การปฏิรูปการศึกษา

จริงหรือที่ว่า เพื่อจะลดความเครียด? เด็กๆมัธยมปลายหลายคนพากันส่งเสียงให้ได้ยินในไซเบอร์สเปซ เมื่อได้สดับตรับฟังอีกแล้ว ว่าล่าสุดมีการเสนอให้ใช้ข้อสอบโอเน็ตแทนการสอบไล่ปลายภาคเรียนมัธยมปลาย โดยผู้เสนอมีจุดประสงค์เพื่อ ลดความเครียดของเด็กจากการต้องเตรียมตัวอ่านหนังสือสอบปลายภาคและสอบโอเน็ตในจังหวะไล่ๆกันแล้ว ผลสอบโอเน็ตของเด็ก ม.๖ ทั่วประเทศ สะท้อนความเป็นจริงเพราะเด็กต้องตั้งใจสอบ เนื่องจากผลสอบนำมาใช้ในการตัดเกรดเพื่อจบ ม.๖

ทำไปทำมาที่ว่าการปฏิรูประบบการทดสอบตามช่วงชั้น และใช้การสอบกลางระบบแอดมิชชั่นส์ จะช่วยทำให้การสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยมีประสิทธิภาพมากขึ้น เด็กเครียดน้อยลง กวดวิชาจะน้อยลงนั้น กลับกลายเป็นว่าไม่จริงสักอย่าง การสอบต่างๆประเดประดังเข้ามาไม่หยุด ทำให้การสอบกลางระบบแอนมิชชั่นส์กลายเป็นเหมือนสำนวนฝรั่งว่า กระป๋องมีหนอนเต็ม เพียงเปิดกระป๋องมีปัญหามาก ตั้งแต่เรื่องคัดกรองเด็กไม่ได้ตามสเปคของแต่ละคณะ เกิดการรับตรง สอบตรง เกิดการเพิ่มสอบแพะและแกะ เกิดการแยกวิชาสอบสายวิทย์ จนสายศิลป์ก็ขอเพิ่มแพะอีกหลายตัว โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ จะจัดให้แต่ไม่ทันปี ๒๕๕๓ ครับ

อยากจะถามว่าทั้งหมดนี้เท่ากับรัฐบาลถูกพวกราชการ นักปฏิรูปองค์การมหาชน โดยเฉพาะสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ) หลอกเข้าให้หรือ และสุดท้ายประชาชนพ่อแม่ผู้ปกครองและนักเรียนตาดำๆก็ตกเป็นฝ่ายโดนหลอกให้เดินเข้าไปในระบบที่ผิดพลาด เพราะรัฐบาลทำงานผิดพลาด จนกก่อให้เกิดวิกฤติในชีวิตของนักเรียนและพ่อแม่ผู้ปกครองอย่างที่เป็นอยู่ใช่หรือไม่