"เสียดายจัง อาจารย์ไม่อยู่เมื่อคืน เราถกเถียงกันมันส์มาก" อันนี้เป็นคำทักทายแรกของสมาชิกนักวิจัยชุมชนที่เข้าอบรมการเรียนรายงานวิจัย ที่ ลีลารีสอร์ท ทักทายเมื่อผมไปถึงที่จัดอบรม ผมเลยเริ่มสนใจครับว่า เมื่อคืนมีกิจกรรมอะไรกัน เพราะที่ฝากงานไว้คือ กระตุ้นให้เขียนต่อแล้วกัน แล้วค่อยมานำเสนอกันเช้าวันนี้ เพราะผมอยากฟังด้วย ผมสังเกตว่า กิจกรรมตอนกลางคืนสร้างอะไรให้เกิดขึ้นกับนักวิจัยได้เยอะครับ รู้สึกความมั่นใจของแต่ละคนสูงขึ้น แสดงว่าเมื่อคืนนี้ต้องมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นแน่ๆ เลย

(ทีมนี้ก่อร่างสร้างกลุ่มจากคำถามในใจแต่ละคนว่า จนถึงตอนนี้เราทำอะไรเพื่อสังคมบ้างแล้วยัง และจากคำถามดังกล่าวปัจจุบันจึงเกิดโครงการวิจัยขึ้นในชุมชน)

เมื่อสอบถามได้ละเอียดก็ได้ทราบครับว่า เมื่อคืนมีการหยิบเอางานเขียนรายงานมาหนึ่งชิ้น แล้วก็ช่วยกันวิพากษ์วิจารณ์เรียนรู้กัน ซึ่งสมาชิกได้เล่าให้ผมฟังว่า พอทุกคนได้ร่วมกันวิจารณ์ มันก็ช่วยให้เกิดความมั่นใจในตัวเองเพิ่มขึ้นครับ ทุกคนเริ่มมั่นใจว่า "ฉันทำได้ ฉันเขียนรายงานวิจัยให้มีคุณภาพได้" และในใจผมตอนนั้นก็เริ่มมั่นใจว่าวันนี้น่าจะสามารถอุดช่องโหว่บางอย่างจากงานเมื่อวานที่เห็นได้ 

 

 

(โดยปกติงานของ สกว. เราจะเช็คได้ครับว่าจากกระดาษข้างฝาอย่างนี้แหละครับ ผมเลยมาดูได้ว่า เมื่อคืนเขาคุยอะไรกันบ้าง)

กิจกรรมแรกเลยเป็นการนำเสนอและแลกเปลี่ยนความเห็นครับ โจทย์คือ คนเขียนอ่าน และอีกคนหนึ่งวิจารณ์ แต่มีกติกาใหม่ครับคือ ต้องขึ้นไปนำเสนอและวิจารณ์กันบนเวที อันนี้คิดได้ตอนนั้นครับว่า น่าจะฝึกการนำเสนอด้วย ให้คุยชินกับการพูดบนเวที เพราะเวลานำเสนองานส่วนใหญ่ก็ต้องขึ้นเวทีอยู่แล้ว รอบหน้านักวิจัยจากโหนดอิสลามศึกษาฯ จะได้ไม่ประหม่า ซึ่งจากการสังเกตก็ต้องบอกว่าทำได้ดีครับ

 

(โครงการนี้เป็นโครงการที่ 2 ของทีมนี้ครับ เขียนดี นำเสนอดีครับ)

ฟังแล้วก็บอกได้ว่าแต่ละโครงการทำได้ค่อนข้างดีครับ มีจุดที่จะต้องปรับสำคัญคือ การนำเสนอความคิดเห็นของคนเองลงไปในงานเขียน เพราะส่วนใหญ่สามารถนำเสนอกิจกรรมของตนเองได้แล้วว่า ทำวิจัยกันยังงัย แต่ไม่ได้นำเอามุมมอง ความคิดเห็น อารมณ์ในตอนนั้นมาประกอบไว้ในการเล่าเรื่องด้วย ออ. แต่ที่ทำได้ดีเยี่ยมมีสองโครงการครับ เขียนและนำเสนอได้ดีมาก ที่สำคัญเป็นโครงการของผู้อาวุโสด้วย ต้องยกนิ้วให้จริงๆ

 

(แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างกลุ่ม และกับพี่เลี้ยงครับ)

 

ทำไงให้นักวิจัยสามารถถ่ายทอดอารมณ์ในการทำงานออกมาให้ได้ ผมเิกิดปิ๊งขึ้นมาว่า งั้นลองเขียนนำเสนอกิจกรรมที่ยังไม่ได้ทำสิว่าจะเล่ายังงัย โอ้ ปรากฏรอบนี้ผลงานเปลี่ยนเลยครับ เขียนดีขึ้น นำเสนอดีขึ้น เลยนึกถึงคำพูดของนักวิจัยท่านหนึ่งที่พูดไว้ว่า ถ้าได้เขียนสักสองสามครั้ง รับรองว่างานจะง่ายขึ้น ผมเริ่มสบายใจและพอใจกับผลงานของทุกคนครับ

(นำเสนอ และช่วยกันวิพากษ์ ที่สำคัญชิมลางขึ้นเวทีบ้าง)

มีประเด็นหนึ่งที่นักวิจัยชุมชนพูดคุยกับผมตั้งแต่ในวงอาหาร จนกระทั่งคุยแต่ในห้องประชุมคือ บรรยากาศของห้องประชุมทำให้รู้สึกอึดอัด ความคิดสร้างสรรค์จำเป็นต้องมีบรรยากาศที่เกื้อหนุนกัน ทำยังงัยให้บรรยากาศผ่อนคลาย ฮือ อันนี้พยายามทำแล้วครับ เช่น จิบกาแฟกันคุยไป เขียนไป แฮ และก็ให้ออกไปนั่งคุยกันนอกห้องประชุม เพียงแต่งานหลักยังอยู่ในห้องประชุมเท่านั้นเอง

ท้ายสุดของกิจกรรมครั้งนี้คือการเปิดใจครับ โดยทำกันสองรูปแบบคือ เขียนและพูด ที่ผมชอบคือเขียนครับ เพราะผมขออนุญาตทีมงาน หยิบงานเขียนระบายมาอ่านเก็บข้อมูลสักหน่อย ปรากฏ โอ้เขียนดีจริงๆ เล่าเหตุการณ์การเข้าร่วมอบรมครั้งนี้ตั้งแต่ทราบข่าว สภาพการอบรม ความรู้สึกนึกคิดได้ชัดเจนมาก ฮิฮิ อยากให้เขียนงานวิจัยแบบนี้แหละครับ ไม่รู้ทำได้หรือเปล่า

เดิมผมตั้งใจว่าจะให้แนวคิดในการเขียนอย่างน้อยสามบทครับ โดยเริ่มจากบทที่สาม ซึ่งคิดว่าน่าจะง่ายสุด แล้วจะไปบทที่สอง และจบที่บทที่สี่ แต่สุดท้ายสองวันได้เทคนิคการเขียนเพียงบทที่สามบทเรียนครับ

(ถ่ายภาพ บันทึกความทรงจำ)

 

(ก่อนจากกันก็เก็บภาพหมู่ไว้เป็นที่ระลึก ดูภาพทั้งหมดได้ที่นี่ครับ) 

สำหรับทีมชุดนี้ คงต้องเจอกันอีกสักรอบสองรอบครับ สำหรับการเขียนรายงานวิจัย เพราะร่วมกันเขียนการอ่านงานวิจัย สร้างคุณภาพให้กับสิ่งที่มีคุณค่าที่ได้ทำจริงไปแล้ว

ออ. ตอนทีมงานให้เขียนบันทึกเรื่องราวในการอบรมครั้งนี้ ผมก็โดนด้วยครับ แต่บอกว่า ผมเขียนไปแล้วเมื่อคืน ไม่เชื่อไปอ่านได้ที่ g2k ปรากฏมีคนใช้มือถือเข้าเว็บมาดูครับ ยืนยันให้ผมได้ว่า เขียนไปแล้วจริงๆ ฮิฮิ