    แล้วระเบิดความดีของตัวเองออกมาอย่างสร้างสรรค์

 

จากนั้นก็ค่อย ๆ ทะยอนโยนโจทย์ เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน...โดยยังไม่ได้ตั้งธง หรือความคาดหวังใด ๆ ว่าเราจะไปเส้นทางไหนให้ถึงจุดหมายปลายทาง

 

จากวง Dialogue ของทีมงาน SMART อาสา  สิ่งที่มองเห็นจากแววตาคือความจริงใจใสซื่อต่อสิ่งที่แม้ยังมองไม่เห็นแต่ก็มีความหวังเป็นแสงรำไรปลายอุโมงค์  ทุกคนสรุปกันได้อย่างน่าประทับใจว่า

"เราเกิดอารมณ์ร่วมที่อยากจะทำอะไรก็ไม่รู้แหล่ะให้กับองค์กรของเรา"

 

นับว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี...

            

            

ข้อค้นพบในวง Dialogue ที่เราควรทบทวนตัวเอง ก็คือ "การใคร่ครวญในสิ่งที่เพื่อนร่วมวงแสดงความคิดเห็น" และ "การรู้จักชื่นชมในสิ่งที่เขาทำ" 

 

มันเป็นไปได้อยู่แล้วที่การพูดคุยระหว่างกันย่อมมีข้อขัดแย้งแตกต่าง มีสิ่งที่ไม่ตรงจริตกันไปบ้าง  อาจจะเรียกว่า "หมั่นไส้" ก็ได้ แต่ขอให้กลับมาดูภายในตัวเอง รู้อคติที่เกิดขึ้น แล้วค่อย ๆ ละวางลง

 

ทุกคนต่างมีเจตนาดี ๆ มีคุณค่าในตัวเองทั้งนั้น เพียงแค่วิธีการนำเสนอของเขาต่างหากที่อาจไม่ต้องใจกันไปบ้าง  หากว่าเขาทำสิ่งดีงามเกิดขึ้น เราควรส่งเสริมกันและกันมิใช่หรือ

 

สิ่งหนึ่งที่เราระลึกอยู่เสมอคือ "เรามองไม่เห็นทะลุ ไม่เข้าใจบริบทที่แท้จริงของเขาอย่างถ่องแท้   จึงไม่ควรตัดสินวิธีการของเขา  เราควรดูที่ผลงาน  หากว่าเขาทำสิ่งดี ๆ เกิดขึ้นแล้ว ลองย้อนกลับมาดูที่ตัวเรา เราทำได้อย่างเขาหรือไม่  ในเมื่อเราทำให้เกิดผลลัพธ์แบบเขาไม่ได้   ก็จงชื่นชมเขาเถิด  เพื่อให้เขามีกำลังใจทำต่อไป..."