วันนี้มีโอกาสติดตาม...ล่าหาแฟน ๆ ...แฟนบล็อก เจอบ้าง ไม่เจอบ้าง ได้ทักทายและตอบเม้นท์แล้วหลายท่าน แต่ละบันทึกถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันจริง ๆ ไม่ว่าบันทึกหรือเม้นท์ ทำให้มีข้อคิดสะกิดใจอยากจะเล่าต่อ เขียนต่อ
บันทึกของคุณ phornphone เกี่ยวกับคำคมสุภาษิต หว่านพืชหวังผล ทำให้นึกถึงนักเรียนเป็นเด็กชายชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ คนหนึ่ง กำลังอ่านหนังสือได้ เห็นอะไรก็อยากอ่าน และเวลานั้นฉันอยู่ที่ห้องสมุด เด้กชายคนนั้นบอกกับฉันว่า "คุณครูครับผมไม่อยากเรียนหนังสือสูง ๆ ไม่อยากมีความรู้มาก ๆครับ" พร้อมกับชี้มือไปที่คำคิมสุภาษิตสอนใจ..."ความรู้ท่วมหัวเอาตัวไม่รอด" นึกถึงทีไรก็อดขำไม่ได้
อ่านเม้นท์ของคุณครู ป.1 มีความคิดเห็นว่าวินัยเชิงบวกนี่สอนยาก คนสอนต้องใช้ใจ และผู้ถูกสอนต้องได้ใจ นักเรียนขาดวินัย มากปัญหานี้เริ่มตั้งแต่ประถมแล้ว...ทำให้นึกถึงเด็กหญิงชั้นประถมศึกษาปีที่ ๒ คนหนึ่งชอบวิ่งเข้ามาดอกทำเสียงออดอ้อน เมื่อวันศุกร์บังเอิญเดินผ่านไปที่หน้าชั้นเรียน เธอวิ่งออกมากอดฉันแล้วทำเสียงอ้อนว่า "คุณครูคิมมมม...ใจดีจังเลยยย" ชื่นใจนะคะ หากเลือกได้และชาติหน้ามีจริงขอเป็นครูสอนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ค่ะ
อีกราย ผอ.udomran ได้แสดงความเห็นว่า "ศิษย์จะไม่ลืมครู แม้ว่าครูจะลืมลูกศิษย์..." เมื่อไม่นานมานี้ฉันถูกสุภาพสตรีนางหนึ่งวิ่งมาเคาะกระจกรถ ฉันรีบล็อกรถทันที บังเอิญรถแล่นช้า ๆ เพราะรอส่งบัตรทางออก แต่เธอไม่ละความพยายามวิ่งตามมาและเคาะถี่ ๆ ฉันคิดว่าคงไปเฉี่ยวรถของเธอหรือเปล่าจึงลดกระจกลงนิด ๆ พร้อมกับได้ยินเสียง "คุณครูคิมใช่หรือเปล่าคะ..คุณครูจำหนูได้ไหมคะ " ฉันยังไม่มั่นใจนัก ลดกระจกลงอีกนิดหนึ่ง เธอยกมือไหว้ "คุณครูจำหนูได้ไหมคะ หนูชื่อ...คุณครูสอนภาษาอังกฤษหนูเมื่อชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ โรงเรียน.....อำเภอ......" เธอเป็นลูกศิษย์ที่ผ่านมาแล้ว ๒๓ ปี จริง ๆ และหน้าตา ผิวพรรณของเธอก็เปลี่ยนไปมาก จริงค่ะครูจำลูกศิษย์ไม่ได้เพราะวัยอันสูงขึ้นนี่เอง ส่วนลูกศิษย์จำครูได้เสมอ
ผอ.udomran อีกเช่นกัน : "วันนี้ไม่มีปัญหาหรอกค่ะ เพราะว่าตัวปัญหาไม่อยู่" ผอ.โรงเรียนไปราชการนั่นเอง ทำให้นึกถึงตอนที่บรรจุเป็นครูใหม่ ถ้าวันไหนนั้น อาจารย์ใหญ่ไม่อยู่และเป็นวันศุกร์ พวกเราจะแอบหนีกลับบ้านในเมือง เดินมาขึ้นรถประมาณ ๓ กม. ครูสตรีคนหนึ่งหนีกลับบ้านก่อนเวลาเลิกเรียน บังเอิญวันนั้นเธอหนีไปคนเดียว เมื่อได้ยินเสียงรถมอเตอร์ไซค์ของอาจารย์ใหญ่ เธอรีบวิ่งหลบเข้าข้างทาง โดยไม่ได้สนใจว่าเป็นป่าที่มีแต่หนามอะไร ต่อมิอะไร เมื่อรถอาจารย์ใหญ่ผ่านไปแล้ว เธอไม่สามารถออกมาจากที่ซ่อนได้ และไม่ทราบว่าเข้าไปในนั้นได้อย่างไร เป็นเรื่องโจ๊กถึงทุกวันนี้
มีอีกหลายบันทึกและอีกหลายเม้นท์ ที่อ่านแล้วได้การบ้านกลับมาคิด ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ได้สะกิดใจให้มีบันทึกฉบับนี้ และเป็นบันทึกที่มาจากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้

สวัสดีครับเกลอ เริ่มจับทางกับการเปลี่ยนแปลงได้บ้างแล้ว
สองสามวันที่ผ่านมามีภาระกิจมาก วัรรี้ตั้งใจว่าจะไปส่งของให้เกลอครับ
อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่คิม
***.. ได้เรียนรู้ประสบการณ์จากหลายๆข้อคิดอันเต็มเปี่ยมไปด้วยสัมพันธภาพที่ดีของมิตรแท้ค่ะ...***
แวะมาต่อยอดครับ
สวัสดีค่ะ คุณครู
แวะมาทักทายค่ะ
เข้ามาเขียนยังไม่ชำนาญกับระบบใหม่ค่ะ
ลอกผิดลองถูกตั้งนานค่ะ กว่าจะเข้ามาคุยได้เกือบแย่
สวัสดีครับครูคิม ขอบคุณครับที่เจ้าไปเม้ท์ที่บล็อก
จับทางกับระบบใหม่ได้แล้วนะครับ
เม้นท์บางเม้นท์ก็เป็นประโยชน์ แต่บางเม้นท์ก็ขำๆ นะครับ
แว้ก....ขอโทษครับ ข้างบนพิมพ์ผืดอ่ะ จะบอกว่า ขอบคุณที่เข้าไปเม้นท์ที่บล็อก ครับผม
สวัสดีครับคุณครูคิม
บางครั้งการร่วมแสดงความคิดเห็น เป็นบ่อเกิดของการสร้างกุศลทางปัญญาร่วมกันครับ
เป็นกำลังใจให้คุณครูเสมอครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีวันทำงานค่ะพี่คิม แวะมาทักทายและให้กำลังใจค่ะ
อยากรู้จังว่าเด็กผู้ชายที่ไม่อยากเรียนสูงๆ เพราะกลัวจะเป็นพวกความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด ตอนนี้เค้าเรียนถึงชั้นไหนแล้วน้า?
คุณครูครับแวะมาศึกษาด้วยครับ เพราะมีอะไรที่ผมต้องเรียนรู้ http://gotoknow.org/blog/yatsamer/299387
อ่านบันทึกพี่คิมแล้ว
อยากย้อนกลับไปอ่าน comment ตัวเองอีกคร้ัง
อาจจะทำความเข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น
พี่ครูคิมคะ
ก็ต้องดูเนื้อผ้าและคนขายด้วยซิคะ
บางเรื่องเน้นสาระ บางบันทึกเน้นฮา
ก็ต้องว่ากันไป..พี่คิมยังไม่ได้ไปชมใต้เงาจันทร์บ้านน้องเลย
มาเยี่ยมพี่คิม
ดีใจที่ลูกศิษย์จำได้
พี่คิม ตอนใหม่มาแล้ว
หนานเกียรติเล่าเรื่อง GotoKnow สัญจร ครั้งที่ ๑ (ตอนที่ ๔)
สวัสดีค่ะน้อง...ตุ๊กตา