ถ้าอ่านงานวิจัยเกือบทุกเรื่องในบทที่ 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมูลมักจะมีการนำค่าเฉลี่ยมาใช้คู่กับส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่ง ค่าเฉลี่ย (    )เป็นสถิติที่ใช้สำหรับเป็นตัวแทนของข้อมูลในกลุ่ม เป็นมาตราวัดแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลาง ที่เรียกว่ามาตราวัดแนวโน้มเข้าส่วนกลางเพราะ เป็นค่าที่มีแนวโน้มจะอยู่ตรงกลางของการแจกแจง ส่วนส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เป็นมาตราวัดการกระจายของข้อมูล ที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย (SD) ซึ่งประโยชน์ของค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานที่นำมาใช้ในงานวิจัยมี ดังนี้

          1. การสร้างแบบทดสอบมาตรฐาน จะต้องพิจารณาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ซึ่งค่าเฉลี่ยซี้ถึงความยากของแบบทดสอบ เช่น ถ้าคะแนนเต็ม คือ 10 คะแนน ค่าเฉลี่ย 1-4ยากเกินไป ค่าเฉลี่ย 4-7 พอเหมาะ และ ค่าเฉลี่ย 8 ง่ายเกินไป

          2. ใช้พิจารณาความเที่ยงตรงของเนื้อหาของแบบทดสอบอิงเกณฑ์  โดยนำข้อสอบไปให้ผู้เชี่ยวชาญประเมินหรือพิจารณาข้อสอบแต่ข้อ ว่าวัดตรงตามจุดประสงค์ที่ผู้วิจัยระบุไว้หรือไม่ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจะกำหนดคะแนนตามความเหมาะสม เป็น  54 3 2 1 หลังจากนั้นก็นำมาหาค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานแล้วพิจารณาแต่ละข้อว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่  แล้วพิจารณาว่าข้อสอบข้อใดเหมาะสมในการนำไปใช้

          3. ใช้ในการประเมินผลสรุป ที่เครื่องมือเป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating scale) โดยนำคะแนนหรือผลการประเมินแต่ละคนมาตรวจให้คะแนน รวมคะแนนทุกข้อของแต่ละคน ได้เท่าใดแล้วหารด้วยจำนวนข้อ ก็จะได้ค่าเฉลี่ย และถ้าต้องการตีความก็นำไปพิจารณาเทียบกับความหมายหรือเกณฑ์เปรียบเทียบที่ระบุไว้สำหรับแต่ละระดับ

         4.  ใช้สำหรับแสดงการเปรียบเทียบความสามารถของกลุ่ม

        5. ใช้สำหรับคำนวณหาค่าสถิติอื่น ๆ

      จะเห็นว่า ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน มีประโยชน์มาก ซึ่งขึ้นอยู่กับการเลือกนำไปใช้ตามความเหมาะสมและความต้องที่นำไปใช้อธิบายให้ผู้อ่านได้เข้าใจ ได้ง่ายด้วย