บันทึกที่ผ่านมาฉันได้เล่าถึงครูใหญ่ผู้ที่เปรียบเสมือนพ่อคนหนึ่ง วันนี้ฉันคิดถึงท่านอีกแล้ว อยากเล่าเรื่องของครูใหญ่ “ครูเสงี่ยม สาตรจำเริญ” อีกครั้งเพราะความทรงจำเกี่ยวกับครูใหญ่มีมากมายเหลือเกิน มันพรั่งพรูออกมาจากหัวใจ ทำไมหนอ..ฉันจึงมีความทรงจำเกี่ยวกับครูใหญ่มากมายขนาดนี้

ครูใหญ่คือผู้สร้างเด็กๆ อย่างพวกฉันให้เติบโตขึ้นมาอย่างมีคุณภาพ..... ครูใหญ่เป็นแรงบันดาลใจให้ฉันมีความมานะพยายาม อดทน อดกลั้นต่อสู้ชีวิตไม่ย่อท้อกับความลำบากและอุปสรรคนานัปการกาล...ผ่านกระบวนการสอน การฝึกฝน อบรมสั่งสอนในโรงเรียน ด้วยวิธีการและแนวทางที่ท่านคิดว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกศิษย์อย่างพวกฉัน....

บางคนอาจจะบอกว่าเหนื่อย...อยู่บ้านก็ต้องช่วยพ่อแม่ทำงาน
มาโรงเรียนก็ยังต้องทำงานอีก
ทำไมต้องทำด้วย...อยากมาโรงเรียนเพื่อเรียน เพื่อเล่น...
แต่! ฉันเชื่อว่า ตอนนี้
คนที่คิดแบบนั้นคงจะเข้าใจแล้วว่า ทำไมครูต้องให้เราฝึกหุงข้าว
ทำกับข้าว ทำไมต้องปลูกผัก ดายหญ้า ทำไมต้องรดน้ำต้นไม้
ฯลฯ
โรงเรียนสอน
ฝึกฝนและให้เราเรียนรู้ทุกอย่าง
ให้นักเรียนทำกิจกรรมเหมือนที่อยู่บ้าน
แม้ว่าฉันจะทำได้ไม่ดีเสียทุกอย่าง
ฉันก็พยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้
(ตอนที่ฉันดำนา...ฉันทำต้นกล้าหักไปตั้งเยอะ..พี่ๆ
เขาต้องมาซ่อมกันยกใหญ่..ฮิ ฮิ..)
เมื่อก่อนฉันไม่เข้าใจหรอก...เรื่องวิธีการสอนของครู แต่ก็ทำทุกอย่างที่ครูสอนเพราะสนุกการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ครูจัดในโรงเรียน ....เดี๋ยวนี้ฉันเข้าใจแล้ว
-
- ครูสอนโดยให้ลงมือทำ
- ให้เล่นปนเรียน
- สอนให้เข้าใจชีวิตมีแนวการดำเนินชีวิตอยู่กับธรรมชาติแวดล้อมอย่างเหมาะสม
- ส่งเสริมให้เห็นคุณค่าของสิ่งต่างๆ รอบตัว สิ่งต่างๆ ที่อยู่บนโลกใบนี้
- ปลูกฝังความโอบอ้อมอารีมีเมตตา ซื่อสัตย์สุจริต ยึดหลักธรรมในการดำเนินชีวิต
-
ปลูกฝังการใช้ชีวิตที่เรียบง่าย
พอเพียงโดยประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ครูและนักเรียน
เป็นวิธีการสอนผ่านกระบวนการปลูกฝังด้วยกุศโลบายอันแยบยลของครูใหญ่....มันแทรกซึมเข้าไปในหัวใจอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว ผ่านการยอมรับของหัวใจโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ เลย....น่าทึ่งเหลือเกิน ครูใหญ่ของฉัน
ครูเป็นแบบอย่างของความเรียบง่าย ครูใหญ่และป้าหรั่ง (ภริยาของท่าน) มีฐานะดีคนหนึ่งในหมู่บ้าน เรียกว่า “ร่ำรวยเลยทีเดียว” แต่ฉันยังเห็นป้าหรั่งเก็บผลไม้ในสวนไปขายที่ตลาด โดยมีพี่ชูกลิ่น เป็นคนหาบตะกร้านั่งเรือข้ามฝากไปขายที่ตลาดท่าเสา... ครูใหญ่กับป้าหรั่งปลูกฝังให้ลูกๆ ขยัน ไม่อายที่ต้องไปนั่งขายของในตลาด ท่านสอนให้เห็นคุณค่าของเงินด้วยการหาเงินด้วยตนเอง... เก็บผลไม้ในสวนไปขายก็ได้เงินกินขนม ไม่ต้องรอขอพ่อแม่เพียงอย่างเดียว

ส่วนครูใหญ่ท่านก็ห่อข้าวไปทานที่โรงเรียน ท่านจะทานข้าวกับพวกคุณครู ทานไปคุยไป รับฟังเรื่องราวต่างๆ ภายในโรงเรียนจากคุณครูทั้งหลาย (สมัยนี้น่าจะเรียกว่าการนิเทศติดตามกระมัง..) และจะท่านใส่ใจกับผู้ใต้บังคับบัญชาของท่านมาก โดยไม่ถือตัวเลยสักนิด....สุดยอดผู้นำจริงๆ
ครูใหญ่จะถีบจักรยานไปโรงเรียน เป็นการออกกำลังกาย และได้ทักทายชาวบ้าน ท่านจะใช้รถยนต์ก็ต่อเมื่อเข้าเมือง หรือไปประชุม

ส่วนนายช้าง ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของครูใหญ่ ก็ห่อข้าวมาทานกับฉันและเพื่อนๆ บางวันช้างก็เดินมาโรงเรียนเองไม่ได้มาพร้อมกับครูใหญ่ ฉันสงสัยว่านายช้างคงจะตื่นสาย...ใช่หรือเปล่าจ๊ะ... ตอนนี้ลูกๆ ของท่านก็เป็นครู พี่สมเกียรติ พี่ชูกลิ่นก็เป็นครูสอนลูกสาวคูแฝดของฉันตอนชั้นอนุบาล ส่วนช้าง "มนตร๊" เป็นผู้บริหารที่โรงเรียนในกรุงเทพมหานคร.... ส่วนฉัน ก็เป็นครูอย่างที่ฉันตั้งใจไว้ว่าฉันจะเป็นครูที่ดีเหมือนครูใหญ่

แด่...ครูด้วยดวงใจ
ครูคนดีในดวงใจใครเล่ารู้
ศิษย์ซึ้งอยู่ภูมิใจท่านได้สอน
ให้ความรู้เมตตาทุกบทตอน
เอื้ออาทรศิษย์รักจากใจจริง
จึงระลึกพระคุณครูผู้สอนสั่ง
ท่านเปรียบดั่งเทียนทองส่องทุกสิ่ง
ให้รู้แจ้งชีวิตคิดประวิง
ศิษย์รักยิ่งครูดีที่ดวงมาลย์
รอยไม้เรียวเตือนย้ำจำได้มั่น
นึกถึงวันเริ่มเรียนหัดเขียนอ่าน
มีคุณครูดูแลแผ่เจือจาน
แถมการบ้านให้ด้วยช่วยเหลือเรา
ถึงวันนี้จึงซึ้งค่าคำสอนนะ
จึ่งมิละคิดถึงครูคนเก่า
ครูสอนให้ลูกศิษย์รู้หนักเบา
ศิษย์จึงก้าวเพราะมีครูเคี่ยวเข็ญทาง
ณ วันนี้ย้อนจิตคิดคะนึง
รำลึกถึงพระคุณครูพระผู้สร้าง
จิตนบน้อมมั่นบูชามิจืดจาง
ดอกไม้วางกราบไหว้ใจชิ่นชู
คิดถึงบ้านคิดถึงโรงเรียนเก่า
ความสุขเราในวัยเด็กยังฝังอยู่
ความเมตตากรุณาของคุณครู
ลูกศิษย์รู้ครูคนดีที่ห่วงใย
เพราะมีครูผู้ให้ใฝ่ทางดี
ศิษย์ทั้งหลายจึงมีวันนี้ได้
กราบแทบเท้าคุณครูด้วยดวงใจ
ร้อยมาลัยรจนาบูชาครู
บทกลอนประพันธ์โดย : กันนาเทวี
บันทึกโดย : ครูใจดี
ภาพประกอบ : ถ่ายเองและจากอินเทอร์เน็ต

สวัสดีค่ะ
ขอบคุณนะคะที่นำเรื่องราวดีๆเรื่องราวแห่งความทรงจำ อันทรงคุณค่ามาแบ่งปัน ^_^
ซึ้งมากๆเลยค่ะ
...........อย่าลืม
แวะไปทักทายและแลกเปลี่ยนความรู้
กับพวกเรานะคะ
สวัสดีค่ะ อ่านแล้วคิดถึงเรื่องโต๊ๆจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง ครูใหญท่านใจดีมากๆ
เวลาเที่ยงจะให้ภรรยาของทานทำอาหารมาเพิ่มให้เด็กๆ...และให้เด็กๆร้องเพลงก่อนลงมือทานข้าว...
ครูใจดี อ่านยังคะ เรื่องแปลจากญี่ปุ่น...ดีมากๆค่ะ...
มีครูในดวงใจที่คิดถึงมาจนทุกวันนี้เช่นกันค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ เข้ามาอ่านเรื่องราวดี ๆ ครับ
สวัสดีค่ะพี่ครูใจดี
เมื่อเช้าฟังข่าวรายการเรื่องเล่าของคุณสรยุทธ์
มีข่าวว่าครูประจำชั้นผู้ชายคนนั้น เค้าทำร้ายเด็ก ตีแล้วก็เอาหัวฟาดกับกระดานหน้าห้อง
พอจบข่าวนี้ ก็มีข่าวนักเรียนผู้หญิงเอามีแทงหัวเพื่อนนักเรียน เพราะหึงหวงว่าจะแย่งแฟน
มีข่าวร้าย ๆ ก็เยอะ
แต่ครูดี ๆ และนักเรียนดี ๆ ก็มีเยอะกว่าเสมอค่ะ กอมาให้กำลังใจกับคุณครูที่ทำงานเพื่อสังคมค่ะ
สวัสดีค่ะ อ่านแล้วคิดถึงเรื่องโต๊ๆจังเด็กหญิงข้างหน้าต่าง ครูใหญท่านใจดีมากๆเวลาเที่ยงจะให้ภรรยาของทานทำอาหารมาเพิ่มให้เด็กๆ...และให้เด็กๆร้องเพลงก่อนลงมือทานข้าว...
ครูใจดี อ่านยังคะ เรื่องแปลจากญี่ปุ่น...ดีมากๆค่ะ...
มีครูในดวงใจที่คิดถึงมาจนทุกวันนี้เช่นกันค่ะ
หนังสือเรื่องนี้ครูใจดีก็เคยอ่านค่ะ...เป็นหนังสือที่ดีมากแล้วจะรออ่านเรื่องราวครูใจดวงใจของคุณแดงนะคะ
ฝากความคิดถึงเด็กๆ ด้วย ไม่ทราบแต่งนิทานเสร็จแล้วหรือยังคะ...เดี๋ยวจะตามไปอ่านนิทานค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะ ตามพี่ปรีดา มาเยี่ยม ค่ะ
โอโฮ! ที่ครูใจดีบรรยาย ครูใหญ่มานั้น ถ้าหากว่าท่านเป็นเช่นนั้นจริงๆ พี่สุก็ประทับใจเหมือนกันคะ นั่นคือท่านไม่ได้ถือตัวว่าเป็นครูใหญ๋ วางมาด แต่ท่านเสมอต้นเสมอปลายกับทุกคน ไม่ว่าเพื่อนร่วมงาน แม้แต่นักเรียน หรือแม้แต่กระทั่งลูก ท่านพยายามให้ทุกคนรู้จักการใช้เวลา ให้เกิดประโยชน์ รู้จักการหาเงินใช้ถูกแบบ ทุกๆอย่างท่านเป็นตัวอย่างที่ดีหมด ฉะนั้นพี่สุว่า อาจจะมีนักเรียนอีกหลายคนคงคิดถึงท่าน เมื่อได้ดีแล้ว เพราะท่านได้เป็นแบบอย่าง และอบรมสั่งสอนทั้งวิชาการและทักษะ เพื่ออนาคต
ภาพน่ารัก มอบให้คนน่ารักคะ บาย บาย
แวะมาทักทายครูใจดี
เพราะมีครูผู้ให้ใฝ่ทางดี
ศิษย์ทั้งหลายจึงมีวันนี้ได้
กราบแทบเท้าคุณครูด้วยดวงใจ
ร้อยมาลัยรจนาบูชาครู
สวัสดีค่ะ
สอนโดยให้ลงมือทำ จะนำไปใช้ประโยชน์ได้ค่ะ
ขอบคุณบทความดี ๆ น่ะค่ะ
สวัสดีค่ะครูใจดี นิทานเป็นของครูกุ้งค่ะที่ส่งมาให้เด็กๆ แต่ยังแต่งไม่สร็จดีค่ะ
ขอบคุณนะคะที่ไปทักทายให้กำลังใจกันค่ะ
สวัสดีค่ะ