ไปใช้ชีวิตในห้องแอร์ตลอดวันที่กรุงเทพหลายวันเอาการอยู่ รู้สึกคิดถึงอากาศธรรมชาติบ้านนอกอย่างยิ่งจริงๆนะคะ

เมื่อวานกลับมาถึงบ้านเกือบค่ำ ดอกแตรนางฟ้า ตรงชานห้องอาบน้ำบานทักทาย ให้หายเหนื่อย

วันนี้เป็นเช้าวันแรกที่ได้อยู่บ้านอีกครั้ง สำรวจสิ่งรอบตัว

นกหลากชนิดยังส่งเสียงจุ๋งจิ๋งเช่นเคย เหมือน นกเขาคู่ ที่ชอบมาเกาะที่ต้นกุ่มน้ำหน้าท่า เพื่อรับแดดอ่อนยามเช้าแสนสุขใจ

 

แหงนมองต้นมะขามข้างบ้านมีดอกสะพรั่ง อยากเก็บมาทำแกงต้มโคล้งปลาสลิดย่างใส่ดอกมะขาม แต่จนใจที่ต้นสูงใหญ่เหลือเกิน

 

เอ๊ะ นั่นใบไม้หรืออะไรติดที่กิ่งมะขาม สายตาก็ไม่ค่อยดี ไปหยิบกล้องส่องนกมาส่องให้ชัดขึ้น หน้าตาเหมือน เห็ดหูหนู เลยค่ะ

คิดว่าน่าจะใช่ พยามยามมองให้ทั่วเผื่อจะมีหลายดอก แต่เห็นแค่ดอกเดียว แปลกใจมากที่เขามาโผล่อย่างนี้

ไปค้นข้อมูลจาก หนังสือ คุณค่าอาหารและการกิน ผัก ๓๓๓ ชนิด ของ สำนักพิมพ์แสงแดด ได้ความว่า

เห็ดหูหนูสีน้ำตาล ที่ฝรั่งเรียกว่า Jew's Ear Mushroom บางทีเรียก เห็ดหูหนูธรรมดา และ เห็ดหูลัวะ มีถิ่นกำเนิดในประเทศจีน แต่ก็พบได้ในบ้านเราที่มีอากาศร้อนชื้น พี่พบขึ้นตามธรรมชาติมักพบตามขอนไม้ หรือ ไม้ยืนต้น ในบริเวณที่ชื้นแฉะและสภาพอากาศร้อน

ชาวจีนถือว่าเห็ดหูหนูเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยรักษาโรคร้อนใน โลหิตจาง และแก้เจ็บคอ แก้ไอได้โดยต้มกับน้ำตาลจิบอุ่นๆ อีกทั้งบำรุงเลือด แก้อาการท้องเสีย อุจจาระปัสสาวะมีเลือดปน โรคริดสีดวงทวาร ช่วยขับลมในกระเพาะอาหาร

เห็ดหูหนูนี้จะนำมาทำอาหารอะไรก็อร่อยนะคะ เนื้อนุ่มนิ่ม และกรุบกรอบ ชอบให้พี่น้อยทำยำวุ้นเส้น ใส่เห็ดหูหนูสดหั่นเป็นชิ้นๆค่ะ แต่เจ้าเห็ดหูหนูดอกเดียวนี่คงไม่พอรับประทาน ปล่อยไว้ดูเล่นเพลินๆดีกว่านะคะ