ความตั้งใจจะเขียนบันทึกฉบับนี้หลังจากเล่าเรื่องเมืองเลยอีกหนึ่งตอน  เพราะยังมีพระเอกนางเอกอีกคู่หนึ่งที่ต้องกล่าวถึงอย่างชื่นชม  และเป็นผู้ที่มีพระคุณสมควรยกย่องในคุณงามความดีไม่น้อยกว่ากัน   แต่ได้ตัดสินใจคั่นรายการด้วยบันทึกฉบับนี้จากความรู้สึกที่ขอบอกว่า.."ชาตินี้จะไม่ลืมพระคุณ"

Phornphon

        จากบันทึกที่  ๓๗๒.     คุณ Phornphon  ได้อนุเคราะห์ส่งหนังสือไปให้แล้วครั้งหนึ่ง  ซึ่งเป็นที่ปลาบปลื้มยังไม่จางหาย  และนักเรียนโดยเฉพาะชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๒ จะพูดถึงคุณพี่ Phornphon  จนติดปากเช่น "คุณครูครับอยากอ่านหนังสือของคุณพี่พรพลครับ"  หมายถึงหนังสือชุดที่แล้ว 

         วันนี้ได้รับความอนุเคราะห์หนังสือจากคุณพรพลอีก ๑ กล่องขนาดใหญ่  จากมิตรภาพที่เราได้แลกเปลี่ยนกันใน GotoKnow  ซึ่งฉันและน้องนัทได้สื่อถึงความหมายว่า  "เด็กที่โรงเรียนวิทยสัมพันธ์ขาดแคลนหนังสือทีดีมีคุณภาพอ่าน ชาตินี้ทั้งชาติก็จะเป็นคนดีคนเก่งกับเขาไม่ได้  อยู่กับโลกทัศน์ที่คับแคบตลอดเวลา  พ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเงินซื้อเพราะฐานะขาดแคลน  ครูมีรายได้ไม่เพียงพอกับรายจ่าย เพราะต้องเดินทางไกลกันทุกคน  คงไม่มีทรัพย์สินเหลือใช้มาบริจาคหนังสือให้กับเด็ก

         ความขาดแคลนของเด็กเหล่านี้ทำให้เด็กขาดเวทีของคนเก่งคนดีไปด้วยในหลายโอกาส   นับเป็นความชอกช้ำอย่างใหญ่หลวง  เพราะอย่างไรในสังคมของราชการเขาย่อมตัดสินกันโดยใช้เวทีและกรอบการประเมินเป็นตัวกำหนดเสมอ  หากฉันมีอิทธิฤทธิ์จะเสกให้คนในชุมชนของโรงเรียนวิทยสัมพันธ์ เข้มแข็งและมีเงินเหลือกินเหลือใช้พากันหันมาดูแลโรงเรียนของตนเอง โดยไม่พึ่งพาหน่วยงานใด  แต่ร่วมมือกันผลิตเยาวชนไปให้สังคมได้พึ่งพามากที่สุดในประเทศไทย

        คุณพรพลเคยสอบถามฉันว่าต้องการหนังสือประเภทไหน  แต่ฉันไม่ได้ตอบ   ด้วยความมุ่งมั่นและจิตอันเป็นกุศลของคุณพรพลได้ส่งหนังสือไปให้ในครั้งแรก และรวมทั้งครั้งนี้    ซึ่งเป็นที่ดีใจ ตื่นเต้นทั้งผู้อำนวยการ ครูบรรณารักษ์ นักเรียนและฉัน

       ผู้อำนวยการโรงเรียนบอกว่าให้ฉันแต่งภาพให้  เพราะต้องการจะเขียนบันทึกขอบพระคุณด้วยตนเอง รวมทั้งขอภาพหนังสือของคุณnuiที่ได้ส่งไปให้น้องนัท 

       ความรู้สึกปลื้มกับการได้พบคนดี  ดีด้วยความบริสุทธิ์ใจ  และประกอบกับการได้เห็นเด็ก ๆ  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ แย่งกันยืมหนังสือ ตอนเลิกเรียนเพราะพวกเขาสอบภาคความรู้เสร็จเรียบร้อยในวันนี้  โดยเขาบอกว่าให้ฉันเป็นผู้พิจารณาว่าพวกเขาแต่ละคนเหมาะสมกับหนังสือเล่มใด  ฉันจึงทำหน้าที่เลือกหนังสือส่งให้ทีละคน  คนละ ๑ เล่ม

        เล่มนี้...ของท่าน ว.วชิรเมธี เป็นเล่มแรกที่เด็กทุกคนอยากจะอ่าน  นับว่าเป็นหนังสือเล่มโปรดสำหรับเด็กกลุ่มนี้  และที่ไม่น่าเชื่อลูกศิษย์เกือบจะเหลือขอของฉันคนหนึ่งก็ต้องการที่จะอ่านหนังสือเล่มนี้ด้วย ซึ่งร้อยวันพันปีเขาไม่เคยสนใจที่จะเรียนรู้อะไร  ในที่สุดเพื่อน ๆ จึงเสียสละให้ และทุกคนเมื่อได้หนังสือแล้ว  พวกเขากล่าวถึงคุณงามความดีและอวยพรให้พี่พรพลด้วยถ้อยคำอันชื่นใจ  เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายภาพตอนที่พวกเขารุมยืมหนังสือ  น้อง ๆชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๒ และ ๑ ถือเป็นน้องเล็กเสียสละให้พี่เขาอ่านก่อนก็แล้วกัน 

        คุณงามความดีที่คุณพรพลได้หยิบยื่นให้กับเด็กที่ขาดแคลน  โดยเฉพาะที่โรงเรียนของฉันและทำให้เด็กของฉันมีความสุข  ถือว่าเป็นความดีที่หอมหวลชื่นใจ  เป็นการมอบให้ด้วยน้ำใสใจจริง  นับเป็นความรู้สึกที่เป็นสุขมากที่สุดในรอบปีที่ฉันได้รับ....เพราะฉันได้เห็นนักเรียนของฉันมีความสุข  ต่างกอดหนังสือคนละเล่มไว้แนบอกอย่างหวงแหนและมีค่าสูงยิ่งในชีวิต

      ความรู้สึกจะบอกว่าขอบคุณดูจะน้อยเกินไป   แต่จะมีคุณค่าอย่างยิ่งเมื่อ...วันพรุ่งนี้ฉันได้รับการสนทนาเรื่องราวจากหนังสือที่พวกเขาได้อ่าน... พระคุณนี้จะไม่ลืมค่ะ