ความเหล่านี้เป็นการตัดมาจากคำให้สัมภาษณ์ของพระอาจารย์ อำนาจ โอภาโส ที่สัมภาษณ์โดยทีมงานและพิมพ์ในนิตยสาร a day ฉบับที่ 108 ในหัวข้อการสัมภาษณ์ชื่อ
ทำไมเราถึงคุ้นเคยกับพิธีกรรมมากกว่าคำสอน?
...................................................................................................
ทำไมศาสนาถึงต้องมีพิธีกรรม มีข้อวัตรมากมายคะ
ธรรมะกับธรรมชาติคือสิ่งเดียวกัน แต่มาถูกบิดเบือนด้วยโลกสมมติ สร้างภาพลวงตาว่าต้องเป็นอย่างนี้ ต้องทำอย่างนั้น มันเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงหรอก แต่ทำไปเพื่อเอื้อเฟื้อรูปแบบ รักษาขนบธรรมเนียนประเพณี ไม่ใช่ตัวแก่น คนก็ไปหลงแต่เปลือกไง แล้วก็ยึดถือมั่น ทีแรกพุทธศาสนาก็มีแต่คำสอน ศีลก็ไม่เคยมีมาก่อน จนเมื่อมีคนบวชมากเข้า ก็ต้องมีกฎมีศีลขึ้นมา ห้ามทำอย่างนั้นอย่างนี้ เราก็เลยสงสัยว่า นี่น่ะหรือคือทางมรรคผลนิพพาน ไม่ใช่ นี่คือรั้วที่ปิดกั้นพวกปัญญาทรามที่จะหาทางออกจากกฎกติกาต่างหาก.....
ในเมื่อพิธีกรรมไม่ใช่แก่น เรายังควรยึดถือในพิธีกรรมอยู่ไหมคะ
พิธีกรรมคือการแสดงออกซึ่งความซาบซึ้งที่เรามีต่อศาสนา เมื่อเราได้ฟังธรรมะ ได้ฟังความจริงที่ช่วยให้เรามีทางออกของชีวิต มีทางที่พบกับความปลอดภัย พระพุทธเจ้าตรัสรุ้เรื่องอริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค คนธรรมดาไม่รู้ว่าทุกข์มาจากไหน คิดว่าทุกข์เพราะคนอื่นทำ ก็เลยไปฆ่าคนอื่น คิดว่าตัวเองทำให้ทุกข์ ก็เลยฆ่าตัวตาย แต่สิ่งที่พระพุทธเจ้าตรัสรู้คือ ความทุกข์ไม่ได้มาจากคนอื่น ไม่ได้มาจากตัวเรา แต่มาจากความหลงยึด ยึดมั่นถือมั่น ว่าฉันเป็นโน่น ฉันเป็นนี่ นี่ของฉัน
แต่เมื่อเราเข้าใจข้อนี้ ศาสนาก็พาให้เราพบทางออกของทุกข์ เราจึงกราบพระเพื่อขอนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าที่ทรงเสียสละ และตรัสรู้คำสอนที่วิเศษ งดงาม และคือความจริง ขอนอบน้อมต่อพระธรรมคำสอน ที่ทำให้เรามีที่พึ่งที่ปลอดภัย มีทางแก้ปัญหาที่ถูกวิธี ขอนอบน้อมต่อพระสงฆ์ที่ช่วยสืบทอดคำสอนนี้มา 2,500 กว่าปี
แต่เมื่อเราไม่รู้จักพิธีกรรม ไม่รู้จักพื้นฐานนี้ ความซาบซึ้งเราก็ไม่มี สมัยนี้พ่อแม่เดินมาเห็นพระ บอกลูกให้ไหว้ ลูกก็ไม่เข้าใจว่าจะไหว้ไปทำไม แต่ถ้าเข้าใจ เขาจะนอบน้อมซาบซึ้งกับการได้พบนักปราชญ์ผู้นำความจริงมาให้ พิธีกรรมคือความอ่อนน้อม จากการตระหนักถึงความดีงามของพระศาสนา ส่วนความอ่อนน้อมที่ไม่มีปัญญาเขาเรียกว่าความงมงาย
ทำไมเข้าวัดเราจึงมองเห็นแต่พิธีกรรมล่ะคะ
ก็โง่น่ะซีโยม ถามว่าวัดดีๆไม่มีเหรอ มี แต่เราไม่รู้จักเลือกต่างหาก เราก็ชอบไปหวือหวาฮือฮากับวัดที่เขาบอกกันว่าดัง ว่าขลัง เราไม่ได้ไปวัดเพื่อแสวงหาสัจธรรมนี่ วัดนี้สวยดีอยากไปเที่ยว เห็นเขาทำบุญกันก็ไปเพราะอยากได้บุญ อยากได้โน่นอยากได้นี่กับเขาบ้าง คนมันอ่อนแอ ชอบไปหวังพึ่งจากพิธีกรรม หวังความช่วยเหลือจากสิ่งภายนอก มันดูง่ายดี จะให้จ้ดการดูแลตนเอง ทำสมาธิให้เกิดสติปัญญาเพื่อแก้ไขปัญหาให้ตัวเองมันยาก ใช้เวลาเยอะ สู้จุดเทียนขอพร หวังว่าโชคจะดีไม่ดีกว่าเหรอ
พวกเทวรูปต่างๆ ที่เกิดขึ้นมาเพื่อชดเชยสติปัญญาของมนุษย์ มันง่ายกว่า เอาอะไรมาห้อยแล้วรวย ขายดีกันพรวดพราด เต็มเมืองไม่รู้กี่รุ่นต่อกี่รุ่น ไม่ใช่ความอ่อนแอของมนุษย์เหรอ พูดตรงๆนะ ถ้ามีคนฉลาดมากๆ เขาจะหากินได้ไหม ยิ่งคนอ่อนแอ ไม่เข้าใจชีวิต ไม่เข้าใจกระบวนการธรรมชาติ เขาถึงยังหากินอยู่ได้ทุกวันนี้
พิธีกรรมไม่ได้แก้ปัญหาทุกข์ คนส่วนใหญ่ทุกวันนี้ไม่เข้าใจโครงสร้างของชีวิต และวางท่าทีต่อชีวิต ต่อสังคม ต่อเรื่องราวต่างๆวิปลาส คลาดเคลื่อน ไฟเขียวหมายถึงอะไร ไฟเหลืองหมายถึงอะไร เสื้อเหลืองหมายถึงอะไร เสื้อแดงหมายถึงอะไร เห็นไหม ทุกวันนี้เราวิปลาส เราตกเป็นเบี้ยล่าง ศาสนาพุทธเข้าไปชำแหละความจริงให้มนุษย์ และสอนให้ใช้ชีวิตให้ถูกวิธีต่างหาก
เราควรเคารพพระสงฆ์ที่ไม่น่าเลื่อมใสไหมคะ
แม่สอนเด็กให้รู้จักไหว้พระ เพราะการไหว้ เป็นการเอื้อเฟื้อให้ศาสนายังดูงดงาม น่าเลื่อมใส เราเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวม เอื้อเฟื้อต่อพระศาสนา ว่ายังมีร่องรอยที่ผู้คนยังยอมรับอยู่ มีคุณค่าอยู่ ท่านจะเป็นอย่างไรมันเรื่องส่วนตัว คนที่เข้ามาแค่ชั่วคราว มาแค่คนที่ทำหน้าที่สมมติสงฆ์ แต่อย่างน้อย ถ้ายังไม่มีตัวจริง สมมติสงฆ์ก็ยังเก็บคำสอนเอาไว้ พอตัวจริงมา ก็จะได้ใช้คำสอนนั้นต่อ นี่คือการรักษา ถ้าไม่มีชาวบ้านมาบวชเลย จะทำอย่างไรล่ะ รักษาไว้ก่อน สวดไป ท่องไป วันหนึ่งมีผู้มีปัญญามาศึกษา จะได้ยังมีอยู่
พระอาจารย์ อำนาจ โอภาโส นามเดิม อำนาจ กลั่นประชา อดีตศิลปินเจ้าของภาพแนว Spiritual ที่ได้รับการยอมรับจากนานาชาติ ด้วยผลงานที่รับใช้สัจธรรมและหลักศาสนา ด้วยการแฝงพุทธปรัชญาเข้าไปในภาพเขียน หนังสือ และบทกวี รวมทั้งยังเป็นอาจารย์พิเศษสอนศิลปะแฝงธรรมะให้กับนักศึกษาหูหนวกที่วิทยาลัยราชสุดา หลังจากออกบวชเพื่ออุทิศตนให้กับพุทธศาสนา ท่านเผยแผ่หลักธรรมผ่านการบรรยายอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบัน จำพรรษาอยุ่ที่พุทธธรรมสถาน ผาซ่อนแก้ว อำเภอเขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์
สวัสดี ครับ
ธรรมะเช้านี้...มีมุมมองแง่คิด
ขอบพระคุณ คุณณัฐรดา ที่นำธรรม ดี ดี มาเผยแพร่
ด้วยความนับถือ ครับ
สวัสดีค่ะคุณแสงแห่งความดี
แวะมาแต่เช้าเลย ขอบคุณค่ะ
ต้อมเคยสงสัยว่าพิธีกรรมมีความสำคัญอย่างไร? มาอ่านบันทึกนี้ก็ทราบคำตอบแล้วค่ะ ขอบพระคุณนะคะ
มาชม
เห็นมุมมองของธรรมะดี ๆ นะครับ
สวัสดีค่ะคุณณัฐรดา
ดาวเคยรู้สึกหงุดหงิดกับพิีธีกรรมมากมายในวัด ไม่ชอบที่ทำอะไรตามๆ กันมาโดยไม่ทราบที่มาที่ไป....เห็นคนเฒ่าคนแก่ท่องอิติปิโส เท่าอายุก็เคยถามว่า..ยายท่องไปทำไม ยายรู้ความหมายหรือเปล่า ยายก็ไม่รู้ รู้แต่ว่าเค้าบอกว่าให้่ท่องอย่างนี้่ ทำตามๆ กันมา...จริงๆ แล้วพิธีกรรมก็ไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี ถึงจะไม่ใช่แก่นแท้ของพุทธศาสนา แต่ก็กระพี้ก็ยังต้องมีอยู่ เพื่อให้่ศาสนาสามารถดำรงอยู่ได้อย่างงดงาม...ถ้าพุทธศาสนิกชนประกอบพิธีกรรมด้วยปัญญา รู้ความหมายของการกระทำนั้นๆ คงจะดีไม่น้อยนะคะ
วัดรอบเอวฉันดูมั้ย เผื่อจะเข้าใจสักที
อิอิ
มันเป็นเพลงค่ะ เพลงใครแล้วก็ไม่รู้ นานมาแล้วค่ะ
เข้าวัดก็เหมือนกับการวัดรอบเอวตัวเองค่ะ
เป็นการสำรวจตัวเองโดนรอบ พิจารณาดูตัวเรา เห็นเราก่อน ก่อนจะเห็นเขา
ฉะนั้นวัดไหน ๆ ก็ไม่สำคัญเท่าวัดรอบเอวหรือเปล่าค่ะพี่ณัฐรดา
แงแง กอก็คิดไปตามภาษากอค่ะ อย่าถือสากันน่ะค่ะ
ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะที่พี่ช่วยสืบทอดเรื่องราวดี ๆ ศาสนาพุทธของเราน่ะค่ะ
ขอบคุณ คุณณัฐรดาที่เข้าไปเยี่ยมบล็อคสุ เรื่องกฏแห่งกรรม บัญชีที่ไม่มีใบเสร็จคะ
และขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ให้ข้อคิดในเรื่องการยึดถือพิธีกรรม มากกว่าหลักศาสนาที่ล้ำลึก คือควรสอนให้คนทำดีละเว้นความชั่ว ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ให้ตระหนักมากกว่านี้
แต่เวลาเข้าวัดแล้ว กลับมาเจอพีธีกรรมมากมาย ที่ไม่ได้ส่งเสริมหรือให้คนที่มาร่วมปฏิบัติ ได้รู้ซึ้งถึงแก่นแท้ ของการทำดี พระเทศธรรมดาเกินไป ไม่ทันโลกแปรปรวน
เช่นการบวช บวชกี่วัน บวชกี่ครั้ง ทำตามประเพณีหมดทุกอย่าง เป็นพิธีกรรมทางศาสนา แต่นอกจากพิธีกรรมแล้ว ควรจะให้สำนึก เรื่องกรรม เรื่องทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว เสียมากกว่า การที่จะอ้างว่า ได้บวชมาแล้วนะ แต่ไม่รู้ซึ้งอะไรเลย ควรปรับปรุงใหม่ได้แล้ว
แต่ก็ช่างเถอะคะ เมื่อเป็นประเพณีและวัฒนธรรมของคนไทยมาช้านานแล้ว รู้แต่ว่าต้องกราบไหว้พระพุทธพระธรรมพระสงห์ เป็นวัฒนธรรมที่ดีมานมนานแล้ว แต่ที่จะเน้นว่า ทำดีให้มากๆนะ ไม่มี มีแต่ทำทานบริจาค ให้มากๆนะ (ซึ่งจะเอาไปสร้างวัดที่สวยงามแข่งกัน)
และพระสงฆ์ ทุกวันนี้ก็มีข่าวที่ไม่น่านับถือ จะปรับปรุงเปลี่ยนแนวแบบไหน พระที่มาตรฐาน คือแบบไหน ว้าย! เม้นท์ยาวไปแล้ว พอก่อนนะคะ มีอะไรไปบอกนะคะ แล้วจะมาเยี่ยมคืนคะ เม้นท์ไปเม้นท์ไป ไม่มีจบสิ้นความคิดเห็นคะ เพลินคะ
อ่านแล้วใจสงบตามมองเห็นแง่มุมต่าง ๆ ที่ยังไม่เคยได้เห็นค่ะ...."แม่สอนเด็กให้รู้จักไหว้พระ เพราะการไหว้ เป็นการเอื้อเฟื้อให้ศาสนายังดูงดงาม น่าเลื่อมใส เราเอื้อเฟื้อต่อส่วนรวม เอื้อเฟื้อต่อพระศาสนา ว่ายังมีร่องรอยที่ผู้คนยังยอมรับอยู่ มีคุณค่าอยู่"...ขอบพระคุณที่นำมาให้ได้ยลให้ซึ้งไปถึงใจ
ขอบพระคุณมากค่ะ...
สวัสดีค่ะคุณสามสัก และอาจารย์ umi และน้องเนปาลี
ขอบคุณค่ะที่แวะมาและฝากความเห็นไว้
คุณ blue star คะ
ทุกวันนี้ยากที่จะบอกค่ะ ว่าไก่เกิดก่อนไ หรือไข่เกิดก่อนไก่
คือเพราะคนอ่อนแอลง ต้องการของสำเร็จรูปมากขึ้น ง่ายๆขึ้น จึงหันไปหาพิธีกรรมที่คิดว่าทำแล้วจะพ้นทุกข์ พ้นกรรม บางวัดเลยตอบสนอง
หรือบางวัดต้องการใช้ความสวยงาม ความเชื่อว่าสามารถช่วยให้พ้นทุกข์ได้ของพิธีกรรม เรียกคนเข้าวัดก่อน แล้วค่อยสอนอีกที แต่ไปๆมาๆ คนกลับเลือกติดที่พิธีกรรมมากกว่าคำสอน
ขอบคุณที่แวะมานะคะ
อ่านน้องกอบอกว่าเข้าวัดก็เหมือนวัดรอบเอว เพราะเป็นการสำรวจตัวเองแล้วเข้าใจเลยค่ะ
เข้าใจเปรียบเทียบจริงๆ