สวัสดีครับ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ
กลับจาก Gotoknow สัญจร ครั้งที่ ๑ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น ที่ผ่านมา มีหลายเรื่องราวที่ผมคิดต่อจากนั้น
เรื่องสืบเนื่องจากความรู้ของอาจารย์เป็นเรื่องหนึ่งที่ผมไตร่ตรอง คิดกลับไปกลับมาหลายตลบ...
ผมเป็นไม้เบื่อไม้เมากับวิชาวิทยาศาสตร์มากครับ ตอน ม.๔ ผมติดศูนย์วิชาวิทยาศาสตร์ทุกวิชา เคมี ฟิสิส์และชีววิทยา (แหะ แหะ รวมทั้งคณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษด้วย...) หลังจากเกินเยียวยาผมหันหลังให้กับการเรียนสายสามัญ ผมก็หันหลังให้วิทยาศาสตร์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
เป็นเพราะกิจกรรมของอาจารย์ในงานทั้งการพูดคุย บรรยาย สาธิต ชวนทำ ฯลฯ ทำให้ผมมีทัศนคติเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ดีขึ้นเป็นอันมาก อาทิ
วิทยาศาสตร์เป็นเรื่องยากก็ใช่ แต่เรื่องง่าย ๆ ในชีวิตประจำก็เป็นวิทยาศาสตร์
วิทยาศาสตร์ดูแล้วจริงจัง เคร่งเครียดก็จริง แต่ขณะเดียวกันก็สามารถหาความงดงาม ความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ฯลฯ ได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน
มิได้กล่าวเกินเลยครับ ทั้งหมดนี้มาจากการได้ฟังการพูดคุยของอาจารย์ในห้องประชุม ความประทับใจในสารที่อาจารย์สื่อออกมาในวันนั้น ได้สร้างแรงบันดาลใจที่จะทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลังจากยืน-เดิน-นั่ง-นอนคิดในหลายวันที่ผ่านมา
ในระยะเกือบสิบปีที่ผ่านมา ผมเข้าไปเกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาค่อนข้างมาก มีโอกาสเดินทางไปเยี่ยมเยียนโรงเรียนต่าง ๆ มากมาย ทั้งในเมืองและในชนบท
สิ่งที่ผมพบเห็นคือ คุณภาพหรือศักยภาพการเรียนรู้ของนักเรียนลดลงไปเรื่อย ๆ ครับ เรียกว่ายิ่งปฏิรูปการศึกษาการเรียนรู้ของนักเรียนยิ่งหดลดหายลงไป นี่เตรียมการปฏิรูปรอบสอง ผมไม่อยากนึกถึงเลย...
ผมเองก็ชะตากรรมเดียวกับนักเรียนในชนบททั้งหลาย รวมทั้งผู้ผ่านจากระบบการศึกษาของประเทศที่ขาด ๆ เกิน ๆ ที่ผลิตคนให้มีจิตใจเป็นนักไสยศาสตร์ มากกว่ามีจิตใจแบบนักวิทยาศาสตร์ สิ่งนี้กระมังที่ทำให้การพัฒนาทั้งหลายทั้งปวงของประเทศไปได้ไม่ถึงไหน
ผมมีช่วงเวลาสั้น ๆ ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับการส่งเสริมผู้มีความสามารถพิเศษของประเทศ ในด้านวิทยาศาสตร์นั้นผมพบว่าตัวป้อนเข้าสู่ระบบการผลิตนักวิทยาศาสตร์ของประเทศคับแคบมาก ยังไม่รวมไปถึงการกระจุกอยู่ในเพียงกลุ่มเล็ก ๆ คงไม่ต้องพูดถึงระบบการศึกษาของบ้านเราที่กว่านักเรียนจะผ่านพ้นเข้ามาสู่ระบบดังกล่าวได้ ศักยภาพได้ถูกทำลายไปแล้วมิใช่น้อย
(๑) ทำอย่างไรจะส่งเสริมความคิดจิตใจนักวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนได้อย่างกว้างขวาง และ (๒) การดำเนินการนี้จะส่งผลต่อการปฏิรูปการเรียนรู้ของประเทศได้หรือไม่/อย่างไร คือ โจทย์ที่ผมพยายามคิด
ผมคิดข้อ (๒) ออกก่อนว่า การส่งเสริมกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เป็นเรื่องเดียวกันกับการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ หากนักเรียนเข้าถึงและเข้าใจกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นั่นคือจุดเริ่มต้นในการพัฒนาศักยภาพการเรียนรู้ เป็นการสอนวิธีการหาความรู้ ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในโลกยุคปัจจุบัน
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมคิดข้อ (๑) คิดออกบ้าง แต่ยังไม่สุด ๆ
ผมคิดว่าน่าจะมีทดลองทำงานกับโรงเรียนประถมศึกษาในชนบทที่มีความพร้อมพอประมาณ เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ให้แก่นักเรียนในโรงเรียน ผ่านกิจกรรมที่หลากหลาย
ผมอยากให้เด็กในชนบทได้มีโอกาสได้เรียนวิทยาศาสตร์ ได้รับการปลูกฝังจิตใจนักวิทยาศาสตร์ ซึ่งแน่นอนว่าผมมิได้คาดหวังว่าระบบการศึกษาปกติจะดำเนินการได้
ผมคิดแล้วก็อยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ แต่ลำพังผมคงทำอะไรได้ไม่มาก
ในฐานะอาจารย์เป็นผู้จุดประกายผม อยากเรียนถามว่าความคิดในการขับเคลื่อนนี้จะเป็นไปได้จริงหรือไม่ มันจะสามารถเริ่มต้นจากในชุมชน GotoKnow นี้ได้หรือไม่ และถ้ามันจะสามารถดำเนินการได้จริง จะเริ่มต้นอย่างไรดี
คำถามเดียวกันนี้
ผมถามบรรดากัลยาณมิตร
ใน Gotoknow นี้ด้วยนะครับ
.....
แผนภูมิข้างล่างนี้เป็นข้อเสนอพี่บางทราบครับ

สวัสดีครับน้องหนาน อ. รูญ ระโนด นักคืดนักเขียนแห่งสถาบันทักษิณ ให้ความหมายการศึกษาในปัจจุบัน การศึกษาแบบ"บ้าใบ ไกลบ้าน"ครับ เหมือนต้นไม้ ใส่ปุ๋ยจนใบดก แต่ไม่ตกผล ไกลบ้าน ชอบส่งลูกหลานไปเรียนที่โรงเรียนไกลบ้านที่มีชื่อเสียงครับ
สวัสดีค่ะ
ผมมีแรงบันดาลใจจริง ๆ อยากทำงานกับดรงเรียนเล็กในชนบทสักจำนวนหนึ่ง เพื่อส่งเสริมกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งผมคิดว่าเป็นรูปธรรมของการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้
อยากได้ความคิดเห็น อยากเชิญชวนเพื่อนสมาชิกที่เห็นด้วยมาร่วมกันคิด
พี่ ครูคิม
อยากได้ความคิดเห็นด้วยครับพี่...
เรื่องอังกะลุง ผมคุยกับเพื่อน ๆ บางคนแล้ว อาจมีกิจกรรมระดมทุนในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง และอาจจะเชิญชวนเพื่อนบางคนใน G2K เข้ามามีส่วนร่วมด้วย
ผมโทรคุยกับ ผอ.เขต แล้ว แต่คุยสั้น ๆ ยังไม่ได้เข้าเรื่องเลย แกจะกลับเข้าเขตวันจันทร์ครับ
สวัสดีค่ะ
*-* สวัสดีค่ะ
เข้ามาอ่านหลังจากไม่ได้เข้ามาหลายวันแล้ว เนื่องจากมีงานเข้า ต้องตรวจจอประสาทตาผู้ป่วยเบาหวาน
เปิดมาปุ๊บ ก็ติดกับความรู้สึกนี้เข้าให้
วันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา โรงเรียนของลูกชาย มีการไปทัศนศึกษา แม่เข้าใจว่า นักเรียนทุกคนได้ไปทัศนศึกษา
แต่จริงๆแล้วไม่ใช่
เด็กชายคนหนึ่งซึ่งเป็นเพื่อนลูก แม่ของเขา ขายข้าวแกงที่ตลาดในอำเภอ เป็นร้านเล็กๆ มีลูก หลายคน ไม่ได้ไป
ก็เกิดความสงสัย กลับบ้านมาถามลูกว่า ไม่ได้ไปทัศนศึกษาทุกคนเหรอลูก ลูกตอบไม่ครับ
ก็ยังแคลงใจไม่หายว่า เพราะอะไร ก็พึ่งได้คำตอบว่า เงินที่ขอแม่เพิ่มระหว่างสัปดาห์อีก 100 บาทนั้น คือค่าที่ต้องจ่ายเพิ่ม
เพื่อไปทัศนศึกษา
นี่ก็คือความแตกต่างที่เห็นได้ แม้แต่ในโรงเรียนในเมืองบางแห่ง ที่มีนโยบายบางอย่าง บอกว่า เรียนฟรีมีค่าจัดการหลายอย่าง
ก็ยังต้องจ่ายเพิ่ม
ออกทำงาน อนามัยโรงเรียน ก็พบว่า ความแตกต่าง ยังคงมีอยู่ แม้แต่ในพื่นที่เดียวกัน ก็ยังมีความแตกต่าง
ถ้าพี่หนานเกียรติ อยากให้ร่วมงานด้วย ส่งข่าวบ้างนะคะ ยินดีสนับสนุนค่ะ
สวัสดีครับ คุณนู๋ฏวง
ไชโย้... มีเพิ่มอีกหนึ่งแล้ว
ผมอยากใช้ชุมชนนี้เป็นจุดเริ่มต้นในการทำกิจกรรมดี ๆ ครับ
จริง ๆ มีคนทำมาก่อนแล้ว...
เพียงแต่อยากเห็นกิจกรรมที่เป็นเรื่องเป็นราว เป็นงานเป็นการ ที่สำคัญต่อเนื่องครับ
คำถามยากจัง ขอตอบเป็นกลอนได้มั๊ย..อิอิ
สอนเด็กให้ เรียนวิทย์ คิดไม่ตก
ครูสาธก พร้อมสาธิต วินิจฉัย
สมมุติฐาน วานช่วยตั้ง ทุกครั้งไป
ครูทำได้ เด็กยินดี มีพลัง
ลูกชายพี่ชอบวิทยาศาสตร์เพราะครูวิทย์ได้ใจเด็กไปแล้ว
คุณพี่ ครู ป.1
ผมขอตอบเป็นบานพับนะพี่ ฮิ ฮิ
ผมได้ติดตามการทำงานโครงการอาหารเพื่อลูกหลานไทย ใน จ.นครปฐม มาต้ังแค่ปีแรก เสียดายว่าเจ้าของโครงการฯ ทำงานได้น้อยและแผ่วลงไป เนื่องจากขาดผุ้สนับสนุน
กระบวนการทำงานน่าสนใจมาก "ใช้อาหาร" เดินเรื่อง
กระบวนการทำงานของเด็กเป็นกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
เด็ก ๆ เรียนรู้เยอะมาก หลายโรงเรียนบอกว่า
เพราะโครงการนี้โรงเรียนจึงได้คะแนนข้อคิดวิเคราะห์จากจากประเมินของ สมศ.
อยากทำมาก ๆ เลยพี่
อาจจะกลับไปทำสักสองสามโรงเรียนที่ตาก
ทำเท่าที่ทำไหว...
พี่หนานคะ ... พอลล่า คิดไม่ออก อ่ะ ...
แต่ตอนเรียน ฟิสิกส์ เคมี ชีว คณิตศาตร์ และหลายๆ วิชา ก็ เอทั้งนั้นอ่ะพี่
ไม่ได้คุยนะคะ แต่โม้ แป่ว...
พอลล่า เห็นว่า น่าจะมีกิจกรรม ร่วมกับการเรียนการสอน เรียนวิทยาศาสตร์สไตล์ธรรมชาติ อิอิ
ปวดหมอง ไปนอนดีกว่า อิอิ
สวัสดีค่ะ
หนูนำบันทึกใหม่มาฝากคุณอาหนานเกียรติค่ะ
แวะไปอ่านให้กำลังใจหนูบ้างนะคะ
http://gotoknow.org/blog/wittayasamphan/300531
น้อง ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿
ฝากเป็นการบ้านหน่อยนะ
ทำไงจะให้เด็กรักวิทยาศาสตร์ มีแรงบันดาลใจที่จะเรียน
จะจัดกิจกรรมอะไรได้บ้างในโรงเรียนเพื่อวัตถุประสงค์ข้างต้น
พี่หนานคะ
จริงหรือ ที่เด็ก ไม่รักวิทยาศาตร์
ตื่นๆ ค่ะ พี่หนาน อย่าเพิ่งนอน.... อิอิ
น้อง ♥paula ♥ที่ปรึกษาตัวน้อย✿ ครับ
ยังไม่ได้นอนครับ
แต่ชีวิตคนคนนึงเนี่ยนะ มันมีอย่างอื่นทำด้วยนอกจาก G2K หนะน้อง
แหม...
ไปจริง ๆ หรือเปล่า ปาย หนะ กล้า ๆ หน่อยนะ
จะได้ให้เลี้ยงเฌวา...
น้องนัท ครับ
ไปอ่านมาแล้วครับ
ขออนุญาตโหวตให้ด้วยนะ...
สวัสดีครับ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ
ผมอยากจะทดลองทำกับสักสองสามดรงเรียนในจังหวัดตาก โดยจะเลือกคุยกับโรงเรียนที่ผมคุ้นเคยกับ อบต. ที่มีพรรคพวกอยู่
คิดว่าคงต้องใช้งบประมาณสนับสนุน อบตง น่าจะช่วยได้
เริ่มต้นไมื่อไรคงต้องระดมความช่วยเหลือยกใหญ่ โดยเฉพาะความคิดเห็น
ดีใจที่อาจารย์สนใจมาร่วมด้วยครับ...
สวัสดีค่ะคุณหนานเกียรติ
ตามมาอ่านจดหมายเปิดผนึก....
ไม่มีคอมเม้นท์....แต่อาจารย์เกียรติวรรณ อมาตยกุลมักบอกว่า เด็กทุกคนมีศักยภาพ (แม้จะแตกต่าง) แต่ไม่มีใครโง่จนเรียนไม่ได้ หากนักเรียนไม่เข้าใจ....ครูคือผู้ต้องรับผิดชอบ...
รออ่านคำตอบจากอาจารย์บัญชา ดีกว่านะคะ
เจ้าเฌวาน้อยตื่นหรือย้งคะ...อุ้มเบา ๆ เดี๋ยวงอแง...
(^___^)