แม่ต้อยได้รับการประสานงานจากน้องศิริมา นามประเสริฐ หรือน้องหนิงจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นในเช้าวันหนึ่ง
“ อาจารย์คะ จำหนิงได้ไหมคะ? หนิงอยากเชิญอาจารย์มาบรรยายเรื่อง” ผู้หล่อเลี้ยงองค์กรที่มีคุณภาพที่มีชีวิตและยั่งยืนนะคะ..”
น้องหนิงเป็นนักวิชาการประจำสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่นที่แม่ต้อยรู้จักมานาน จากการทำงานด้านคุณภาพนี่ละคะ
แม่ต้อยจะมีนิสัยอย่างหนึ่งคือรับปากไว้ก่อน แล้วค่อยมาแก้ไขปัญหาทีหลังเมื่อจวนตัว ฮ่าๆๆ
งานนี้แม่ต้อยเดินทางไปคนเดียว น้องพอลล่าจึงโทรบอกให้น้องกุ้งสุธีรา จากรพ.ศรีนครินทร์( ที่เพิ่งพักฟื้นจากการรับรองครั้งที่๒ยังไม่หายไข้เลย อิอิ)ให้มาช่วยดูแลแม่ต้อยด้วยเกรงว่าจะเป็นลมเป็นแล้งก่อนที่จะได้ทำงานให้สำเร็จเสียก่อน
น้องกุ้งบอกว่าตอนนี้นัดสามสาว ที่มีชื่อย่อว่าก. ได้หมดแล้ว อันประกอบด้วย น้องกุ้ง น้องแก้ว และน้องไก่ เพื่อพาแม่ต้อยไปรับประทานส้มตำปลาร้า อาหารสุดชอบของแม่ต้อยนั่นเอง
น้องกุ้งบอกว่า “ กลัวแม่ต้อยจะไม่ได้กินส้มตำเลยต้องเรียกทีมด่วน..555.”
แต่เสียดายคะ ที่แม่ต้อยไม่สามารถรับความปราถนาดีได้ ทั้งที่ใจสุดแสนเสียดาย..ไว้โอกาสหน้านะคะ
ทางสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดขอนแก่น จัดประชุมวิชาการในหัวข้อที่น่าสนใจมากๆคะ ในเรื่อง “ ง่าย มัน ดี มีสุข กับงานสาธารณสุขยุคใหม่” มีคนเข้าร่วมประชุมประมาณ ๖๕๐ คนแต่แบ่งเป็นหัวข้อต่างๆ เช่นความรู้เรื่องคุณภาพ ความรู้เรื่องกฏหมาย ความรู้เรื่องงานวิจัย
เมื่อแม่ต้อยบรรยายเสร็จเรียบร้อย ก็ต้องรีบไปนอนพักเพราะว่ามีอาการหน้ามืดอย่างกระทันหัน แต่ก็ยังทันได้หยิบเอกสารประกอบการประชุมขึ้นไปอ่านด้วยเพื่อไม่ให้ได้เสียโอกาสในการเรียนรู้ จากสิ่งดีดี ที่น้องๆได้พยายามเรียนรู้และจัดทำขึ้น
แม่ต้อยได้เห็นแนวโน้มของระบบบริการที่มีมิติด้านจิตใจ ต่อยอดจากงานบริการที่ได้พัฒนาคุณภาพแล้วจากหลายๆโรงพยาบาล มีเรื่องหนึ่งที่น้องๆเขียนอย่างเรียบง่าย แต่ได้สะท้อนการทำงาน ที่ทำจากใจจริงๆ ของทีมงานบนพื้นฐานของความเป็นจริงที่เราๆรู้กันอยู่แล้วว่างานให้บริการบนความขาดแคลนนั้นมันแสนที่จะลำบากมากขนาดไหน
แม่ต้อยอยากจะตั้งชื่อเรื่องนี้ว่า “ คุณชาย”
โรงพยาบาลแวงใหญ่ ขนาด ๓๐ เตียงในจังหวัดขอนแก่นติดเขตชายแดนชัยภูมิ ซึ่งเป็นปกติที่แผนกคนไข้นอกจะมีจำนวนมากเมื่อเทียบกับบุคลากรที่มีจำนวนน้อย และสำหรับแผนกคนไข้ในของรพ.ชายขอบเช่นนี้ก็ต้องรับภาระหนักในการรับคนไข้ทุกประเภท พระ นักบวช ชาย หญิง เด็ก จิตเวช คลอด ตลอดจนคนไร้ที่พึ่ง
วันหนึ่งมีคนไข้ชายไม่ทราบชื่อ ไม่มีข้อมูลใดๆ ถุกนำส่งโรงพยาบาลด้วยรถกู้ชีพ ที่พบชายคนนี้นอนข้างทาง นั่นเป้นเพียงข้อมูลเดียวที่เราทราบ
การดูแลรักษาเป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากการสื่อสารที่ไม่รู้เรื่อง ได้เพียงแต่การสบตาเท่านั้น ไม่มีความเข้าใจใดๆเกิดขึ้นระหว่างกัน แม้แต่ชื่อ เรายังไม่รู้จัก ดังนั้นพวกเราจึงพร้อมใจกันเรียกเขาว่า “ คุณชาย”
เราพยายามรักษาคุณชายตามอาการ แต่ไม่ดีขึ้น จึงส่งต่อไปที่รพ.จิตเวช โดยมีพวกเราคอยติดตามถามอาการคุณชายอย่างใกล้ชิด
ต่อมาคุณชายได้ถูกส่งต่อไปที่รพ.ศูนย์ อีกต่อหนึ่งเพื่อการักษาโรคเรื้อรังที่เกิดขึ้น โดยมีทีมเราที่แสดงตัวเป็นญาติและเจ้าของไข้คุณชายคนนี้
จากพยาธิสภาพและ โรคเรื้อรัง ทางโรงพยาบาลศูนย์ได้แจ้งให้ไปรับคนไข้กลับเพื่อรัษาระยะสุดท้าย ที่โรงพยาบาลของเราเอง
ทีมเราวางแผนอย่างดีให้คุณชาย ตั้งแต่ การอาบน้า การตัดเล็บ เสื้อผ้า ป้อนข้าว ป้อนยา การขับถ่าย กายภาพบำบัด แต่เขาก็ยังไม่เคยเอ่ยปากคุยกับพวกเราเลย แม้แต่สักคำ..ให้ได้ยิน
วันหนึ่งขณะที่เรากำลังป้อนข้าวให้ ทันใดนั้นคุณชายเอ่ยปากแผ่วเบา
“ ผมชื่อ....”
แต่พอเราถามนามสกุล ด้วยความดีใจ ที่จะได้รู้จักและช่วยสืบค้นญาติ พี่น้องให้ แต่กลับมีแต่ความเงียบเข้ามาแทนที่ดังเช่นเคย เราคงหมดหวังที่จะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของคุณชายเสียแล้ว
เราพยายามติดต่อประสานงานไปทุกที่ หน่วยราชการต่างๆ ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน วิทยุชุมชน จนกระทั่งคุณชายที่ไร้ญาติ ต้องมาเป็นญาติสนิทของเราเอง..
๓ เดือนผ่านไปอาการคุณชายไม่ดีขึ้น ผ่ายผอม ซึม ไม่มีรอยยิ้ม หรือการสบตาดังที่เคยเห็น..ไม่ยอมกลืนข้าว หรือแม้แต่น้ำ แม้ว่าพวกเราจะเพียรอ้อนวอน แพทย์ได้ให้อาหารทางสายยางแทน ร่างกายเริ่มมีปุ่ม ตามกระดุกก้น สะโพก สะบัก ซี่โครง อย่างชัดเจน
ในที่สุดคุณชายก็จากพวกเราไป พวกเราเฝ้าดูคุณชายจนกระทั่งลมหายใจสุดท้ายของเขา...อย่างสงบ
เราทำทุกอย่างให้คุณชาย การแจ้งตายโดยไม่มีแม้เลขประจำตัว
ขอบคุณ คุณชายที่ทำให้เราได้ใช้ความรักอย่างเบ่งบานและเต็มที่
ขอบคุณ สื่อต่างๆที่ประกาศหาญาติให้คุณชาย
ขอบคุณงานทะเบียนราษฏร์ อำเภอแวงใหญ่ ที่ทำให้การตายของคุณชายถุกกฎหมาย
ขอบคุณ มูลนิธิพุทธญาณบ้านไผ่ ที่ทำให้ศพไม่มีญาติ มีศักดิ์ ศรีความเป็นมนุษย์
ขอบคุณ ทีมสุขภาพโรงพยาบาลแวงใหญ่ที่ทำให้รู้จักความหมายของคำว่า “ ทีม”
และสุดท้าย...ที่พวกเรายังต้องการที่จะรู้...
“ คุณชาย... คุณคือใครคะ?
...................................................................................
แม่ต้อยอ่านเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกของเรื่องเล่าหลายๆเรื่องที่นำมาเสนอในวันนี้ แค่ได้อ่าน ก็ได้ประจักษ์ถึงพลังน้ำใจของคนทำงานอย่างแท้จริง และยังมีเรื่องเล่าดีดี จากโรงพยาบาลแห่งอื่นอีกมากมาย
การทำงานในด้านหนึ่งคือการให้ได้มาซึ่งสิ่ง หรือปัจจัย ที่จะนำมาหล่อเลี้ยงชีวิต แต่ความงดงามอีกด้านหนึ่งก็คือสิ่งที่หล่อเลี้ยงชีวิตและศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจ... การทำงานด้วยความเรียบง่ายและด้วยจิตใจที่แบ่งปันกัน เอื้อเฟื้อกันทำให้การงานนั้น เกิดผลดี และมีความสุข และความยั่งยืน ที่ทุกคนต้องการ
แม่ต้อยอยากจะบอกชาวจังหวัดขอนแก่นว่า ที่จริงแล้ว ทีมงานและโรงพยาบาล น่าจะได้คำตอบแล้วว่า การทำงานที่ ง่าย มัน ดี และมีสุข นั้นเป็นอย่างไร ?
และทำให้แม่ต้อยนึกถึงบทกวีของท่าน อังคาร กัลยาณพงศ์ ทีมีความไพเราะและความหมายที่ดีมาก ดังนี้
“ น้ำไหล อายุไขก็ไหลร่วง
ใบไม้ร่วงชีพก็ร้างอย่างความฝัน
ฆ่าชีวา คือพร่าฆ่าคืนวัน
จะกำนัลโลกนี้มีงานใด”
สวัสดีคะ

แม่ต้อย เขียนบันทึกได้เป็นธรรมชาติ อ่านเเล้วสบายใจมากเลยครับ ได้สัมผัสกับแม่ต้อยเเล้ว อ่านไปคิดถึงบุคลิกที่อบอุ่นไปทำให้ บันทึกอ่านเเล้วกรุ่นไอรักเลย
ดีใจครับที่จะได้ร่วมทำงานกับ คน สรพ. ถือว่าได้รับเกียรติ
***
ผมขอหารือตรงนี้เลยครับ
วันพุธ ที่ ๓๐ กย. นี้
แม่ต้อยคะ
ทีมขอนแก่น เสียดายที่ไม่ได้ต้อนรับแม่ต้อยที่ร้านแซบนัว ที่เคยพาพอลล่าไปทาน แซบอย่าบอกใคร คุณไก่ ประกายยืนยันค่ะ
จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
สวัสดีคะ
น้องเอก
กำลังคิดถึงมากๆคะ
เอาเป็นว่าแม่ต้อยก็ตอบข้อหารือตรงนี้เลยนะคะ อิอิ
วันนี้แม่ต้อยเพิ่งนัดกับน้องๆคะ ว่าจะเชิญพี่เอกมารับรู้ สาระของโครงการคะ และประเด็นที่ต้องการเรียนรู้คะ
แม่ต้อย เตรียมเวลาไว้แล้วคะ ตั้งแต่ ๑๐ โมงเป็นต้นไปนะคะ
รวมทั้งอาหารกลางวันคะ
น้องเอกเหนื่อยแย่เลย
ขอบคุณมากนะคะ จะรอคะ
ยินดีครับ ไม่เหนื่อยครับ ผมพวกบ้าพลัง
ช่วงเย็น ผมมีนัดคุย กับ กองวารสารหมออนามัย ที่ตึก สำนักงานปลัดกระทรวง ต่อจาก ในช่วงหารือกับ กองทันตสาธารณสุขแล้ว 5 5 5 ให้คุ้ม เพราะไปกระทรวงทั้งที :)
แก้ว..อุบล จ๋วงพานิช
สวัสดีคะ
น้องแก้ว
นี่แม่ต้อยยังเสียดายมั่กๆๆนะคะ
โอกาสหน้า ไม่มีการพลาดแน่นอนคะ
รักคะ
เเม่ต้อยขา ตามพี่เเก้วมายืนยันค่ะ วันนั้นเราเตรียมตัวเต็มที่ กุ้งกะว่าจะรับลูกแล้วก็จะเเวะไปหาพี่ไก่ พี่เเก้วตามสถานที่นัดหมายเดิมคือห้องทำงานพี่ไก่ พี่เเก้วอาสาเป็นสารถี จะพาเเม่ต้อยไปทานส้มตำร้านเเซบนัว ฟังชื่อเเล้วก็น้ำลาย ไหล เสียดายเเม่ต้อยถูกชิงตัว ไปก่อน ไม่เป็นไรค่ะ พ.ย. นี้คงได้ต้อนรับเเม่ต้อยอีก อ่านเรื่องราวของคุณชายเเล้วก็เศร้านะคะ เเต่สิ่งหนึ่งที่เห็นคือเห็นเหมือนเเม่ต้อยค่ะ ชายได้รับการดูแลเเละจัดการงานศพ อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นคน ชื่นชมชาวโรงพยาบาลเเวงใหญ่ค่ะ
กุ้งนาง สุธีรา
สวัสดีคะน้องกุ้งนาง
วันนั้นแม่ต้อยอาการหนักมากคะ
อิอิ ต้องนอนให้หมอมานวดทั้งตัว
คราวหน้าแม่ต้อยเป็นเจ้าภาพนะคะ
ร้านแซบนัวคะ
สวัสดีค่ะ แม่ต้อย แวะมาสวัสดีก่อนไปทำงานเช้าวันศุกร์
ตามมาอ่านเรื่องเล่า เรื่องราวดีๆ
ไม่หวั่นแม้วันมามาก แม้ต้อย update เสมอเลยค่ะ
sha-รพ.แก่งคอย จังหวัดสระบุรี
ขอบคุณมากคะ
ขยันจริงๆเลย ยกนิ้วให้คะ
ขอบคุณคะ สำหรับกำลังใจ
บุษรา
การเข้ามาอ่าน นี่นับว่า เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ
สำหรับแม่ต้อยคะ ที่เอาเรื่องต่างๆมาเล่าในบล็อกนี้คะ
ขอบคุณมากนะคะ
บุษรา
การเข้ามาอ่าน นี่นับว่า เป็นกำลังใจที่ดีมากๆ
สำหรับแม่ต้อยคะ ที่เอาเรื่องต่างๆมาเล่าในบล็อกนี้คะ
ขอบคุณมากนะคะ
ขอบคุณคะ สำหรับกำลังใจ