ช่วงทศวรรษการรู้หนังสือแห่งสหประชาชาติ (๒๕๔๖-๒๕๕๓) กำลังจะสิ้นสุด ขณะที่ทั่วโลกได้ตระหนักถึงการส่งเสริมบทบาทการรู้หนังสือให้เข้มแข็งและความสำคัญของบทบาทในการพัฒนา ปัจจุบันยังมีผู้ใหญ่มี่ไม่รู้หนังสือทั่วโลก จำนวนถึง ๗๗๖ ล้านคน เด็กที่อยู่นอกระบบโรงเรียนและยังไม่ได้รับการเติมเต็มในเรื่องสิทธิและความต้องการอีกจำนวน ๗๕ ล้านคน ซึ่งในความเป็นจริงการรู้หนังสือยังคงเป็นเป้าหมายที่ได้รับการละเลยสูงสุดในวาระการจัดการศึกษาเพื่อปวงชน
ที่น่าตกใจจากข้อมูลของ อภิชาติ จีรวุฒิ เลขาธิการ สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย(สำนักงาน กศน.) อัตราการอ่านหนังสือของคนไทย เฉลี่ยคนละสองเล่มต่อปี และในที่สุด รัฐบาลคิดเร็ว ทำเร็ว ถูกม็อบบีบให้ออกเป็นมติคณะรัฐมนตรีให้สถานศึกษาถ่ายโอนได้ด้วยความสมัครใจ และเมื่อมีความพร้อม ไม่เป็นการบังคับ ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้านเป็นหนึ่งในภารกิจที่กรมการศึกษานอกโรงเรียนในขณะนั้นรับผิดชอบ ก็ถูกถ่ายโอนไปสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นด้วย
วันเวลาผ่านไปที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้านได้แปรสภาพเป็นที่รกร้างว่างเปล่า มีวัว ควาย แวะเวียนเข้ามากินหญ้าที่งอกงามสูงมิดชายคาที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำวันหมู่บ้านแทบจะทุกพื้นที่
อยากให้รัฐบาลดูแลโครงการที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้านที่มีประมาณ ๗ หมื่นแห่งทั่วประเทศให้เกิดผลอย่างจริงจัง พื้นที่อ่านหนังสือประจำหมู่บ้าน คือศูนย์กลาง หรือสภากาแฟ ของชุมชน ทำให้เกิดการเรียนรู้และลดจำนวนผู้ไม่รู้หนังสือได้ดี